เลิกจ้าง จ้าง ก็ไม่หวั่น...!!!
วิกูล โพธิ์นาง
รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒
ใกล้จะสิ้นเดือนสิงหาคม ๒๕๕๒ แล้ว ข่าวการเลิกจ้างเบาบางลงไป แทบไม่ได้ยินจากสื่อ ไม่เหมือนในช่วงก่อนหน้านี้ ที่มีการเลิกจ้างอยู่ทั่วๆไปเป็นระยะๆ
จนผู้ที่ไม่ได้ถูกเลิกจ้าง อกสั่นขวัญแขวนไปตามๆกัน กลัวว่าสักวัน อาจจะโดนเลิกจ้างเช่นนั้นบ้าง
ยิ่งถ้าในที่ทำงาน มีการลดกำลังการผลิต ลดงาน ปิดการทำงานล่วงเวลา บางวันก็มีข่าวลือสารพัด จะเลิกจ้างคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง ใกล้ตัวเข้ามาทุกที พาลให้รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ จนเกือบจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ หรือเป็นแล้วก็ไม่ทราบ
ชีวิตการทำงานดังกล่าว คงไม่ต่างอะไรกับนอนในกรงเสือร้าย หวาดระแวงไปสารพัด สะดุ้งไปทุกขณะจิต กายใจหาสุขไม่ได้เลย
ณ วันนี้ การเลิกจ้างเงียบไป ดังฟ้าหลังฝน ชายหาดหลังคลื่นสึนามิ ก็อย่าได้ประมาทว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ต่างอะไรกับภัยธรรมชาติที่เกิดได้ไม่เลือกาลสถานที่
การทำงานในสถานะลูกจ้าง หรือแรงงานไทยต้องไม่ประมาท เตรียมพร้อมอยู่เสมอ แม้จะเป็นสถานประกอบการที่ใหญ่ดูจะมั่นคงในสายตาเพียงใดก็ตาม
โดยเฉพาะสภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ของประเทศไทยเรา ณ ปัจจุบัน ยังไม่เข้าที่เข้าทาง จึงอาจส่งผลต่อการจ้างงาน ในบทสรุปที่จำเป็นต้องมีการเลิกจ้างอยู่เสมอ
เพื่อความไม่ประมาท จงใช้โอกาสนี้ พิจารณาด้วยสติ จนเกิดเป็นปัญญาว่า ตัวเราเองหากจะเป็นพนักงานอยู่อย่างมีคุณค่า ต้องเพิ่มทักษะ ความชำนาญอะไร บกพร่องจุดใด ก็ขวนขวายฝึกปรือเพิ่มเติม
จะได้เป็นพนักงานที่มีคุณค่า อยู่อย่างคุ้มค่าแรงยิ่งขึ้น อันจะเป็นโอกาสให้เราได้เป็นตัวเลือกสุดท้าย ถ้านายจ้างจำเป็นต้องเลิกจ้าง
และก็อย่าลืมว่า ในโลกนี้ล้วนเป็นอนิจัง ไม่เที่ยงแท้แน่นอน คิดล่วงหน้าไว้ด้วยว่า หากเราเป็นหนึ่งในผู้ถูกเลิกจ้าง จะเริ่มต้นชีวิตอย่างไร
จะใช้เงินที่ได้รับไปก้อนสุดท้ายและที่มีอยู่อย่างไรให้คุ้มค่า จะทำอะไร จะลงทุนอะไรในสัดส่วนที่เท่าใด
หรือถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะไปทำอาชีพอะไร ก็ให้นึกว่าในตัวเรามีดีอะไร ทำอะไรเก่ง ถนัดด้านใด ก็นำสิ่งนั้นไปเป็นทุนชีวิต ที่จะเริ่มต้น เช่น ทอดไข่เก่ง อร่อย ก็นำการทอดไข่นั่นแหละไปเป็นอาชีพ
อย่าไปคิดทำการใหญ่เกินตัว หรือเรียนแบบใครที่เขาประสบผลสำเร็จก่อนหน้า เพราะนั่นแสดงว่าเขามีต้นทุนชีวิต ถนัดด้านนั้นอยู่แล้ว เราเก่งทอดไข่ก็ทำทอดไข่ ประสบความสำเร็จได้ไม่ต่างกัน
เมื่อได้เตรียมพร้อมทั้งจะอยู่อย่างมีคุณค่า และพร้อมที่จะจากไปอย่างองอาจแล้ว การทำงานก็จะมีแต่ความสุขทั้งกายใจ เข้าได้กับสุภาษิต “อยู่ให้เขารัก จากให้เขาคิดถึง”