เรื่องเล่าเข้าอบรมฯ เรื่องที่ ๑

ผู้เล่า คุณรจนา  พุทธิมา ตำแหน่งบุคลากร ๖ ระดับ ๖
สังกัดหน่วยทรัพยากรบุคคล คณะทันตแพทยศาสตร์

การไปศึกษาดูงานตามโครงการอบรมสัมมนา
หลักสูตรแกนที่ 6 :  การบริหารการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรบุคคล(รุ่นที่ 1)

                         การเดินทางไปศึกษาดูงานของข้าพเจ้าในครั้งนี้     สืบเนื่องมาจากการที่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้จัดให้ผู้ปฏิบัติงานด้านการเจ้าหน้าที่เดินทางไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี   ตามโครงการอบรมสัมมนาหลักสูตรแกนที่ 6 :  การบริหารการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรบุคคล  (รุ่นที่ 1)   

                     คณะศึกษาดูงานได้ออกเดินทางด้วยรถบัสของมหาวิทยาลัยขอนแก่น   เพื่อไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  ในวันอังคารที่ 4  สิงหาคม 2552  เวลาประมาณ  07.00 .   จากนั้นเวลาประมาณ 10.00  .   คณะศึกษาดูงานได้เดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  ซึ่ง  คุณจุฑามาศ  สวัสดี (หัวหน้าส่วนการเจ้าหน้าที่)  และคุณเจี๊ยบ(ผู้ช่วยฯ) ได้มาต้อนรับ   และจัดให้รับชมวิดิทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัย  จากนั้นเป็นการรับฟังการนำเสนอความรู้ทั่วๆไปเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี         เวลาประมาณ 13.00 .   คุณจุฑามาศ  สวัสดี  ได้ให้เกียรติขึ้นมาบนรถบัสของมหาวิทยาลัย  และทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์พาคณะศึกษาดูงานชมสถานที่ต่างๆของมหาวิทยาลัย ที่มีเนื้อที่ประมาณ 7,000 ไร่     ซี่งมีการแบ่งพื้นที่เป็นส่วนของสถานที่ต่างๆ เช่น สำนักวิชา  ศูนย์ต่างๆ    หอพักนักศึกษา  หน่วยงาน  ฟารม์  ฯลฯ  หลังจากชมสถานที่ต่างๆ แล้ว   คุณจุฑามาศ  สวัสดี  ได้พาคณะศึกษาดูงานเยี่ยมชมสำนักงานอธิการบดี  และได้มีโอกาสชมห้องประชุมที่ใช้ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่กว้างขวางและทันสมัย  มีเครื่องคอมพิวเตอร์ประจำทุกที่นั่ง จากนั้นเวลาประมาณ 15.00  . คณะศึกษาดูงานออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี   และถึงที่พักที่กรุงเทพฯ เวลาประมาณ  18.30 .            

เช้าวันรุ่งขี้น  คณะศึกษาดูงานออกเดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีในเวลาประมาณ
09.00  . และได้มีโอกาสรับชมวิดิทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัย  จากนั้นรับฟังการนำเสนอความรู้เกี่ยวกับ การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ รวมถึงช่วงบ่ายด้วย จากนั้น  เวลาประมาณ 15.00 .   คณะศึกษาดูงานได้ออกเดินทางกลับจากกรุงเทพฯถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น เวลาประมาณ 22.30 . โดยสวัสดิภาพ                   
                     
จากการศึกษาดูงานพบว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ต่างก็เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล  แต่มีลักษณะการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน  ตามความเป็นมาของแต่ละมหาวิทยาลัย  ซึ่งจะกล่าวถึงโดยสังเขป  ดังต่อไปนี้
                       
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

                        เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลในรูปแบบใหม่ที่ใช้ชื่อเรียกว่า   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี   เป็นแห่งแรกของประเทศไทย และเป็น  มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล เป็นแห่งแรกของประเทศไทย   โดย

เริ่มต้นก่อตั้งด้วยการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาลตั้งแต่เริ่มแรก  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ 

                         ลักษณะของการบริหารจัดการ

                         เป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่ เป็นนิติบุคคลในกำกับของรัฐมนตรี     การบริหารจัดการ เป็นแบบรวมบริการ  ประสานภารกิจ  โดยมุ่งใช้ทรัพยากรและความชำนาญการร่วมกัน  เช่น 

                         1.    สำนักงานอธิการบดี มีลักษณะการบริหารกลาง  ประกอบด้วย ส่วนส่งเสริมวิชาการ  ส่วนการเงินและบัญชี  ส่วนแผนงาน  ส่วนการเจ้าหน้าที่ ส่วนกิจการนักศึกษา  ส่วนอาคารสถานที่  ส่วนสารบรรณและนิติการ ส่วนพัสดุ  ส่วนประชาสัมพันธ์ 

                         2.   สำนักวิชา  ประกอบด้วย สำนักวิชาวิทยาศาสตร์  สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม  สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร  สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์  สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ซึ่งจะไม่มีส่วนงานตาม 1

มีเฉพาะคณาจารย์และผู้ประสานงานเท่านั้น

                         3.   ศูนย์ ประกอบด้วย  ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา  ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ศูนย์บริการการศึกษา  ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์กิจการนานาชาติ          โดยศูนย์เป็นสถานที่ซึ่งบุคลากรและนักศึกษาใช้ร่วมกัน

