Minimalist
ลัทธิจุลนิยม หรือ ลัทธิมินิมัลลิสม์ คือขบวนการทางศิลปะและความงามทางด้านศิลปะที่ว่าด้วย "ความน้อย" เกิดจากการลดตัดทอนและเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่เกิดขึ้นในช่วงสิ้นสุดศตวรรษที่ 19 โดยมีต้นกำเนิดมาจากศิลปะแบบ modernism ซึ่งเป็นศิลปะที่ไม่เพียงต่อต้านสไตล์การออกแบบยุคเก่าที่เน้นความหรูหราฟู่ฟ่าเท่านั้น แต่ยังต่อต้านการเมืองและสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูงด้วย นักออกแบบแนว modernist จึงใช้การออกแบบที่ตัดทอนสิ่งที่เกินจริงทิ้ง เป็นวิถีทางการแสดงออกที่จะทำลายชนชั้นทางสังคมด้วย พวกเขารู้สึกว่าวัตถุสิ่งของควรจะเป็นอย่างที่เป็นจริง และนี่ก็คือลักษณะของ minimallism ที่เน้นความเรียบง่ายบริสุทธิ์
ผลงานในแนวลดทอน ที่เรียกว่า "Minimal Art" ซึ่งยอมรับในทฤษฎีรูปทรง (Theory of Form) ที่เชื่อมั่นว่าศิลปะคือรูปทรงนัยสำคัญ ศิลปะที่ดีที่สุดคือศิลปะที่ลดทอนจนกลายเป็นรูปทรงพื้นฐานที่มีความเรียบง่ายที่สุด และยกย่องว่า "แนวคิดสำคัญกว่าการเล่าเรื่อง"
ในจิตรกรรมของฝรั่งเศสตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่19 จิตรกรหัวก้าวหน้าทำการลดทอนรายละเอียดต่างๆของแบบที่เขียนลงแทนที่การเขียนรายละเอียดด้วยฝีแปรงและสีสันจนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่20 จิตรกรลดทอนรายละเอียดต่างๆของรูปทรงลงจนกลายเป็นเหลี่ยมเรขาคณิตแล้วก็ลดทอนลงเรื่อยๆจนกลายเป็นศิลปะนามธรรม ดังผลงานของจอร์โจ โมรันดิ เป็นศิลปินระดับมาสเตอร์ของศตวรรษที่ 20 โด่งดังไม่แพ้ ปอล เซซาน และ อง-บัปติสต์ ซิเมยง ชาร์แดง โดยเฉพาะภาพสติลไลฟ์และแลนด์สเคป ผลงานเป็นภาพซึ่งมีรายละเอียดที่เหมือนจริงน้อยลงทุกที ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดในภาพ สีสัน หรือการจัดวางองค์ประกอบของภาพ แทนที่จะเป็นภาพเหมือนสิ่งของหรือผลไม้อย่างที่เคยเห็นกัน
กลายเป็นภาพที่แสดงรูปทรง โครงร่าง ในสีสันอันซีดจาง อันเป็นสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร สิ่งที่โดดเด่นมากในภาพสติลไลฟ์ของเขาก็คือการเล่นกับโทนสี รูปทรง และองค์ประกอบที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้ภาพของเขาดูน่าสนใจมากไปกว่าการเป็นแค่ขวดและแจกันใบเดิมๆ สไตล์ของศิลปินอิตาเลียนคนดัง มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการนำไปสู่ความเคลื่อนไหวทางศิลปะที่เรียกว่า มินิมัลลิสม์ (Minimalism) ในเวลาต่อมา
ศิลปินในกลุ่มมินิมอลลิสม์มักจะทำงานประติมากรรมมากกว่างานจิตรกรรมการนำเสนอผลงานโดยมากจะไม่มีแท่นฐานสำหรับวางประติมากรรมผลงานจะดูไม่มีความเป็นงานฝีมือในลักษณะ "งานทำมือ" แต่จะดูเป็นผลผลิตของเครื่องจักรอุตสาหกรรมเสียมากกว่าเรียบง่ายและประณีตแต่ในความเป็นจริงในความเรียบง่ายเหมือนกับว่าจะไม่มีรูปแบบเฉพาะศิลปินในกลุ่มนี้ต่างมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำกันมินิมอลลิสม์เป็นแนวศิลปะกระแสหลักที่ครอบงำวงการศิลปะในอเมริกาช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ1960 เปรียบได้กับแอ็บสแตรคเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ (Abstract Expressionism) ที่ได้รับความนิยมมากในคริสต์ทศวรรษ1950
ในด้านการตกแต่งและสถาปัตยกรรม งานออกแบบมินิมัลจะเกี่ยวโยงกับแนวคิดเซน คือการอยู่อย่างสมถะ เก็บข้าวของให้น้อย มีเท่าที่จำเป็น เน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอย การโชว์เนื้อแท้ของวัสดุเป็นสำคัญ ทำให้ภาพรวมของที่อยู่อาศัยดูเรียบ และสบายตาที่สุด วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมดั้งเดิมแบบ ZEN นับเป็นต้นแบบของMinimailist ด้วยเช่นกันดังจะเห็นได้จากการจัดแจกันดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่นที่ไม่ใช้ดอกไม้จำนวนมากแต่คำนึงถึงรูปFormที่งดงามหรือการจัดสวนหินแบบเซนที่เน้นความเรียบง่ายโดยใช้พื้นที่อันน้อยนิดให้สวยงามถือเป็นศิลปะการออกแบบขั้นสูงเลยทีเดียว






คิดว่าทฤษฎีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการออกแบบสื่อด้วยนะคะ
อย่างเช่น การออกแบบ CAI ที่ต้องนำทฤษฎีนี้เข้ามาช่วยในการออกแบบ เพื่อให้หน้าจอที่ออกมาดึงดูดความสนใจของผู้เรียนมากที่สุด ซึ่งเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอะไรก็ตามสิ่งสำคัญที่เราต้องนำมาประยุกต์ใช้คือการออกแบบโดยใช้ minimalist ค่ะ
ช่างงดงาม และจรรโลงใจเสียจริงๆ ครับ อยากได้บ้านแบบนี้บ้างจัง ส่วนแนวคิดเกี่ยวกับ "เซน" ก็น่าสนใจครับ ปัจจุบันคนไทยได้รับเอาแนวคิดนี้มาใช้ในการดำเนินชีวิตไม่น้อย เน้นความเรียบง่าย และการไม่ยึดติดจริงๆ