ม้า

เมื่อสองวันก่อนได้ดูหนังสารคดีชีวิตของชายแก่คนหนึ่งในบราซิล..ขณะถ่ายทำหนังเรื่องนี้เขาเล่าว่าตะแกมีอายุได้เจ็ดสิบสองขวบแล้วแต่ก็ดูว่าเป็นคนสู้มิถ้อถอยที่เดียวโรคที่เป็นอยู่ต้องสู้น่าดูเหมือนกัน..พอดีลูกสาวเรียนทางด้านกายภาพบำบัดมาก็ได้ช่วยพ่อไปได้ทางหนึ่ง..ตะแกมีลูกจริงๆแปดคน...นอกนั้นเป็นร้อย..ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กจรจัด..เร่ร่อน..นักสังคมสงเคราะห์จะพาเด็กมาฝากไว้ที่ฟาร์มซึ่งตายายคู่นี้มีอยู่..เหตุผลของคนคู่นี้ก็มีอยู่ว่าดีกว่ามานั่งมะรันดูแกมะแลดูกันตอนแก่ๆ...ฉะนั้นการเลี้ยงดูเด็กๆเหล่านี้เหมือนกับเลี้ยงลูกตนเองเป็นความคิดของสองคนตายาย...เมื่อเด็กเหล่านี้มาอยู่สิ่งที่ต้องรู้จักเป็นเรื่องแรกคือการดูแลม้า..หัดขี่ม้า..(ที่ประเทศไทยก็มีพระที่มีความคิดคล้ายๆกัน...ม้ากับคนเด็กๆ)..เด็กที่มีปัณหาจะถูกเยี่ยวยาโดยธรรมชาติระหว่างที่ตนอยู่กับม้า...ที่น่าสนใจคือเด็กเหล่านี้จะมีครูมาสอนหนังสือซึ่งจะเรียนหนังสือหนังหาเพียงสี่ชม...นอกนั้นจะเป็นการเรียนรู้ในภาคปฏิบัติทั้งสิ้น...ไม่ว่าจะเป็นการรีดนมวัว..หรือขี่ม้า การดูแลฝึกการใช้ชีวิตประจำวันเป็นต้น..การเรียนในห้องเรียนก็ไม่ใช่ว่าจะใช้วิธีเรียนแบบนกขุนทอง..ที่เห็นเป็นต้นว่าเบื้องต้นเรียนรู้เรื่อง กายภาพ..ตั้งแต่หัวใจ ตับไต ใส้พุง...เมื่อรู้เรื่องกาย..ก็จะพาไปถึงจิต (คิดเอาเอง เรียน ก...จ..ไม่เห็นจะต้องเรียน..กขคง..จนถึง..ฮ สุดท้ายก็ลืม..ไม่เชื่อลองดู)...ที่ติดใจเก็บมาเล่า..เวลาที่เราเสียไปในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแคบๆต้องเสียค่าแป๊ะเจี๊ยะ..ห้องสี่เหลี่ยมติดแอร์...ต้องจองล่วงหน้าตั้งแต่ลูกยังไม่ออก...ไปส่งลูกในเมือง..บ้านที่อยู่ติดแอร์..ชานเมือง..ส่งลูกสามคน..ต้องตื่นแต่ตีห้า...รถมันติดๆๆๆๆ (เห็นมาอย่างนั้น)..ทำไมจึงยังเป็นอยู่อย่างนั้น....นี่..ก็ติดใจเลยเก็บมาเล่า