                         4.   สถาบัน ประกอบด้วย  สถาบันวิจัยและพัฒนา

                         5.   หน่วยงาน  ประกอบด้วย เทคโนธานี ฟารม์  สุรสัมมนาคาร  ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งรายได้

                         นอกจากนี้  ยังมีการถ่ายงานโอนให้ภาคเอกชนดำเนินการเอง   เช่น

                         -    การจ้างเหมาบริการ  ยามรักษาการ  การรักษาความสะอาด  การเก็บขยะ การดูแลสวน รถยนต์ การออกแบบควบคุมการก่อสร้าง ซอมบำรุง

                         -   ให้เอกชนเข้าดำเนินการ  จำหน่ายอาหาร  สิ่งของ เครื่องใช้ บริการ ถ่ายเอกสาร ซักรีด ธนาคาร

                        -    ร่วมทุน  ถือหุ้นบริษัท เช่น บริษัทเอนิว  นครราชสีมาอินเตอร์เน็ท

                         การบริหารงานบุคคล

                         สถานภาพบุคลากรเป็นพนักงานหรือลูกจ้างมหาวิทยาลัยไม่เป็นข้าราชการ ได้รับเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญ (1.5  เท่า – 1.7  เท่า)  สวัสดิการไม่น้อยกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐบาล      ได้รับงบประมาณประจำปีแบบเงินอุดหนุนทั่วไป   ขั้นตอนน้อย    มีกฎ ระเบียบ ระบบบริหารงานบุคคลเป็นของตนเองและมีการเลื่อนขั้นเงินเดือนระบบโดยใช้ระบบเปอร์เซ็นต์      

                         จำนวนบุคลากรทั้งหมด จำนวน  976 คน  ประกอบด้วย    สายวิชาการ จำนวน   310   คน  สายปฏิบัติการ จำนวน  664  คน  สายบริหารวิชาการ จำนวน 2  คน  คุณวุฒิของคณาจารย์   จำแนกเป็นวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท  จำนวน  77  คน   วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก 235 คน  ซึ่งคิดเป็น 75.32%    นับว่าเป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี                                                                

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

                        เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลในรูปแบบใหม่ที่ใช้ชื่อเรียกว่า   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี   และเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล         โดยเริ่มต้นก่อตั้งด้วยการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล     และมีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ  

                        การบริหารจัดการ

                        มีลักษณะเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยของรัฐบาลอื่นๆ  มีการกระจายการบริหารจัดการไปตามคณะ ศูนย์ สถาบัน  ไม่เป็นระบบบริหารกลางเช่นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

                        การบริหารงานบุคคล

                       ใช้ระบบบุคคลคู่ขนาน     มีทั้งข้าราชการและพนักงาน  การเปลี่ยนสภาพจากข้าราชการเป็นพนักงาน  เป็นไปด้วยความสมัครใจ               และได้รับเงินเดือน  ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทน สวัสดิการและประโยชน์อย่างอื่นที่ข้าราชการหรือลูกจ้างเคยได้รับจากส่วนราชการ

                       การเชิญชวนและให้โอกาสในการเปลี่ยนสภาพ

                       ภายในระยะเวลา  5  ปี        นับจากวันที่พระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ประกาศใช้ (วันที่ 7  มีนาคม พ.. 2541)

                             -  ข้าราชการที่ประเมินผ่าน  เปลี่ยนสภาพเป็นพนักงานประจำ  ตามสัญญาจ้าง 3 ปี  โดย

ไม่ต้องผ่านการทดลองงาน

  -   ข้าราชการที่ประเมินไม่ผ่าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมอย่างน้อย 1 ปี   

     ผู้บังคับบัญชาจัดให้มีการพัฒนา  ฝึกอบรม สร้างความพร้อม เพื่อขอรับการประเมินใหม่    ให้โอกาสอีก 3  ครั้งในเวลา 5  ปี

                             -  ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งวิชาการก่อนเปลี่ยนสภาพยังดำรงตำแหน่งวิชาการนั้นต่อ

                             -  ได้ค่ารักษาพยาบาลรวมถึงบุคคลในครอบครัว      หากเปลี่ยนสภาพหลังจากวันที่ 7

                                  มีนาคม พ..254 6   บิดา มารดาจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์นี้

                       การปรับเงินเดือนของข้าราชการที่เปลี่ยนสภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

                          - ข้าราชการสาย ก ได้รับเงินเดือน คูณด้วย ๑.๖

                         - สาย ข และค วุฒิปริญญาตรี ขึ้นไป คูณด้วย ๑.๕

                        - สาย ข และค วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี คูณด้วย ๑.๒๕

                 เอกสิทธิ์สำหรับข้าราชการเมื่อเปลี่ยนเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

                 - หากมีอายุราชการ ๑-๙ ปี จะได้รับบำเหน็จ

                - หากมีอายุราชการตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป เลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ

       และสิทธิประโยชน์พิเศษของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คือ มีโควต้าพิเศษในการให้บุตรของข้าราชการและพนักงานของมหาวิทยาลัยเข้าศึกษาในสถาบันแห่งนี้ได้

ประโยชน์ที่ได้รับในการศึกษา ดูงาน