ตอบรับ-โจทย์ ความคิดจากท่านอาจารย์วิจารณ์นะคะ
ขออนุญาตตอบแบบนี้
๑) หนูมองว่า SS เป็นแนวคิด ทฤษฎีการอธิบาย/ทำความเข้าใจ ที่คุณเปาเสนอมา (รู้สึกเหมือน สมองและตัวถูกเขย่า ด้วยแรงที่ไม่เบาเลย จาก แนวคิดใหม่นี้)
๒) SS หมายถึง เด็กหรือเยาวชนที่ลงมือตามความฝัน ลุกขึ้นมายืนหยัด/จัดการกับปัญหาที่เขาเผชิญมาด้วยไม่ท้อถอย พลังหรือคุณค่าในตัวเองของพวกเขา อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนที่ได้รับรู้เรื่องราวของเขา ลงมือทำ/ลุกขึ้นมายืนหยัดกับปัญหาของตัวเองบ้าง (ถ้าใครสักคนทำได้ ใครอีกสักคน หรือหลายคนก็ต้องทำได้สิ!)
๓) ความสำเร็จของของการลงมือตามความฝัน หรือการลุกขึ้นมายืนหยัดไม่ย่อท้อกับปัญหาที่เจอ ไม่ได้เป็นตัวชีวัดว่า เด็กหรือเยาวชนสักคน จะเป็น SS หรือเปล่า, ขอเพียงเขายังคงพยายาม ไม่ย่อท้อ มันก็สามารถมีพลังมากพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจ ให้ใครต่อใคร เดินไปบนทางเชือ่แล้ว
๔) SS อีกกลุ่ม ที่น่าสนใจเหมือนกันก็คือ เด็กหรือเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ (เก่งเลข เก่งฟิสิกส์ ชนิดไปแข่งโอลิมปิค, มีพรสวรรค์ด้านใดด้านหนึ่ง) แน่นอน เขาเป็นเด็กที่ประสบความสำเร็จ เป็นคุณค่าที่สังคมร่วมกันชื่นชม แต่อาจไม่ใช่ในฐานะ “แรงบันดาลใจ”
๕) หลังจาก ได้รับโจทย์ SS จากคุณเปา ก็เริ่มมาคิดๆๆๆๆ ค่ะ
เด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่เขามีความสามารถเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่ ด้วยเงื่อนไข/ข้อจำกัดที่สำคัญ อาทิ เดินทางออกนอกพื้นที่ไม่ได้, ตอนนี้ถึงจะสามารถเข้าเรียนหนังสือได้ แต่หลายโรงเรียนก็ยังไม่รู้ถึงสิทธินี้ของเด็กไร้รัฐไร้สํญชาติ ทำให้เด็กหลายคนไม่ได้เรียน ... ทุนการศึกษาก็ไม่ได้ แม้จะเรียนเก่ง ฯลฯ
แน่นอนค่ะ-เขามีคุณค่า เขามีพลัง
ขณะเดียวกัน หลายคน ไม่เข้าใจหรอกค่ะ สัญชาติมันดียังไง จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาเรียนต่อไม่ได้ เขาไม่ได้ทุนการศึกษา นั้นแล ที่สัญชาติสำคัญ เขาจึงอยากได้มา, หลายคนพูดด้วยซ้ำว่า ถ้าเดินทางไปไหนมาไหนได้ ทำงานได้ ไม่ได้สัญชาติก็ไม่เป็นไร
๖) แน่นอนค่ะ เราเห็นเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่มีความสามารถพิเศษ : น้องหม่อง ที่พับกระดาษเก่ง จนมีสิทธิลุ้นไปแข่งเพิ่มระดับในเวทีสากล ที่ประเทศญี่ปุ่น, น้องโม ลูกแรงงานต่างด้าว ที่ เล่นฟุตบอลเก่ง แต่ก็เก่งได้เฉพาะในจังหวัด ไม่รู้ว่า ถ้าข้ามไปจังหวัดอื่น แล้วฝีมือจะสู้ใครได้ไหม เพราะโม ออกนอกพื้นที่ไปแข่งแข้งไม่ได้ ฯลฯ
