นอนทับตะวัน หมายถึงการนอนในช่วงเวลาเย็นเลยไปถึงค่ำจนดวงอาทิพย์ตกดินแล้วยังไม่ตื่นซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นพฤติกรรมของเด็กๆ หลังจากกลับมาจากโรงเรียนในตอนเย็นก็จะเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมประจำวัน เนื่องจากจะต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนเมื่อเรียนและเล่นซุกซนกับเพื่อน ๆ มาตลอดทั้งวันเมื่อกลับมาถึงบ้านก็อ่อนเพลียและเผลอหลับไปหรือไม่บางคนก็หลับตั้งแต่นั่งรถกลับจากโรงเรียนเลยทีเดียว ในสังคมชนบทสมัยก่อนผู้ใหญ่จะห้ามไม่ให้นอนทับตะวันโดยกล่าวว่าเจตภูตตามความเชื่อว่าเป็นวิญญาณที่สิงอยู่ในตัวคนจะล่องลอยออกจากร่างได้เมื่อเวลาหลับ โดยเฉพาะผู้เป็นลูกสาวเนื่องจากต้องเป็นผู้ทำงานบ้าน เตรียมอาหารอาหารมื้อเย็นสำหรับคนในครอบครัว เช่นพ่อ แม่ หรือ พี่ น้อง ที่ออกไปทำไร่ทำนาหากเผลอนอนตอนเย็นก็จะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เตรียมอาหารไว้สำหรับรอคนในครอบครัวที่กลับมาจากทำงานคนโบราณจึงนำโบราณอุบายมาขู่เพื่อสอนให้ลูกสาวรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบและรู้กาลอันควรแก่การนอนเพราะว่าถ้าปล่อยให้ลูกหลานนอนหลับยาวไปจนค่ำก็จะเป็นการสร้างลักษณะนิสัยที่ไม่ดีให้กับลูกหลานเพราะหากไม่ฝึกให้ช่วยพ่อ แม่ พี่น้อง หุงหาอาหาร ทำกับข้าว กวาดบ้าน ถูบ้านหรือช่วยงานอื่น ๆ ตามแต่วัยและเพศของบุตรหลานต่อไปก็จะกลายเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวได้ข้อสำคัญการนอนช่วงเวลากลางวันคร่อมกลางคืนตั้งแต่ตอนเย็นจนค่ำอุณหภูมิอากาศจะเปลี่ยนแปลงจากกลางวันเข้าสู่กลางคืนทำให้การนอนในช่วงเวลานั้นไม่ว่าจะเป็นเพศใดวัยใด ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันอาจทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว ปวดหัว ไม่สบายเนื้อ สบายตัวต่างหากล่ะ เห็นไหมละว่าคนโบราณน่ะอุบายแยบยลจริง ๆ