ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย คปก. เมื่อวันที่ ๒๓ ก.ค. ๕๒   รศ. ดร. กำจัด มงคลกุล เอาข้อมูลการผลิตบัณฑิตปริญญาเอกของประเทศไทยมาให้ดู    โดยขอมาจาก สกอ . ดังนี้

 

รายงานจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา  จำแนกตามกลุ่มสาขาวิชา ISCED และระดับการศึกษา  ปีการศึกษา 2550

หมายเหตุ  ข้อมูลจากฐานรายบุคคลระบบภาวะการมีงานทำของบัณฑิต ณ เดือนมิถุนายน 2552


กลุ่มสาขาวิชา ISCED

ร ะดับการศึกษาปริญญาเอก

   

การศึกษา

   225

เกษตรศาสตร์

     78

งานบริการ

     16

มนุษยศาสตร์และศิลป

     57

วิทยาศาสตร์

   360

วิศวกรรม

   128

สังคมศาสตร์, บริหารธุรกิจ และกฎหมาย 

   161

สุขภาพและสวัสดิการ

   164

ผลรวมทั้งหมด

1,189


 หมายเหตุ   กลุ่มสาขาวิชาการศึกษา  ผู้สำเร็จปริญญาเอก ๒๒๕ คน

          จากมหาวิทยาลัยของรัฐ ๑๑ แห่ง  เอกชน ๔ แห่ง ดังนี้  (จำนวนผู้สำเร็จปริญญาเอกอยู่ในวงเล็บ)

จุฬาฯ (๗๔) 

มศว. (๓๖)    

ม. เกษตร (๔๔)

มน. (๑๘)  

รามฯ (๙) 

ม. อุบล (๗)

มหิดล (๖)  

มข. (๖)   

ม. เซ็นต์จอห์น (๖)

ม. วงษ์ชวลิตกุล (๖)

มมส. (๔) 

มอ. (๓)

มช. (๓) 

ม. อัสสัมชัญ (๒) 

ม. สยาม (๑)

          ข้างบนเป็นข้อมูลที่ได้จาก สกอ.    ประเด็นที่ ท่านอาจารย์กำจัดเสนอคือ   ตัวเลขการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอกเหล่านี้มีลักษณะ supply-push   สาขาที่มีอาจารย์ที่มีคุณวุฒิสูง เข้าเกณฑ์เปิดหลักสูตรปริญญาเอกได้ ก็เปิด    คนสาขานั้นๆ ก็มีมาก    ส่วนสาขาที่ขาดแคลนอาจารย์ที่มีคุณวุฒิ และขาดแคลนคนระดับปริญญาเอก   ก็ไม่มีการผลิต หรือมีการผลิตน้อย    มองในภาพรวมของประเทศ ก็ยิ่งอสมดุล


          ประเทศจึงต้องการการจัดการระบบบัณฑิตศึกษา    ที่สนับสนุนการผลิตแบบ demand-pull   คือหาทางทำให้ฝ่ายต้องการเข้ามามีส่วนบอกความต้องการและมีส่วนร่วมในการผลิต   รัฐต้องใส่ทรัพยากรเข้าไปในสาขาที่มีความต้องการใช้และขาดแคลนบัณฑิตปริญญาเอกอย่างแท้จริง


          นอกจากนั้น ต้องแยกแยะบัณฑิตศึกษา ๒ เป้าหมาย    คือเพื่อฐานานุภาพ กับเพื่อทำงานวิชาการ     ในสภาพทรัพยากรจำกัดรัฐพึงเลือกสนับสนุนทรัพยากรไปที่เป้าหมายหลังเท่านั้น  

 

วิจารณ์ พานิช
๒๓ ก.ค. ๕๒