๗) หนูได้คุยเรื่องนี้กับทีม กับน้องๆ ในทีม เราเริ่มคิดกันต่อ ทุกครั้งที่เราพูดถึง “เคส” ของเรา เราเริ่มคิดๆๆ ทั้งยังถามกันแบบ (แซวๆ ) ว่า “เอ.. เด็กคนนี้ เป็น SS” หรือเปล่า
๘) จนถึงวันนี้ ไม่ถึง ๒ เดือนดี ..เรายังรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องใหม่ของเรา ..แต่เรายังคิดและทดสอบมันตลอดเวลา ด้วยเหตุผลหนึ่งที่คุณเปาท้าทายก็คือ มันจะช่วยทำให้มีคนฟังเรามากขึ้น เราอยากพูดแล้วมีคนรับฟังมากขึ้น
๙) เราเล่าถึง แนวคิดเรื่อง SS ให้เครือข่ายของเราฟัง ในการประชุมเวทีเครือข่าย ๑๓-๑๔ สิงหาคม ที่ผ่านมา เราใช้เวลานาน คุยกันว่า SS คืออะไร, เครือข่ายรับฟัง รับไปคิด แต่หนูไม่กล้าพูดรับรองหรอกนะคะ ว่า เขาจะเข้าใจเหมือนกัน SS แค่ไหน
ข้อสรุปของเวทีเครือข่ายในวันนั้นคือ, พูดให้เป็นรูปธรรม : หนึ่ง-เด็ก-เยาวชนเก่ง มีความสามารถพิเศษ, สอง- เด็ก-เยาวชน ที่ลุกขึ้นมายืนหยัด แกไขปัญหาของตัวเขาเอง เพื่อตัวเขาเอง, สาม-เพื่อคนอื่น
๑๐) แล้วเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ หากเขาไม่ได้เกิดมาพรสวรรค์ หรือความสามารถพิเศษอะไรสักอย่าง เขาจะยืนหยัด แก้ไขปัญหา/พยายามก้าวข้ามปัญหาด้วยความอดทน มุ่งมั่น ในเรื่องอะไรบ้าง? แน่นอนค่ะ ก็ต้องเป็นปัญหาสำคัญของชีวิตที่เขาเจอ ..เขาอยากเรียนหนังสือ อยากมีบัตรทอง อยากเดินทางไปดูภูเขา อยากเดินทางไปทำงานได้ อยากทำงานได้ ฯลฯ เขาต้องต่อสู้ ต้องยืนยัน ยืนหยัด ..เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะช่วยให้ชีวิต และความฝันของเขาสมบูรณ์
๑๑) ขอย้อนกลับไปที่อีเมล์ ที่อ.วิจารณ์ กรุณาชวนคิด ... หนูขอตอบแบบนี้ค่ะ ว่า หนูว่าหลายครั้ง หลายกรณี หลายคน- เขาไม่ค่อยแน่ใจหรอกค่ะว่า เขาอยากได้สัญชาติไทยหรือปล่า แต่ ณ วันที่ มีสัญชาติไทย แบบคนไทยทั่วๆไป แล้วทำได้ เดินทางได้ทุกที่ ฯลฯ เขาก็คงต้องคิดถึงสัญชาติไทยเป็นเรื่องแรก-อย่างช่วยไม่ได้เลย จริงๆ ค่ะ มันเหมือนเป็นหนทาง
๑๒)แต่ระหว่างทางนี้ เขายังคงเป็นเด็กที่ภูมิใจในตัวเองที่เรียนเก่ง อยากทำงานดีๆ เพื่อพ่อแม่, อยากช่วยเหลือคนอื่น, อยากเป็นทหาร แม้จะต้องถูกส่งไปอยู่ภาคใต้ก็อยากไป จึงต้องเสียใจร้องไห้ครั้งหนักที่สุดในชีวิต เมื่อถูกปฎิเสธไม่ให้เรียน รด.ในปีที่สอง (อ้อ เด็กคนนี้เป็นผู้หญิงด้วยนะคะ), อยากเดินทางไปนอกพื้นที่ เพื่อหางานดีๆ เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ออกไปเรียนเพื่อกลับมาเป็นครูของชุมชน ฯลฯ..ทั้งหมดนี้ เขาไม่ค่อยย่อท้อ ต่อข้อจำกัดที่เกินตัว (การไม่มีสัญชาติไทย) เขายังพยายามอยู่ทุกวัน
