เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี

          ตั้งแต่เด็กก็จะชอบเล่นละคร ดูละคร มาตลอด ก็เลยคิดว่าเรียนละครเลยดีกว่า พอเรียนจบป.ตรีมา ก็คิดต่ออีกว่าจะทำงานที่เกี่ยวกับละครด้านไหนดี ก็เลยได้คำตอบว่า ชอบแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนก็เลยตัดสินใจเป็นครูสอนละครแล้วก็เล่นละครเวทีบ้างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต นี่คือที่มาของคำว่า         เด็กละคร

          พอเป็นครูไปสักพักรู้สึกว่าอยากมาเปิดมุมมองใหม่ๆก็เลยหันมาเรียนละครต่ออีก แล้วก็ทำ Thesis ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างสรรค์ละครสำหรับเด็ก เพราะรู้สึกว่าในบ้านเรานั้น ละครเด็กไม่ค่อยเป็น     ที่นิยมเท่าไหร่ เด็กส่วนใหญ่จะดูละครของผู้ใหญ่ทำให้มีลักษณะบางประการที่อาจดูแตกต่างจากวัยไปบ้าง ส่วนที่มีอยู่บางครั้งก็มีความคิดว่า เด็กมักจะเข้าใจอะไรยากๆไม่ได้ ก็เลยทดลองทำละครเด็กที่ใช้เรื่องราวจากวรรณกรรมสำหรับผู้ใหญ่ที่ชนะเลิศรางวัลซีไรต์ เรื่อง "เจ้าหงิญ" มาดัดแปลง (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะ    เขียนแบบนี้จริงๆจ้า) และผลที่ได้ก็เป็นจริง พอสอบถามผู้ใหญ่ที่ได้ดูก็คาดการณ์แทนเด็กว่าเด็กคงจะสนุกแต่คงดูไม่รู้เรื่อง ขณะที่พอถามเด็กจริงๆ เด็ก 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เข้าใจสาระที่เรานำเสนอ  นี่ก็เป็นที่มาของคำว่า ละครเด็ก ไง

        จากงานครั้งนั้น เราก็เลยได้พิสูจน์คำว่า "เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี" กับละครเด็กได้  เรียนมาตั้งนาน    ตอบได้แค่รู้ แต่พอลงมือปฏิบัติลึกซึ้ง นำหลักการวิจัยมาพิสูจน์และทดสอบ เลยทำให้เข้าใจ "ละคร"       ได้ดียิ่งขึ้น

        ตอนนี้เป็นช่วง ป.เอก แล้ว เราก็ยังคงจะทำละครอยู่อีกนั่นแหละ

        แต่ไม่ได้ทำเองหรอกนะ  เราจะใช้กระบวนการละครเข้าไปพัฒนาเยาวชนให้เขามีวิถีประชาธิปไตย โดยที่เนื้อหาไม่จำเป็นต้องสอนประชาธิปไตยนะ  เราเชื่อในเรื่องกระบวนการละครเพื่อการพัฒนา แต่ผลจะเป็นยังไง จะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะ.....