คนสาธารณะ กับคำว่าคุณภาพ
12 ปีที่แล้วฉันได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ หน่วยงานที่ได้ปฏิบัติงานคือ ห้องบัตร มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น การทำบัตรคนไข้ , การค้นหา ประวัติผู้ป่วย พร้อมทั้งลงข้อมูล ในคอมพิวเตอร์....ทั้งหมด ในทุก ๆ วันจะพบเห็นเหตุการณ์ในหลายรูปแบบที่ล้วนเป็นประโยคคำถาม? เช่น บัตรได้หรือยังมาตั้งนานแล้ว , คนนั้นมาทีหลังทำไมได้ก่อน , ไม่ได้เอาบัตรมา ลัดคิวให้ได้ไหม ฯลฯ ทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิด บางครั้งก็แสดงออกทางสีหน้า หรือท่าทาง
ด้วยโรงพยาบาลพะโต๊ะเป็นโรงพยาบาลที่ห่างไกลความเจริญ ไม่มีเจ้าหน้าที่มาประจำ หรืออยู่ไม่นานก็ต้องย้ายหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ แพทย์และบุคลากรอื่น ๆ ก็น้อย ซึ่งขณะนั้นมีแพทย์เพียง 2 ท่าน ถ้าวันไหนตรงกับวันที่แพทย์ออกหน่วยตามสถานีอนามัย แพทย์อีกคนต้องไปตรวจผู้ป่วยในแล้วออกมาตรวจผู้ป่วยนอก บางครั้งมีอุบัติเหตุที่หน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินกว่าแพทย์จะมาตรวจที่ตึกผู้ป่วยนอกต้องใช้เวลา ซึ่งบางครั้งคนไข้ไม่เข้าใจ ก็จะเอะอะโวยวาย บอกได้เลยว่าไม่มีความสุขในการทำงาน ขอให้ผ่านไปในแต่ละวันในช่วงนั้น
4 ปีให้หลัง กับการเปลี่ยนสถานที่ทำงานเรียกว่าเปลี่ยนระบบการทำงานทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ภาระงานรับผิดชอบเกี่ยวกับงานพิมพ์โดยเฉพาะ ณ.ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพนั่นเอง แค่ชื่อก็รู้แล้วว่างานที่รับผิดชอบต้องเกี่ยวกับงานที่เป็นคุณภาพล้วน ๆ คุณภาพ คำ ๆ นี้ แรก ๆ ก็ยัง ไม่เข้าใจลึกซึ้ง นานวันก็เริ่มซึมซับคำว่าคุณภาพมากขึ้น เพิ่งรู้ว่าเป็นอะไรที่โดนใจตัวเองมากที่สุด เข้าใจแล้วว่าใช้คนให้เหมาะสมกับงาน "ก็งานนี้แหละ" ฉันรักงานที่ทำและมีความสุขมากขึ้นทุกวัน งานทุกงานที่ได้รับมอบหมายถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ทำให้สมองโลดแล่น เพราะมีเรื่องให้คิดและตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา และที่แห่งนี้ที่สอนให้ฉันได้รู้จักคำว่า "ความอดทน" "การให้ การแบ่งปัน" และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจผู้รับบริการมากยิ่งขึ้น
โดยตามธรรมชาติของมนุษย์ ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากจะมาโรงพยาบาล เพราะเขาเจ็บ เขาปวดจริง ๆ ถึงมาพึ่งโรงพยาบาล วันนี้ที่เขามาเพราะเขาคิดว่าโรงพยาบาลเป็นที่สุดท้ายที่เขาเหล่านั้นจะหายจากโรคที่เขาเป็นได้ เพราะเขาไว้ใจเรา เขาถึงมาหาเรา คิดได้อย่างนี้ ทำให้จิตใจที่เคยแข็งกร้าว ก็อ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด นับเป็นความโชคดีกว่าอีกหลายคนที่คิดจะช่วยเหลือคนอื่นแต่ไม่มีโอกาส วันนี้โอกาสอยู่ในมือเราแล้วก็จะพยายามรักษาโอกาสนี้ให้อยู่กับเรานานที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นี่คือคำมั่นสัญญา"
ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลพะโต๊ะเป็นโรงพยาบาลที่ผ่านคุณภาพ HA ขั้นที่ 1 , ขั้นที่ 2 และกำลังจะขอรับรองขั้นที่ 3 ในปลายปีนี้ ทำให้ภาระงานเพิ่มทวีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันพยายามเก็บเกี่ยวความรู้ และประสบการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ภายในใจมีคำถามผุดให้คิดอยู่ตลอดเวลา วันนี้มีโอกาสได้ทำงานที่ตัวเองรักแล้ว และได้ทำอะไรที่เป็นคนคุณภาพให้กับองค์กรหรือยัง แอบเห็นคนอื่น ๆ พอหมดหน้าที่ตนเอง ก็จบไปแล้วสำหรับหน้าที่ในวันนั้น ๆ แต่สำหรับฉันถ้าเวลายังไม่หมด วันนั้นยังไม่จบภารกิจ... หลาย ๆ ครั้งที่ไม่มีงานพิมพ์เข้ามา... งานไม่มา แต่ไม่ได้หมายความว่างานไม่มี....นี่นา อย่าทำตนเหมือนคนไม่มีค่า อย่าหายใจทิ้งไปวัน ๆ พยายามเตือนสติตัวเองอยู่เสมอ กินเงินเดือนหลวงทุกเดือน คนของหลวงต้องทำอะไรเพื่อทดแทนหลวงบ้าง ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เกิดคุณภาพกับตัวเองและเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับองค์กร และแล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมองทันที "ทำงานเชิงรุก...เพราะประโยคนี้ ประโยคเดียว"
นึกทบทวนการทำงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีงานจะมีเจ้าหน้าที่เอางานมาส่งให้ ที่ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพ และนัดมารับงานคืน ซึ่งดูตามความยากง่ายของงาน บางครั้งการตกลงงานที่ไม่ชัดเจน ทำให้งานเกิดความล่าช้า , ทำให้เสียเวลา , เกิดความผิดพลาดบ่อย ๆ โดย ชี้วัดจากอุบัติการณ์ต่าง ๆ ซึ่งช่วงหลังได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด เน้นการทำงานแบบ เชิงรุกมากขึ้น โดยการอาสาออกไปขอรับงานตามหน่วยงานต่าง ๆ ทุกวัน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเป็นที่เรียบร้อยก็จะนำงานไปคืนตามหน่วยงานด้วยตัวเอง จุดเน้นที่ตั้งไว้ ส่งงานถึง ที่หมาย ถูกต้อง ทันเวลา ไม่เกิดอุบัติการณ์ และผู้รับผลงานพึงพอใจ หรือถ้าวันไหนไม่มีงานจริง ๆ ก็จะถือโอกาสไปช่วยงานห้องบัตร เพื่อเป็นการไถ่โทษกับผู้รับบริการที่ก่อนหน้านี้ ที่ได้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปบ้าง ทุกครั้งที่ฉันได้ออกไปช่วยงานที่นอกเหนืองานประจำ (รู้สึกว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง) ใครจะรู้ภายในใจก็มีแอบภูมิใจอยู่ลึก ๆ ที่เราก็เป็น (ส่วนเล็กๆ) ส่วนหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวด โดยอาศัยการพูดคุย ซักถามอาการ หรือเพียงแค่การแสดงออก เล็ก ๆ น้อยของเราก็เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ของคนที่เจ็บไข้ในยามนั้น แม้เป็นการช่วยบรรเทาเบื้องต้นก็ยังดี หรือบางครั้งถ้าหน่วยงานไหนต้องการให้ฉันไปช่วย ฉันก็ยินดีช่วยเหลือ คนของประชาชนต้องทำให้ได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว
ตามแนวคิดของตัวเอง การทำงานคุณภาพเปรียบเหมือนคนที่กำลังต่อภาพจิ๊กซอ จิ๊กซอเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะงดงามแค่ไหนอยู่ที่ความใส่ใจของคนต่อ เพราะฉะนั้น ตัวต่อทุกตัวเป็นส่วนสำคัญทั้งหมด ถ้าขาดตัวหนึ่งตัวใด จิ๊กซอจะขาดความสมบูรณ์ทันที ตัวต่อตัวนี้อาจไม่ใช่ปลายเจดีย์ หรือฐานของเจดีย์ แค่ต้นหญ้าที่อยู่ข้างๆ ก็ภูมิใจแล้ว หลายแนวคิดเชื่อว่าคนคุณภาพ ย่อมคิดเรื่องคุณภาพ...พูดเรื่องคุณภาพ...และนำไปสู่กระบวนการคุณภาพ ฉันใดก็ฉันนั้น
ขอบคุณนายแพทย์พันธุ์เชษฐ์ บุญช่วย ที่ให้โอกาส และที่ลืมไม่ได้คือคุณอัจฉรา บุญช่วย
ที่เป็นกำลังหนุน ช่วยชี้แนะและคอยส่งเสริมเรื่องดี ๆ ในทุก ๆ เรื่อง
บุษรา รินทรสกุล
ขอบคุณนะคะ..พี่นก
เพียงแค่หนึ่ง..ก็ซึ้งใจสุดสุด
ปวดแสบปวดร้อนไปหมดแล้วค่ะพี่...อิอิ
เหตุการณ์ที่น้องพบนั้นพี่ก็รวมทุกข์รวมสุขมาแล้วเหมือนกันสมัยนั้นพี่ต้องรื้อล้น opd การ์ด
กันหัวหมุนกันไปหมดพอไม่พบต้องยกทั้งชั้นไม่เหมือนสมัยนีสบายกันใช้นิ้วมืออย่างเดียวสู้ต่อไปน่ะน้องเป็นกำลังใจให้เสมอจ๊ะ
อ่านแล้วรู้สึกกินใจมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ ที่สละเวลามาช่วยห้องบัตร เรื่องที่พี่นกเขียนทุกเรื่องอ่านแล้วมีประโยชน์ดีจัง เหมือนเป็นกระจกสะท้อนให้เราได้ย้อนกลับมามองตัวเอง เก่งจริง ๆ เลยค่ะพี่สาว (ยกนิ้วให้เลย)อิ อิ
คิดดี ทำดี ชีวีมีสุข สู้ต่อไป คนสู้ชีวิต
พี่ชายคนนี้ได้อ่านแล้วรู้สึกยินดี และเป็นกำลังใจให้น้องสาวคนนี้ตลอดไป
ความจริงใจที่มี ดั่งราตรีมีเพียงแสงจันทร์
มีเพียงแสงตะวัน มั่นขอบฟ้า....
ดีมากครับ...สมกับเป็นคนสาธารณะ...สุข เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะครับ
เก่งจังเลยจ้าน้องอัจ สามารถถ่ายถอดความรู้ให้กับพีๆน้องๆในโรงพยาบาลและผลิตผลงานมาต่อเนื่อง แล้วยังได้รสชาดดีด้วยนะ/พี่อ้อมม
ขอบคุณองค์กร ที่ทำให้คนมีคุณภาพอย่างนี้ การทำงานคุณภาพบางครั้งอาจพบกับปัญหาและอุปสรรคบ้างแต่ถ้าเรามีความมุ่งมั่นและสัญญาเราก็มีความสุขกับมัน จงพยายามต่อไปนะน้องนกป้าอ้อนขอเป็นกำลังใจให้คนคุณภาพต่อไป
คนสาธารณะคนนี้ วันนี้สุข..ใจแล้ว
ขอบคุณป้าอ้อนมาก ๆ ค่ะ
นอกนอกค้นบัตรเก่ง...พิมพ์งานเก่งและเร็วด้วย ...พี่นกยังเป็นนักเขียนที่ดีได้อีกครับ..จะติดตามเรื่อยๆครับ...
ว่าแต่พี่นกเสี่ยงไข้หวัด2009นะอิอิ ทดสอบด้านล่างครับ เอามาฝากเพื่อจะมีประโยชน์ อิอิ...