เบื้องต้นนะคะ ตอนนี้อยู่ระนอง เมืองชายแดนที่เต็มไปด้วย คนต่างด้าว แรงงานพม่า เด็กและเยาวชนต่างด้าว ในชุมชนแห่งนี้มีความน่าสนใจแน่นอน โดยหลักการแล้ว ยากมากกก ที่เขาจะมีสัญชาติไทย แต่เมื่อเขาต้องติดตามพ่อแม่มาเมืองไทย หรือแม่ซึ่งมาทำงานในพืนทีนี้ ตั้งท้องและคลอดเขา .. เด็กและเยาวชนเหล่านี้จะเติบโตแบบไหนกัน มีหลักเกณฑ์ข้อไหนที่จะครอบคลุมเด็กกลุ่มนี้ ..SS จะมีพื้นที่ให้เข้าได้เข้ามาแตะ หรือเป็น SS ได้หรือเปล่า?
เด็กชาวเล ที่เป็นคนดั้งเดิมของสังคมไทย แต่ยังคงไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นไทย ..เด็กกลุ่มนี้ขี้อาย เพราะทั้งชีวิต มีแต่น้ำกับฟ้า ดำปู ดำปลิง เก่งยิ่งกว่าพูดุคุยกับคนแปลกหน้า ความเป็นคนไทย การมีบัตรสักใบ เพิ่งสำคัญกับเขาตอนเขาอยากไปเยี่ยมญาติที่ภูเก็ต แล้วถูกตำรวจบอกว่าให้ลงรถ ไม่ให้ไปต่อ
เด็กไทยพลัดถิ่น น้องคนหนึ่งเล่าถึงความเป็นไทยพลัดถิ่นของเธอด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง และบอกว่าเขาภูมิใจ เขาเป็นคนไทยอยู่แล้ว เขาพูดใต้ ไม่ได้พูดพม่า ตอนนี้เธอทำงานทุกอย่างในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ปิดเทอม เพื่อหาเงินมาเรียน และส่งน้องเรียน น้องเขาเรียนเก่ง ตอนนี้กำลังมุ่งมั่นสอบตรง เข้านิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ฯลฯ
สนุกดีกับแนวคิดใหม่นี้ แต่มันก็ใช้พลังในการคิด คิดต่อ พอสมควร
แต่ในขณะเดียวกัน ก็--ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่า กับเวลาและพลังที่มีอยู่ในแต่ละวัน ที่จะต้องถูกใช้ไปเพื่อคิดหาทาง ให้เด็ก-เยาวชน และครอบครัวของเขา สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้บ้าง, เรียนหนังสือได้, ทำงานได้, ไม่ถูกปฏิเสธสิทธิขั้นพื้นฐานในเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ....ที่ต้องเปิดหนังสือ ตำรา ตีความ และคิดใหม่ฯลฯ จนไม่แน่ใจว่า จะมีพลังเหลือพอมาสร้างสรรค์ และสานต่อแนวคิด SS หรือเปล่า ..หรือบางที คนอื่นอาจทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่า..
ในเบื้องต้นนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
camaro ss ไงจ๊ะ มันคือ รถ5555+