ไทยโพสต์ - 21 สิงหาคม 2552 - ตีพิมพ์เรื่อง "WHO ชี้ไทยสอบตกทุกข้อ ปลอดภัยบนถนน" - ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากบทความนี้ ขอความกรุณาแวะไปเยี่ยมเยียนเว็บไซต์ "ไทยโพสต์" กันครับ
[ บทความคัดลอก > ขอขอบพระคุณ "ไทยโพสต์" ]
ตัวแทนองค์การอนามัยโลกเปิดเผยรายงานความปลอดภัยทางถนนปี 51 ระบุไทยตกรวด 5 มาตรการสร้างความปลอดภัยการเดินทางบนถนน เมื่อวันที่ 20 ส.ค.52 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ในงานสัมมนาระดับชาติเรื่องอุบัติเหตุจราจร ครั้งที่ 9 หัวข้อ "พลังเครือข่ายเพื่อถนนปลอดภัย" จัดโดยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ... มีการเสวนาเรื่องสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนน โดย ดร.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ตัวแทนองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยรายงานความปลอดภัยทางถนน ซึ่งได้ทำการศึกษาเมื่อปี 2551 จากการศึกษาถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและมาตรการป้องกัน 5 ประการของไทยพบว่า ... ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกจำกัดความเร็วของรถยนต์ในเมืองอยู่ที่ 50 กม.ต่อชั่วโมง แต่ประเทศไทยได้จำกัดความเร็วไว้ที่ 80 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งเมื่อนำไปเทียบและจัดเป็นดัชนีชี้วัด ทำให้มาตรการเกี่ยวกับความเร็วของไทยได้คะแนนเพียง 2 จาก 10 ในส่วนมาตรการดื่มห้ามขับ แม้มาตรฐานแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของไทยจะเท่ากับประเทศต่างๆ แต่ด้วยองค์ประกอบอื่นๆ ทำให้ประเทศไทยได้คะแนนเพียง 5 ... ด้านมาตรการหมวกนิรภัยได้ถึงร้อยละ 40 แต่จากการเก็บสถิติในปี 50 อัตราการใส่หมวกของผู้ซ้อนท้ายยังอยู่ในระดับที่ต่ำมากจึงได้เพียง 4 ส่วนการใช้เข็มขัดนิรภัยได้ 5 และมาตรการสุดท้าย การกำหนดให้มีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กนั้น ประเทศไทยไม่มีการบังคับใช้ หรือมีมาตรการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงไม่ได้คะแนน ... ด้าน พล.ต.ต.วัฒนา กฤติยะโชติ ผู้บังคับการกองพัฒนาการจราจรและบริการประชาชน กล่าวว่า ประเทศไทยมีอัตราการตายจากอุบัติเหตุจราจรสูงมาก คือ 11,830 คดี เปรียบเทียบกับคดีอุกฉกรรจ์ที่มีการเสียชีวิตแล้ว เรื่องอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตมากกว่าถึง 4.52 เท่า หากคิดการสูญเสียจากอุบัติเหตุเทียบกับเครื่องบินโบอิ้งตก ก็เท่ากับประเทศมีเครื่องบินตกปีละ 40 ลำ โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุจราจรมากที่สุดคือการขาดวินัยของคน