สอบได้ก็ไม่ตลก สอบตกก็ใช่จะธรรมดา

ประสบการณ์ของแม่ที่ลูกเรียนอนุบาลในโรงเรียนที่มีแต่ความสุข สอบก็ได้ที่ 1 หรือ 2 ได้รางวัลต่างๆ จนลูกเองก็คงเหลิง แต่แม่ก็อดกังวลใจไม่ได้เพราะลูกไม่ได้เก่งกล้าทางวิชาการเหมือนอย่างที่เด็กโรงเรียนที่เน้นวิชาการเป็นกัน

เมื่อลูกเข้าประถม 1 ในโรงเรียนเครือคริส ระดับความเข้มของวิชาการก็ค่อยๆมากตามตัวเลยทีเดียว พ่อแม่ที่ดี ก็ควรช่วยลูกทบทวนสิ่งที่เรียน อ่านหนังสือ และทำการบ้าน อ้อ! อย่าลืมท่องศัพท์วันละ 2-3 คำด้วย แต่พวกพ่อแม่ที่มีแต่ข้ออ้าง ก็ได้แต่อ้างว่าไม่มีเวลา ทำงานหนัก กลับบ้านดึก เหนื่อย ก็อ้างกันต่อไปละกันค่ะ ตราบเท่าที่คุณลูกยังเรียนได้ด้วยตนเอง

แต่เมื่อใดก็ตาม ผลการเรียนเริ่มส่อเค้าว่าลูกกำลังจะเรียนไม่ทันเพื่อนๆ บอกได้เลยว่านั่น คือ จุดเริ่มของผู้ที่เคยมีข้ออ้างแล้วล่ะ  อย่าได้ปัดภาระให้คนอื่น เช่น คุณครู เพราะตัวเราเองนั่นแหละต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ ที่พึงกระทำของเราใหม่ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ลำบากและเครียด เพราะปัญหาเริ่มปรากฎแล้ว และหากไม่แก้ไขในตอนนั้น ก็คงไม่ต้องแก้ไขอะไรแล้วเพราะทุกอย่างก็จะสายไปเรื่อยๆๆจนยากเกินกว่าจะแก้ไข  เหมือนการเรียนคณิตศาสตร์ หากเรายังไม่รู้จักตัวเลขและยังไม่สนใจจะศึกษา พอวันหนึ่งเพื่อนๆเราเขาเริ่มคูณและหารแล้ว เราคงถอดใจไปจากวิชาคณิตศาสตร์ ใช่หรือเปล่า?

สิ่งที่พึงระลึกเสมอคือ เด็กในวัยอนุบาลและประถมยังไม่สามารถรับผิดชอบตนเองได้ 100% ดังนั้นอย่าไปคาดหวังสูงเกินไป ควรคาดหวังตนเองให้มีเวลาช่วยคุณลูกทบทวนเรื่องเรียนมากกว่า และอย่าโกธรลูก หากลูกสอบไม่ผ่านเพราะความผิดพลาดส่วนหนึ่งคือสิ่งที่เราในฐานะพ่อแม่ต้องยอมรับและปรับปรุง ไม่มีเด็กคนไหนตั้งใจสอบไม่ผ่าน การสอบไม่ผ่านก็น่าเสียใจอยู่แล้ว เรายังเสียใจเลย ก็อย่าซ้ำให้ลูกเสียขวัญและเกลียดการเรียนละกัน

จงมีสติ และมองไปข้างหน้าสำหรับหนทางที่จะทำให้ลูกค่อยๆเข้าใจและเรียนดีขึ้น อย่าคาดหวังให้ลูกเก่งได้ในชั่วข้ามคืน สะสมฐานการเรียนและวินัยให้ลูกดีกว่า แล้วจะทำให้ลูกสามารถก้าวไปข้างหน้าด้วยตัวของเขาเอง