คุณภาพการศึกษาของไทย ตกอยู่ในสภาพที่ต้องได้รับการดูแลและเยียวยาเป็นพิเศษเหมือนผู้ป่วยในห้องไอซียู  องค์กรเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้รายงานว่า นักเรียนไทยมีความสามารถในการอ่านลดลงอยู่ในอันดับที่ 41-42 จาก 57ประเทศ และส่งผลให้การเรียนวิชาอื่น ๆ  มีปัญหาไปด้วย, ความรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ก็อยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยอยู่ในอันดับที่ 43-46 และ 44-47 จาก 57 ประเทศตามลำดับ
                จากการศึกษาวิจัยของ OECD สรุปว่าปัจจัยหรือองค์ประกอบที่เป็นสาเหตุทำให้คุณภาพการศึกษาของไทย ต้องมีสภาพเหมือนคนไข้ในห้องไอซียู ได้แก่
                1.ความแปรปรวนระหว่างโรงเรียน หมายถึง คุณภาพของโรงเรียนมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ฟินแลนด์ เป็นประเทศที่จัดการศึกษาได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลกโรงเรียนในประเทศฟินแลนด์ มีความแปรปรวนระหว่างโรงเรียนต่ำกว่า 5% ซึ่งแสดงว่าพ่อแม่ชาวฟินแลนด์ ไม่ต้องพบกับปัญหาการเลือกโรงเรียนให้ลูกเพราะโรงเรียนมีคุณภาพแตกต่างกันไม่มาก สำหรับโรงเรียนในประเทศไทยความแปรปรวนระหว่างโรงเรียนมีค่าสูงถึง 37% การเลือกโรงเรียนให้ลูกจึงเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับพ่อแม่คนไทยเพราะโรงเรียนมีคุณภาพแตกต่างกันมาก
                การจัดการศึกษาของไทย ทำให้บุคคลได้รับสิทธิเสมอภาคและมีความคุณภาพอย่างทั่วถึง ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมหรือไม่
                2.การแข่งขันของโรงเรียนเพื่อรับเด็ก จากการศึกษาวิจัยพบว่า ในประเทศที่ยิ่งมีจำนวนโรงเรียนที่แข่งขันกันเพื่อรับเด็กมาก นักเรียนจะยิ่งมีคะแนนเฉลี่ยของการเรียนสูง  แต่สำหรับประเทศไทยกลับตรงข้ามกล่าวคือ นักเรียนแข่งขันกันเพื่อเข้าโรงเรียน และผลคือนักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยต่ำทุกวิชา
                ผลการศึกษาวิจัยนี้ให้ข้อคิดคำนึงไม่พึงประสงค์อะไรบ้างกับผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายการศึกษาของไทยที่กำหนดให้โรงเรียนยอดนิยมทั้งหลายใช้วิธีการรับนักเรียนโดยการให้นักเรียนสอบแข่งขันระบบแอดมิสชั่น ก็ใช้วิธีการเดียวกันคือ ให้นักเรียนสอบแข่งขัน
                3.งบประมาณการศึกษา จากการศึกษาวิจัยพบข้อมูลที่น่าสนใจ คือหลายประเทศที่รัฐบาลใช้วิธีแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาด้วยการเพิ่มงบประมาณสนับสนุน, ผลปรากฏตรงข้ามคือนักเรียนมีผลการเรียนแย่ลง ในประเทศที่ใช้วิธีให้โรงเรียนมีอิสระในการบริหารจัดการ, มีอิสระในการหาและการตัดสินใจในการใช้งบประมาณ พบว่านักเรียนมีผลการเรียนที่ดีกว่า
                ดังนั้นการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้กับสถานศึกษาโดยตรงตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 39 นอกจากจะเป็นภารกิจที่รัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่รัฐบาลใหม่ควรจะรีบดำเนินการเพราะไม่ต้องเสียงบประมาณเพิ่มแต่อย่างใด
                4.ทรัพยากรของโรงเรียน หมายถึงการมีครูที่เพียงพอ และมีทรัพยากรการเรียน ได้แก่ หนังสือเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ จากการศึกษาค้นพบว่ามีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ประเทศไทยขาดแคลนครูมากเช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มที่นักเรียนมีผลการเรียนต่ำ จำนวนนักเรียนต่อครูในประเทศที่นักเรียนมีผลการเรียนดีจะอยู่ที่นักเรียน 10 คนต่อครู 1 คน หรือต่ำกว่านั้น ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีนักเรียนมากกว่า 20 คนต่อครู 1 คนผู้บริหารสถานศึกษาของไทยส่วนใหญ่รานงานว่าขาดแคลนทรัพยากรการศึกษา ยกเว้นโรงเรียนสาธิตและโรงเรียนเอกชน ดัชนีทรัพยากรเฉลี่ยของประเทศไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD มาก
ข้อมูลดังกล่าวอธิบายได้ดีอยู่แล้วว่าทำไมคุณภาพการศึกษาของไทยจึงได้ตกต่ำ
                การบริหารและการจัดการศึกษาของไทย ยังไม่มีคุณภาพและยังไม่ได้มาตรฐานพอที่จะเตรียมเยาวชนให้สามารถใช้ชีวิตและเป็นพลเมืองที่มีศักยภาพที่จะผลักดันเศรษฐกิจและการให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ในอนาคต เมื่อศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษาก็ได้ข้อมูลว่า รัฐบาลใหม่จะต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนทั้งในเรื่องครู, ทรัพยากรการศึกษา และการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน