การเก็บรักษาน้ำเชื้อปลา

  สวัสดีค่ะ   ^ ^*

    วันนี้พวกเรานักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขานิเทศศาสตร์บูรณาการ ก็ได้ไปศึกษาข้อมูลที่ตึกเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยแม่โจ้กันอีกแล้วนะคะ ซึ่งครั้งนี้เราก็จะเดินทางไปศึกษาในเรื่องของการเก็บรักษาน้ำเชื้อของปลากันค่ะ ว้าวววว !!! น่าสนใจทีเดียวเชียวค่ะ งั้นเราไปกันเลยดีกว่าค่ะ >_<

 

เอาล่ะค่ะ แล้วในที่สุดเราก็เดินทางมาจนถึงตึกประมงกันแล้วววววว !!! แล้วเราก็ได้มาพบกับท่านอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือเราในการติดต่อวิทยากร หรือ พี่ ๆ ในคณะ มาให้นะคะ นั่นก็คือ ท่านอาจารย์ ขจรเกียรติ์ ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านเป็นอย่างมากทีเดียว ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่มี Blog ไม่มีประสบการณ์มาเล่าถึงความสนุกให้ทุกท่านได้อ่านกันแน่เลยค่ะ

 

 

แล้วท่านอาจารย์ก็พาเราไปพบกับพี่ ๆ ที่จะมาสาธิตให้เราดูว่า วิธีการเก็บรักษาน้ำเชื้อของปลาเนี่ย เขาทำกันยังไง ว้าวววววว !! ตื่นเต้นจริง ๆ เลยค่ะ > <

 

ค่ะ หลังจากที่เราทำความรู้จักกับพี่เขาแล้ว จนสนิทคุ้นเคยกันดี เราก็เลยยิงคำถามเข้าเรื่องจุดประสงค์ของเราในวันนี้ทันที ในสิ่งที่พวกเราอยากรู้ก็คือ จุดประสงค์ของการเก็บน้ำเชื้อนี่ เพื่ออะไรหรอคะ ??

พี่เขาก็ตอบพวกเรา การเก็บรักษาน้ำเชื้อของปลาเนี่ย เป็นส่วนหนึ่งในวิธีการที่เราจะอนุรักษ์พันธุ์ปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ซึ่งที่ตอนนี้พวกพี่เขาได้ทำการเก็บรักษาน้ำเชื้อไว้ ก็จะมีพวกปลาเทพา    ปลากะโห้   ปลาดุกรัสเซีย เป็นต้น

 

เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า วิธีการปฏิบัติในการเก็บรักษาน้ำเชื้อของปลามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาดูพี่ ๆ เขาปฏิบัติกันเลยดีกว่า > <

ขั้นตอนที่ 1 นำพ่อแม่พันธุ์ปลาที่เรานำมาศึกษา ซึ่งในวันนี้พวกเราก็ศึกษาเรื่องของปลาตะเพียน นำมันออกมาจากบ่อที่ฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไว้ 6-12 ชั่วโมง ซึ่งพี่ ๆ ก็ได้เตรียมไว้ให้พวกเราแล้วล่ะค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 พี่ ๆ เขาก็ทำการรีดน้ำเชื้อใส่ไปในบีกเกอร์ขนาดเล็ก ซึ่งบีกเกอร์จะต้องสะอาดและแห้งสนิท ขณะรีดก็ควรระมัดระวังไม่ให้น้ำหยดลงไปในบีกเกอร์ ซึ่งพี่ ๆ เขาก็บอกว่า เพื่อไม่ให้น้ำเชื้อมีสารเจือปนจึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งค่ะ

 

ขั้นตอนที่ 3 นำไปวัดค่า osmolality ด้วยเครื่อง osmometer

ขั้นตอนที่ 4 นับจำนวนอสุจิของปลาโดยใช้อุปกรณ์นับเม็ดเลือดแดง ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีเพียบพร้อมเลยทีเดียวเชียวค่ะ

ขั้นตอนที่ 5 เราก็ต้องทดสอบความเป็นพิษ DMSO ซึ่งวัดออกมาความเป็นพิษอยู่ที่ระดับ 6% ค่ะ

ขั้นตอนที่ 6 นำอสุจิแต่ละชุดแบ่งย่อยกันไปเป็น 2 ชุด แล้วนำไปลดอุณหภูมิในถังไนโตรเจนเหลว จากนั้นนำอสุจิไปแช่ในไนโตรเจนเหลวเพื่อเป็นการเก็บรักษา

ขั้นตอนที่ 7 เรานำน้ำอสุจิไปผสมกับสาร Extenders ที่ใช้ในการเก็บอสุจิปลา 

ต่อไปก็เป็นวิธีการเก็บรักษาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งพวกเราก็เพิ่งจะได้รู้กันนะคะว่า นอกจากการเก็บเป็นของเหลวแล้ว การเก็บรักษาน้ำเชื้อของปลา ยังมีการเก็บในรูปของเม็ด และการเก็บในหลอดพลาสติกด้วยค่ะ

 

 

  โอ้โห !!!   เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ วิธีการเก็บรักษาน้ำเชื้อของปลา ซึ่งในวันนี้ที่เราได้ไปศึกษา ก็เป็นอีกครั้งที่มีความสนุกและความน่าตื่นเต้น ให้เราได้มาบอกเล่าให้เพื่อน ๆ ชาว Gotoknow ได้ศึกษา และ เป็นเกล็ดความรู้ พวกเรามีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้าสิ่งที่พวกเราได้ไปศึกษามา จะมีประโยชน์แก่ทุกท่านที่กำลังศึกษา และแน่นอนค่ะ เราจะยังคงมาศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับปลาอีกแน่นอน แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น พวกเราขออุบไว้ก่อน ให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามในคราวหน้านะคะ วันนี้พวกเราขอลากันไปก่อน ต้องใช้แรงงานกันในการเดินกลับอีกอย่างสูง ต้องขอตัวก่อนนะคะ บ๊ายบายค่า > <