(เข้าดูรูปทั้งหมดที่นี่)

Q ; "พวกเราคือนักเขียนนั่นแหล่ะ จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้อ่านอ่านงานเขียนของเรา"
A ; "ใช่ พวกเราคือนักเขียน และเป็นความฝันของพวกเราที่อยากเขียนงานออกมาและมีคนอ่าน แต่พวกเราทำได้ดีที่สุดก็คือ เขียน ขยันฝึกฝนการเขียน ขยันอ่าน เพื่อฝึกฝนตัวเราเองด้วยความอดทน"

นั่นคือคำตอบที่สรุปได้จากการพูดคุยกับคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา (แนะนำนักเขียนที่นี่ค่ะ) สำนักพิมพ์ OPEN (เข้าที่นี่)  เมื่อครั้งไปร่วมงาน "เยี่ยมบ้านนักเขียนของ จิตอาสา วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้" (เข้าอ่านบันทึกนี้ของเครือข่ายจิตอาสาที่นี่)

การไปร่วมงานครั้งนี้ ตั้งใจเพียงไปฟังประสบการณ์นักเขียนรุ่นใหม่คนหนึ่ง อยากฟังมุมมองในการเขียนงานเพื่อให้กลุ่มผู้อ่านระดับกลางขึ้นไปอ่าน พยายามทำตัวเองให้เป็นแก้วเปล่ามากที่สุด

คุณภิญโญชี้ชวนให้เห็นว่า
เคล็ดวิชา คำสอนที่เรียบง่าย จะหลุดออกจากการพูดคุยกับผู้รู้ที่หลากหลายนั่นเอง 
และเมื่อมีอะไรอยากเขียนก็เขียนออกมา
สิ่งที่สามารถฝึกฝนการเขียนได้ดีที่สุดก็คือ ประสบการณ์ตรง ซึ่งถ้าไม่มีเราก็คงไม่สามารถเขียนได้ดี

ผลของการคลุกคลีกับความจริง เป็นวิธีที่ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รวมทั้งการสะลัดความกลัว วิตกกังวล กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และก้าวออกจากเส้นทางชีวิตเดิมๆ

ถึงแม้การก้าวเดินของตัวเองนั้น จะมีจุดหมายที่ชัดเจนแล้ว ก็ไม่ควรที่จะมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางเสียทีเดียว หันมองสองข้างทางระหว่างทางเดินด้วย เราอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเราจากสองข้างทางนั้นเช่นเดียวกัน

จากการดำเนินชีวิตในมุมของปุถุชน และร่วมสนทนากับผู้รู้มากมายในสังคมไทย ทำให้มุมงานของคุณภิญโญเป็นเฉพาะกลุ่มผู้สนใจรูปแบบงานเขียนที่ต้องการความรู้อย่างจริงๆ จังๆ ผู้ที่หยิบจับงานเขียนของสำนักพิมพ์ Open ก็เป็นเฉพาะกลุ่มด้วยเช่นกัน

ดูคุณภิญโญ ก็ยอมรับเช่นกันว่า สำนักพิมพ์ของตัวเองไม่ได้เป็นที่รู้จักของแวดวงนักอ่านมากนัก และเป็นเฉพาะกลุ่มจริงๆ แต่ตัวเองก็มีความสุขกับการทำงานรูปแบบนี้

แต่จากงานเขียนแต่ละเล่ม ของนักเขียนแต่ละคน ดูแล้วไม่ได้เล็กตามรูปภายนอกของสำนักพิมพ์เลย การกลั่นกรองนำนักเขียนแต่ละคนมาร่วมกันเสนอมุมมองความคิดออกมานั้น ดูน่าสนใจทีเดียว

แม้แต่การสะท้อนเอกลักษณ์ของเจ้าสำนัก จะเห็นได้จากเมื่อเดินเข้าสำนักพิมพ์ ก็สะท้อนออกมาอย่างเด่นชัด การตบแต่งที่เป็นเฉพาะตัว ทั้งมุมที่วางงานศิลปะบางชิ้นที่คิดว่าไม่น่าจะมี หรือแม้แต่การวางกระจกในระดับสายตามอง ที่ผนังใต้บันได เพื่อทำให้ดูเหมือนห้องที่กว้างขึ้น ดูโปร่ง และไม่อึดอัดมากนัก

รวมทั้งบรรยากาศการจัดสถานที่นั่งพูดคุย ที่เป็นกันเอง แต่ดูเหมือนว่าใครมาทีหลังนั่งหน้าค่ะ ตามสไตล์คนไทย

ไม่แปลกใจกับการวางตัวของคุณภิญโญ เมื่อได้สนทนาไปชั่วครู่จึงได้ทราบว่า จากการที่ได้พูดคุยกับผู้รู้หลายคนที่แต่ละคนก็เป็นบุคคลที่วางตัวเป็นกันเองเช่นกัน จึงทำให้การสะท้อนภาพภายในของคุณภิญโญที่เป็นกันเองเช่นเดียวกัน ความรู้ที่ถ่ายทอดก็เป็นบรรยากาศของพี่แลกเปลี่ยนกับน้องๆ สนทนาในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

มีเคล็ดวิชาแอบปิดท้ายค่ะ
คุณภิญโญแนะนำว่า เราควรออกแบบห้องสมุดส่วนตัวของเราเอง ตามความสนใจของเรา เช่น หนังสือที่เราอ่าน , หนังสือที่เราสนใจ ยิ่งตอนนี้เรามีเครื่องอำนวยความสะดวกส่วนตัวคือ คอมพิวเตอร์ เราก็ยิ่งสะดวกในเก็บรวบรวมคลังส่วนตัวของเราได้เยี่ยมค่ะ

แนบท้ายด้วยบันทึกของจิตอาสา (เข้าที่นี่) และภาพบรรยากาศโดยรวมค่ะ (เข้าที่นี่)