สรุปสัมมนาวิชาการ เรื่องกลยุทธ์การขับเคลื่อนนวัตกรรมการเปลี่ยนผ่านการศึกษา สัตตศิลาสู่โรงเรียน
เมื่อวันที่ 23มิถุนายน ที่ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดสัมมนาเผยแพร่ผลงานวิจัย “เรื่องกลยุทธ์การขับเคลื่อนนวัตกรรมการเปลี่ยนผ่านการศึกษา “สัตตศิลาสู่โรงเรียน” โดยมี ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการการวิจัย แห่งชาติ วช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดย ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ หัวหน้าคณะงานวิจัย ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี รศ.ดร.สุวิมล ว่องวานิช กล่าวว่างานวิจัยดังกล่าวใช้เวลา 5 ปีในการดำเนินการจนกระทั่งสำเร็จเป็นองค์ความรู้นวัตกรรมเพื่อพัฒนาการศึกษา
ระยะแรกเป็นการศึกษาสภาพการจัดการศึกษา และพัฒนาแนวคิดหลักการสัตตศิลา โดยการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา ให้เกิดการเรียนรู้แบบเศรษฐศาสตร์ฐานความรู้ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต จึงเกิดแนวคิดหลักการสัตตศิลาขึ้น จึงมีการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อเป็นต้นแบบในการทดลอง
ระยะที่ 2 นำแนวคิดนวัตกรรมการปฏิบัติในโรงเรียนแกนนำ10แห่งในกรุงเทพฯ อุบลราชธานี พิษณุโลก สงขลา และฉะเชิงเทรา ในโรงเรียนเครือข่ายไม่น้อยกว่า 20 แห่ง ซึ่งผลการดำเนินการ ทำให้เกิดผลผลิตที่เป็นต้นแบบนวัตกรรมการเปลี่ยนผ่าน เรียกว่าสัตตศิลา ซึ่งประกอบด้วย 7 หลักการ คือ
1. คุณลักษณะผู้เรียนที่พึงประสงค์ หรือคุณลักษณะ 4ร.ได้แก่ รู้ทันรู้นำโลก เรียนรู้ชำนาญ เชี่ยวชาญปฏิบัติ รวมพลังสร้างสรรค์สังคม และรักษ์วัฒนธรรมไทย ใฝ่สันติ 2. การพัฒนาสู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Bench Marking) 3. การบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (integrated educational management system, iEMS) 4. การจัดหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเป็นรายบุคคล4F (Fun Fine Focus Fullfillment) 5. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ CRP – Plus 6. การพัฒนาการรู้สารสนเทศ NET 7. บทบาทของผู้เกี่ยวข้องในการสร้างโอกาสการเรียนรู้ 3M M1( Moral Supporter ) M2(Monitor) M3 (Monitor)
จากหลักสัตตศิลา ทั้ง 7 หลัก มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณลักษณะผู้เรียนที่เป็นหัวใจและเป็นเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาที่จะต้องพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายตามคุณลักษณะที่ต้องการ โดยระบบการ บริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา เป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ประกอบต่าง ๆ อันได้แก่ หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน ชุมชนหรือผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ให้ดำเนินการไปอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ
ระยะที่3 เป็นการพัฒนากลยุทธ์ขับเคลื่อนนวัตกรรมการเปลี่ยนการศึกษา สัตตศิลาสู่โรงเรียน เพื่อนำต้นแบบเผยแพร่ในวงกว้าง ซึ่งการขยายผลนี้ ได้สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่เป้าหมาย
ปัญหา / อุปสรรค ของระบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ
1 .ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านการศึกษาโดยการนำรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการไปใช้ คือ สถานศึกษามีภาระงานค่อนข้างมากทั้งงานหลักตามนโยบายของภาครัฐและงานโครงการต่าง ๆ ประกอบกับผู้บริหารและคณะครูบางส่วนมีทัศนะว่าโครงการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการเป็นงานที่แยกส่วนกับงานประจำที่ดำเนินการอยู่ ทำให้ผู้บริหารและครูไม่ให้ความสำคัญและทุ่มเทเวลากับการดำเนินการอย่างเต็มที่
2.การมอบหมายงานให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในองค์กรเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ โดยที่ผู้บริหารไม่ได้เป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยน และขาดการนิเทศ ติดตามกำกับ ทำให้การดำเนินงานไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่าที่ควร อีกทั้งยังส่งผลต่อความตระหนักในความสำคัญของบุคลากรในองค์กร และความร่วมแรงร่วมใจในการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
3.ผู้บริหารและคณะครูบางส่วนยังไม่มีความมั่นใจ และ/หรือความรู้ ความเข้าใจในรูปแบบการดำเนินการจัดทำคู่มือระบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการโดยใช้ รวมทั้งวิธีการบูรณาการระบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการโดยใช้ MSPAเข้ากับการบริหารในรูปแบบอื่น ๆ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปไม่เต็มที่เท่าที่ควร
4. การนำรูปแบบของระบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการโดยใช้ MSPAเป็นตัวขับเคลื่อนยังมีหลักที่นำไปปฏิบัติได้น้อย คือความเป็นอิสระ(Autonomy) เนื่องจากยังมีการยึดติดอยู่กับรูปแบบการบริหารที่เน้นการสั่งการ
อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการเปลี่ยนผ่านการศึกษา สัตตศิลาสู่โรงเรียนยังคงเป็นเรื่องท้าทายและต้องการความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการร่วมพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไทยให้ก้าวหน้าเทียบเคียงกับต่างประเทศได้ ซึ่ง ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ได้เผยถึงความสำเร็จในการนำหลักสัตตศิลาไปทดลองใช้ในช่วงที่ผ่านมา ว่า“จากการนำไปทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่อง พบว่ากระบวนการพัฒนาการศึกษาไทย ต้องปรับกระบวนทัศน์การศึกษา คือ ทำให้ผู้เรียนรู้จักสร้างความรู้ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่มาเรียนเพื่อมารับความรู้อย่างเดียว ต้องปรับกระบวนการบริหารจัดการ ตั้งแต่ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน ร่วมมือกันพัฒนาการศึกษา และปรับบทบาทคนที่เกี่ยวข้อง นำกระบวนการคิดไปสู่ปฏิบัติ และวางคุณลักษณะผู้เรียนที่พึงประสงค์ ซึ่งโรงเรียนนำร่องทั้งหมด มีนักเรียนลักษณะพึงประสงค์อย่างที่ต้องการ”
แนวคิดที่เจ้าของบล็อกนำเสนอจากการไปสัมมนาก้เป็นแนวคิดที่ดี แต่หากต้องการให้สามารถขับเคลื่อนทุกองคาพยพของการศึกษาก็จำเป็นต้องขับเคลื่อนแนวคิดนี้ให้กระจายทั่วถึงและกว้างขวางและนำไปสู่การปฏิบัติ
สัตตศิลา โดยแนวคิดและหลักการ ดีมากค่ะ
แต่ในทางปฏิบัติดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในสถานศึกษษที่ขาดความพร้อม (ในด้านทุนทรัพย์)
แนวคิดนี้จะนำไปใช้กับโรงเรียนขนาดเล็กได้หรือเปล่าคะ