โยนิโสมนสิการ คือ ๑๐ คิด

      วันนี้เตรียมการไปสองงานด้วยกัน งานแรก คือ ต้องไปเป็น Commentator ให้กับ วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม เช้าวันพุธ จากนั้นล่องใต้ไป ช่วยท่านพี่เมตตา พาสุขใจ จัดสร้างทีม คุณอำนวยแห่ง ม.อ รุ่นที่สาม

      เปิดในอากู๋ อ่านแล้วเข้าที ว่าจะนำไปเป็นข้อมูลให้ คุณอำนวยให้เรียนรู้ และ จะตัดต่อ VCD เรื่อง Gung Ho ไปฝาก

 

1. คิดแบบสาวหาเหตุปัจจัย

 

          เรียกว่าคิดแบบสาวหาเหตุปัจจัย เช่นว่า สุข-ทุกข์ มันเกิดขึ้นมา เราก็สาวหาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร มีปัจจัยอะไร

 

2. คิดแบบแยกส่วนประกอบ

 

          เห็นอะไรเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นตัวเป็นตนก็ลองแยกดู ว่าส่วนประกอบส่วนย่อยนั้นคืออะไร ถ้าเผื่อแยกส่วนนั้นออกไปแล้ว มันจะเป็นอะไร เช่น เห็นนางงามจักรวาล ลองแยกแยะออกมาเป็น ตับ ไต ไส้ กระเพาะ นางงาม ก็คือ คนที่มีอวัยวะ ครบประกวดได้อะ จะทำอะไรก็ทำแบบเรียบง่าย simplicity กินอยู่แบบพอเพียง พอดี และ พอประมาณ

 

3. คิดแบบรู้เท่าทันธรรมดา

 

          ธรรมดามันเป็นอย่างนั้น มันเป็นเช่นนั้นเอง ทุกอย่างไม่เที่ยง เช่น ความรัก พอเกิดความรักขึ้นมา ก็นึกไว้ล่วงหน้าว่ามันไม่เที่ยง   ไม่เท่าไรมันก็เปลี่ยนแปลงไป มีความโกรธขึ้นมา มันก็ไม่เที่ยง อย่าโกรธกัน จนแบ่ง สีคน ไม่พูดจาภาษา ฅน

 

4. คิดแบบแก้ปัญหา

 

          คือการคิดตามแนวอริยสัจ ความทุกข์เป็นปัญหา ทุกคนก็มีปัญหาสำคัญอยู่อันหนึ่งคือความทุกข์  เราจะดับทุกข์กันที่ไหน ถ้าตั้งปัญหาขึ้นมาว่าเราจะดับทุกข์กันที่ไหน คำตอบก็คือดับที่เหตุของมัน เหตุเกิดที่ไหนก็ต้องดับที่นั่น ก็สาวไปถึงสมุทัย เหตุเกิดของทุกข์ ความทุกข์มี เหตุเกิดของทุกข์ก็ต้องมี ความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงมันจะมีมากมายอย่างไร ก็ย่อลงเหลือ 2 อย่างเท่านั้ คือความทุกข์ทางกายกับความทุกข์ทางใจ

 

5. คิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์

 

          เกี่ยวกับหลักการและจุดมุ่งหมาย คือธรรมนั้นคือหลักการ อรรถนั้นคือความหมายหรือจุดมุ่งหมาย เช่นว่า เรามีจุดมุ่งหมายเพื่อจะสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต และสังคม เราก็มีหลักการและวิธีดำเนินการไปสู่จุดมุ่งหมายนั้น เช่นการสร้า่งสรรค์สู่องค์การเรียนรู้ โดยใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ ไม่ใช่ดูแต่ KPI ว่ากี่ครั้ง กี่ชิ้น กี่อัน ดูดัชนีแห่งความสุข Quality of Working Life อยากมาทำงานใหม อยากที่จะเล่าสู่กันฟังใหมถึงประสบการณ์ที่ดีงาน หรือ Good Practice

 

6. คิดแบบหาคุณโทษและทางออก

 

          คิดแบบมองหาคุณและโทษของมัน แล้วก็ทางออก สิ่งนั้นถ้ามันเป็นโทษ เช่นว่า รูป เสียง กลิ่น รส  สิ่งนี้ว่าลักษณะของมันเป็นอย่างไร Something like that ความพอใจหรือรสที่น่าพอใจของมันคืออะไร โทษของมันคืออะไร แล้วก็จะหาทางออกอย่างไร

