เพียงจุดเล็กๆ ที่สำเร็จ ก็คงจะเป็นพลังให้ทำงานไปได้อีกไม่รู้จบ...

         อาทิตย์ที่แล้วทั้ง 5 วัน  ทุกๆ วันผมจะออกพื้นที่ไปทำงานต่างอำเภอใน 3 วันแรก และวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ไปนำเสนอสรุปผลการทำงานโครงการลดต้นทุนการผลิตข้าวที่ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตร  สรุปแล้วก็คือทั้ง 5 วันเดินสายทุกวันไม่ได้นั่งที่โต๊ะทำงานเลย

        วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ไปร่วมเวทีถอดบทเรียนของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงที่อำเภอพรานกระต่าย  วันที่ 18 สิงหาคม ไปร่วมเวทีเรียนรู้การลดต้นทุนการผลิตข้าวที่อำเภอขาณุฯ  ซึ่งพี่สายัณห์ได้เขียนบันทึกไว้แล้วที่บันทึกนี้...KM วิถีชุมชนคนเกษตร » นักส่งเสริมการเกษตรติดดิน(7):เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยที่บ้านโพธิ์ศรี

        บันทึกนี้เป็นกิจกรรมของวันที่ 19 สิงหาคม  ที่ผมและพี่สายัณห์ ปิกวงค์ ได้ไปร่วมเวทีเรียนรู้ของเกษตรกรที่ตำบลวังบัว  อำเภอคลองขลุง  จังหวัดกำแพงเพชร  ซึ่งมีพี่ถวิล  สีวัง ครูติดแผ่นดินข้าวเป็นผู้นัดหมายและจัดการเวที

        ผมไปหมู่บ้านนี้มาถึง 4 ครั้งแล้ว  ทั้งไปวัดพิกัดแปลง และไปเยี่ยมเยียนพี่ถวิลเมื่อผ่านไปทางวังบัว  เพื่อเป็นการไปให้กำลังใจครูติดแผ่นดินผู้มากด้วยน้ำใจของเราท่านนี้  เมื่อเราไปถึงยังมีเกษตรกรมากันเพียง 2-3 คนเท่านั้น  แต่ดินที่จะทำการตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารอย่างง่ายนั้นพี่ถวิลเป็นคนจัดการเก็บมาให้เรียบร้อยแล้ว  ยังแถมด้วยตัวอย่างดินของเกษตรกรผู้ปลูกส้มอีก 1 แปลงเพราะอยากทราบความอุดมสมบูรณ์ของดินกับเขามั่ง  ซึ่งผมก็ไม่ขัดข้องยินดีบริการทุกท่านอยู่แล้ว


ดินพร้อม


คนตรวจ-อุปกรณ์พร้อม

            เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว  ผมก็ขอแรงเกษตรกรเจ้าของดินมาช่วยพี่ถวิล และผมตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารในดินอย่างง่ายกัน  โดยให้เจ้าของดินได้ช่วยลงมือบ้างเท่าที่จะทำได้  เสร็จแล้วทุกตัวอย่างทุกคนจะช่วยกันดูและตรวจสอบเทียบค่ากับสีมาตรฐานแล้วลงความเห็นว่าดินตัวอย่างนั้นๆ เป็นอย่างไร  ระหว่างนั้นผมก็จะได้ยินเสียงวิพากษ์ไปต่างๆ นาๆ เช่น  รู้งี้ตรวจตั้งนาน  เราหลงทางใส่ปุ๋ยไม่รู้ดินกันมาตั้งนาน ดินของคนนั้นดีกว่าคนนี้  เป็นต้น


ร่วมด้วยช่วยกัน


ดูให้ดีๆ นะ ว่าออก สูง - กลาง - ต่ำ (ค่า N-P-K)


เมื่อรู้ดินแล้วก็ถึงขั้นตอนการอธิบายการหาสูตรปุ๋ยที่เหมาะสม

        นี่ถ้าหากผมไม่ลงไปทำงานนี้เองในทุกพื้นที่ ทุกกลุ่ม ผมคงเสียโอกาสในการเรียนรู้ครั้งสำคัญของชีวิตไปแน่ๆ  เพราะผมได้เรียนรู้และได้เห็นสภาพการทำงานที่เป็นจริง  ความยากง่ายและหลากหลาย  พร้อมทั้งเห็นจุดอ่อน-จุดแข็งของการทำงานของเจ้าหน้าที่ในภาคสนามที่หาโอกาสไปสัมผัสได้ไมง่ายนัก 

       หลังจากอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจถึงความสำคัญของการลดต้นทุนการปลูกข้าว  ซึ่งเกษตรกรต้องลดเอง  อย่ารอคนภายนอกหรือรอให้ราคาข้าวมันขึ้นจนท่วมทุน  เพราะเมื่อนั้นเกษตรกรนั่นแหละจะแย่  ต้องหาทางลดต้นทุนของตนเองให้ใด้  และก่อนกลับสมาชิก อบต.ของหมู่บ้านและเกษตรกรหลายคนที่มาเป็นเกษตรกรขยายผล บอกว่านี่เป็นกิจกรรมที่ดีมาก (การใส่ปุ๋ยตามค่าการวิเคราะห์ดิน)  พร้อมทั้งขอให้ผมนำหลักการนี้ไปบอกกับชาวบ้านซึ่งเขาจะช่วยนัดให้  ชาวบ้านทุกคนจะได้ตาสว่างกันเสียที  จะได้ไม่ใส่ปุ๋ยโดยไม่รู้ค่าอะไรเลย

       ผมไม่ตอบปฏิเสธ  แต่ขอให้เกษตรกรทั้ง 10 คน ช่วยนำผลการวิเคราะห์นี้ไปใช้ในนาของตนเองก่อน  เมื่อได้ผลแล้วเราค่อยมาขยายผลสู่คนข้างเคียงกันต่อไป

        หลังจากผ่านไปหลายวัน  บ่ายวันนี้ (23 สิงหาคม 2552) ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่ถวิล  สีวัง ครูติดแผ่นดินข้าวของเราโทรมาบอกว่า เกษตรกรขยายผลต่างนำกิจกรรมที่เราได้ดำเนินการคือการตรวจดินและการแนะนำให้ใส่ปุ๋ยตามค่าการวิเคราะห์ไปเล่าให้เพื่อนบ้านหลายๆ คนฟัง  เสียงตอบรับจากชาวบ้านออกมาในเชิงบวกมากๆ ....ในทำนองว่าเราไม่เคยตรวจดิน  ดังนั้นบ้านเราต้องตรวจดินกันก่อนการใส่ปุ๋ยในนาข้าว  จะได้ใส่ปุ๋ยให้ถูกกับความต้องการของข้าว  จะเป็นการประหยัดเงินซื้อปุ๋ยลงได้มาก....

         ผมฟังเสียงพี่ถวิลเล่าอย่างมีความสุข  ผมในฐานะนักส่งเสริมการเกษตรก็พลอยมีความสุขตาม และปลื้มใจไม่น้อย  ที่อย่างน้อยเราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีๆ นี้ แม้ว่าภาพรวมของกิจกรรมทั้งหมดผมยังทำได้ไม่เสร็จ และคิดว่ายังต้องแก้ไขอีกหลายๆ จุด  แต่เพียงจุดเล็กๆ ที่สำเร็จ ก็คงจะเป็นพลังให้ทำงานไปได้อีกไม่รู้จบ...

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.

วีรยุทธ  สมป่าสัก  23 สิงหาคม  2552