แต่ก่อน ไม่มีประเทศ มีแต่หัวเมือง ระหว่างเมือง
พระเจ้าหงสาวดี ตีเมืองเชียงใหม่ เมืองอโยธยา พม่า บอกว่า ไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของพม่า แต่บอก พระเจ้าหงสาวดีตีเมืองเชียงใหม่ เมืองอโยธยา ตองอู อังวะ หลวงพระบาง ฯลฯได้ แล้วให้ปกครองกันเอง โดยเอาลูก หลาน ไปเป็นตัวประกันที่หงสาวดี ทำทุกเมืองไม่ว่า เชียงใหม่ ตองอู อังวะ หลวงพระบาง เวียงจันทน์
พระเจ้าแห่งกรุงหงสาวดี ตีเอาเมืองอโยธยาได้
แต่ไม่สามารถตีเมืองพิมาย โคราช ดอนมดแดง(อุบลราชธานี) ร้อยเอ็ด ขามแก่น หนองหาร จำปาศักดิ์ เมืองเลย เมืองหล่ม บ้านดอน นครศรีธรรมราช สงขลา ภูเก็ต ฯลฯ ได้
เมืองอโยธยา เมืองสองแคว(พิษณุโลก) เชียงใหม่ เป็นเมืองขึ้น ของ หงสาวดี
แต่เมืองพิมาย โคราช ดอนมดแดง(อุบลราชธานี) ร้อยเอ็ด ขอนแก่น จำปาศักดิ์ เมืองเลย เมืองหล่ม บ้านดอน นครศรีธรรมราช สงขลา ภูเก็ต ฯลฯ ไม่ใช่เป็นเมืองขึ้น ของ หงสาวดี
ตำราคนไทยเขียนเอง เขียนให้รักชาติ เกลียดพม่า
แต่ไม่เขียนให้เกลียดฝรั่งเศส ที่มาขีดแบ่งเอาพื้นที่ ประชาชน บ้านเมืองของไทยไป เกือบครึ่งประเทศ
ไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของพม่า
ไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของพม่า
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ตันติราพันธ์ · 19 ส.ค. 2552
นายเจษฎา ชาญอักษร · 19 ส.ค. 2552
เจี๊ยบ เจี๊ยบ · 19 ส.ค. 2552
จันทนา ทองใบ · 19 ส.ค. 2552
นายเจษฎา ชาญอักษร · 19 ส.ค. 2552
จันทนา ทองใบ · 19 ส.ค. 2552
sanoopy · 19 ส.ค. 2552
วิชาประวัติศาสตร์ของไทยคงต้องชำระกันใหม่ค่ะ แต่ไม่รู้จะมีใครกล้ารึเปล่า...มาถึงปัจจุบันบ้านเราก็ยังหลับหูหลับตาสอนลูกสอนหลานเราอย่างผิดๆกันต่อไปแม้ว่าจะมีใครสักกี่คนออกมาแย้ง ออกมาแสดงหลักฐานทางวิชาการใหม่ๆแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็มิได้นำพา..สงสัยว่าเราต้องสอนกันเอาเอง.....ดิฉันก็เคยเถียงกับหลานเรื่องนี้เหมือนกันค่ะเนื่องจากครูแกก็สอนแบบเดิมนั้นแหล่ะและในวงการศึกษาไทย เด็กจะถูกไปกว่าครูไม่ได้ ครูเก่งคนเดียว อันนี้ก็พอเข้าใจได้ว่าวาทกรรมประวัติศาสตร์ดังกล่าวได้ฝังลึกมาอย่างยาวนานและทำไมประวัติศาสตร์ไทยมันถึงไม่เปลี่ยนแปลงไปสักที