เมื่อคืนฝนตกวันนี้เลยสบาย
อากาศไม่ร้อนอยู่กับธรรมชาติกลางท้องทุ่งอันสวยสดงดงาม
เดินระลึกไปกับธรรมชาติเพลินแล้วปลูกต้นไม้สองสามต้น
ทำสิ่งที่ทำประจำทุกวันเสร็จจึงมานั่งเขียนบันทึกนี้ว่า..
เราทุกคนที่เกิดมาบนพื้นพิภพนี้
บ้างก็ชอบสรรสร้างสิ่งที่ดีงามไว้ให้ลูกหลานได้เยี่ยมยล
บ้างก็อยากทำลายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ
คนเราเป็นสัตว์สังคมที่ยังมีความต้องการหรือความอยาก
ซึ่งหาที่สิ้นสุดได้ยากแค้นแสนเข็ญ
แต่ความอยากนี้หาใช่จะเป็นโทษสถานเดียวเท่านั้นก็หาไม่
ความอยากที่เกิดในชีวิตเราว่ามีทั้งดีและชั่ว
แต่ถ้าเข้าใจรู้เท่าทันความอยากเราก็ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามธรรมชาติได้
..ตัณหา..คือความอยากตัวนี้มุ่งสู่ความมีปัญหา
เป็นไปในฝ่ายที่ไม่ดี
ส่วน..ฉันทะ..ความอยากหรือความพอใจ..เป็นฝ่ายสรรสร้าง
เป็นไปในส่วนดีเป็นความอยากแบบมีปัญญา
หากคนเราอยากสรรสร้างทำคุณประโยชน์
ให้เกิดแก่สังคมด้วยความบริสุทธิ์ใจ
อยากอย่างนี้คงไม่มีใครว่าอะไรหรอกขอรับ
ถ้าเรารู้จักควบคุมความอยากหรือสิ่งที่เราต้องการได้
ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตเรา
และสังคมที่เราอาศัยก็ได้ประโยชน์เช่นกัน
ทว่า..เราจะเลือกอยากอย่างไหนก็สุดแล้วแต่
ใจเราอยากเราก็ต้องควบคุมมันเอง
เพราะยังไง..ถึงเป็นแฟนกันก็ทำแทนความอยากให้กันไม่ได้..
ท่านว่าไหมละ
ธรรมะสวัสดีขอรับ
สวัสดีครับ ท่านธรรมฐิต
ผมเห็นว่าคนในยุคนี้ต้องการสิ่งต่างๆเป็นส่วนเกินไปมากแล้วครับท่านมหา
นมัสการค่ะ...หลวงพี่
ทันสมัยน่าดู..."คนที่ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่"... ส่วนของหลวงพี่..."ถึงเป็นแฟนกันก็ทำแทนไม่ได้"
จริงแท้เจ้าค่ะ...ความอยากถึงเป็นแฟนกันทำแทนไม่ได้
คลิ๊ก "แรงผลัก(ดัน)...สู่ความทะยานอยาก...ความเหมือนที่แตกต่างเจ้าค่ะ
--------------
ขอบพระคุณค่ะ
ความอยากหาขีดจำกัดไม่ได้เมื่อเกินกำลังก็ทุกข์ทันทีขอรับ..
ทุกอย่างเราสามารถควบคุมมันได้ขอรับ..
ความอยากนี่ มันทำให้วุ่นวายไปหมดเลยนะครับ
คนเป็นแฟนทำแทนไม่ได้ แต่ช่วยได้บ้างครับ (อาจจะช่วยลด หรือ ช่วยเพิ่ม)
นมัสการหลวงน้าเจ้าค่ะ
แวะมาทักทายหลวงน้านะคะ
เป็นกำลังใจให้หลวงน้าค่ะ
หลวงน้ารักษาสุขภาพด้วยนะคะ
มีความสุขมากๆค่ะ
ธรรมะยามเช้าขอรับ..
ขอบใจจ๊ะที่แวะมาทักทาย..
หลวงน้าสบายดีทั้งใจและกายจ๊ะ...