 

7. คิดแบบหาคุณค่าแท้ คุณค่าเทียม

 

           เงิน ทอง ของนอกกาย นี้มันเป็นคุณค่าเทียม ไม่ใช่คุณค่าแท้ พูดอีกทีว่ามันเป็นกระดาษเปื้อนสี ถ้าประกาศเลิก มันก็ไม่มีคุณค่า ถ้าเราตระหนักว่ามันเป็นคุณค่าเทียมไว้แลกเปลี่ยนเท่านั้น ถ้าไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ ก็ไม่มีคุณค่าอะไร ถ้าเราไปอยู่ในป่าซึ่งไม่สามารถซื้อของอะไรได้เลย เงินก็ไม่มีความหมายอะไรเลย สู้มะละกอ หรือ ผลไม้สักลูกก็ไม่ได้  เพราะนั่นมันเป็นคุณค่าแท้ ที่เราสามารถจะบริโภคได้ กินได้ เอาปัจจัย 4 เป็นตัวตั้งก่อนก็ได้ ปัจจัย 4 อาหาร เอาข้าว น้ำ ผลไม้ รวมว่าเป็นอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค นี่คือคุณค่าแท้ เพราะว่ามันสำเร็จประโยชน์ได้ด้วยตัวเองแก่ผู้ที่ต้องการหรือจำเป็นต้องใช้มัน  แต่เงินนี่เรามีไว้แลกเปลี่ยนกับปัจจัย 4 เท่านั้น ในตัวมันเองมันไม่มีคุณค่าอะไร

 

8. อุบายเร้าคุณธรรม

 

         เร้าคุณธรรม เมื่อมีความเพียรหย่อนก็คิดหรือพูดให้มีความเพียรมากขึ้น พยายามคิดว่าคิดอย่างไรความเพียรมันถึงจะเกิดขึ้นมีขึ้น เช่นว่า ขนาดเรามีความเพียรยังได้แค่นี้ แล้วถ้าเราหย่อนความเพียร มันจะได้สักเท่าไร ก็คงจะได้น้อยกว่านี้ คงจะแย่กว่านี้ หรือว่าใครที่มีความเพียรย่อหย่อน ก็พูดให้เขามีกำลังใจมากขึ้น

 

9. คิดแบบอยู่ในขณะปัจจุบัน

 

          ให้คิดให้อยู่กับปัจจุบัน จะยืนจะเดิน นั่ง นอนอะไรก็มีสติรู้อยู่ว่า เราเดิน เรานั่ง เรานอน ยืนอยู่ก็รู้ว่ายืนอยู่ นั่งอยู่ก็รู้ว่านั่งอยู่ นอนอยู่ก็รู้ว่านอนอยู่ แปลว่า

สติมา ปัญญาเกิด

สติเตลิด ปัญญาหนี

สติมี คิดให้ลึก

สติ และ สำนึก ฝึกตั้งเป้า

สติเร่งเร้า เล่าเรื่องดีดี 

คิดถึงอดีตบางอย่างแล้วก็มีความทุกข์ หรือบางทีก็ไปคว้าเอาอนาคตมาคิด

                      

10. คิดแบบแยกประเด็นปัญหา ไม่มองปัญหาด้านเดียว

 

          การที่จะตัดสินให้มองปัญหารอบด้าน ไม่มองปัญหาด้านเดียวอย่าฉลาดลึก แต่โง่กว้าง พอมีปัญหาอะไรก็จะแยกแยะประเด็นออกไปแล้วค่อยวิเคราะห์ไปทีละประเด็น แล้วก็หาคำตอบให้ได้ว่าประเด็นนั้นควรจะเป็นอย่างไร ประเด็นนี้ควรจะเป็นอย่างไร คือว่าไม่ตัดสินเด็ดขาดลงไป คือปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น มันจะมีที่มา สะสมมา ก่อตัวมาเป็นลำดับๆ เรียกว่าทุกปัญหามีทางออก ไม่ใช่ทุกทางออกมีแต่ปัญหา

 ปรับและปรุงแต่ง จาก ที่มา http://www.ruendham.com/book.php

 

JJ2009ฅนธรรมดา