ส่งงานค่ะ

เรื่องที่ 1 1.ชื่องานวิจัย รูปแบบการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่สอดคล้องกับเครือข่ายโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในจังหวัดเชียงใหม่ 2.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพชุมชนและปัจจัยในการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ 2. เพื่อศึกษาสภาพการณ์เกี่ยวกับการเรียนการสอน ศักยภาพของครูผู้สอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และเป้าหมายหรือแนวทางการจัดการเรียนการสอน 3. เพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์และรูปแบบการจัดการการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับสภาพชุมชนในสถานการณ์ปัจจุบัน 3.คำถามวิจัย 1. สภาพชุมชนในการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์เป็นอย่างไร 2. สภาพการณ์เกี่ยวกับการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์เป็นอย่างไร มีเป้าหมายหรือแนวทางในการจัดการเรียนการสอนอย่างไร 3. การพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และรูปแบบการจัดการการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับสภาพชุมชนในสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร
พื้นที่ศึกษา : ศึกษาวิจัยเครือข่ายโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในจังหวัดเชียงใหม่ 3 พื้นที่ คือ - เครือข่ายโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในเขต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (ศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดพระสิงห์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่) - เครือข่ายโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในเขตกึ่งเมือง-ชนบท จ.เชียงใหม่ (ศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดท่าข้าม ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่) - เครือข่ายโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในเขตชนบท จ.เชียงใหม่ (ศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดเจดีย์แม่ครัว ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่) ผลการวิจัย สภาพชุมชนและปัจจัยในการจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ พบว่า ศูนย์พอ.ทั้ง 3 ศูนย์ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณประจำปีส่วนหนึ่งจากกรมการศาสนา ซึ่งมักไม่เพียงพอ ต้องอาศัยงบประมาณจากการบริจาคและเงินรายได้โดยตรงของวัด นอกจากนี้วัสดุ/อุปกรณ์หรือสื่อการเรียนการสอนมีไม่เพียงพอ และเป็นรูปแบบที่ไม่ดึงดูดความสนใจของนักเรียน อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแล้วถือว่ามีความพร้อมด้านอาคารสถานที่ ตลอดจนการสนับสนุนการเรียนของผู้ปกครอง

กรณีของศูนย์ฯ วัดพระสิงห์ ผู้ที่มาเรียนเป็นนักเรียนในเมือง และจากหลายชุมชนในต่างอำเภอด้วย เนื่องจากเป็นวัดใหญ่ ส่วนวันอาทิตย์พระสงฆ์มักมีกิจนิมนต์เป็นประจำ ทำให้ขาดครูผู้สอน ต้องขอพระนิสิตอาสาสมัครจากวัดต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยสอน กรณีศูนย์ฯ วัดท่าข้าม นักเรียนส่วนใหญ่มาจากหมู่บ้าน รวมทั้งหมู่บ้านใกล้เคียง แม้จะเป็นพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่เดิมที่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนามาโดยตลอด จึงสามารถระดมการมีส่วนร่วมจากชุมชนได้ไม่ยาก ประกอบกับเจ้าอาวาสเป็นที่ยอมรับของชุมชน มีการจัดเลี้ยงอาหารกับนักเรียนโดยได้รับงบบางส่วนจาก อบต. และผู้มาทำบุญ และเมื่อมีการจัดกิจกรรมประจำปีของศูนย์ฯ จะมีผู้มีจิตศรัทธาจากหน่วยงาน บริษัทเอกชนที่อยู่ในพื้นที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ส่วนกรณีศูนย์ฯ วัดเจดีย์แม่ครัว เนื่องจากวัดยังคงเป็นศูนย์กลางของชุมชน ทำให้คนในชุมชนมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม/พิธีกรรมทางศาสนาตามเทศกาลตลอดปี รวมทั้งกิจกรรมพัฒนาอื่นๆ โดยเจ้าอาวาสได้รับความศรัทธาจากชาวบ้านมาก เพราะเป็นพระนักพัฒนาที่ทำงานแก้ไขปัญหาของชุมชน ผู้ปกครองจึงสนับสนุนให้บุตรหลานเข้ามาเรียน ส่วนแกนนำชุมชนก็ให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ อย่างดี

ด้านการจัดการเรียนการสอน พบว่า มักยึดตามกรอบการเรียนการสอนที่มีรูปแบบตายตัว จึงไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย หลักการ และส่งผลให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการ ดังสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับศูนย์ พอ. ทั้ง 3 ศูนย์ ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านผู้เรียน มีแนวโน้มจำนวนนักเรียนที่มาสมัครเรียนลดน้อยลง สะท้อนถึงความสนใจของเด็ก/เยาวชนต่อการศึกษาพุทธศาสนาลดลง ประกอบกับเด็กนักเรียนในปัจจุบันต้องแข่งขันในด้านการศึกษาสูง หรือมีสิ่งยั่วยุ สิ่งบันเทิง ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก จึงใช้เวลากับสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ด้านผู้ปกครอง มักสนับสนุนให้บุตรหลานไปเรียนพิเศษหรือทำกิจกรรมเสริมทักษะอื่นๆ มากกว่า รวมทั้งบางส่วนมีความศรัทธาต่อพระสงฆ์ลดน้อยลง ด้านบุคลากร ภาพรวมของทั้ง 3 พื้นที่ มีลักษณะการหมุนเวียนสับเปลี่ยนผู้สอน ทำให้พระขาดโอกาสในการเพิ่มทักษะและสามารถช่วยสอนไปได้นานๆ เพราะไม่ใช้คนในพื้นที่ ประกอบกับไม่ได้รับการฝึกทักษะมาโดยตรง ด้านงบประมาณ พบว่ามีไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการสนับสนุนจากชุมชน จากการบริจาค ซึ่งเป็นรายได้โดยตรงของวัดนั้นๆ ด้านการจัดระบบข้อมูล ของศูนย์ พอ. พบว่า มีปัญหาทั้งในด้านความคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับความจริง ไม่มีข้อมูล ข้อมูลซ้ำซ้อน และไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาได้เพราะขาดการมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลของผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เป็นต้น นอกจากใช้เพียงเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเท่านั้น นอกจากนี้พบว่า การเรียนการสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ไม่ได้รับความสำคัญเมื่อเทียบกับการศึกษาที่เป็นระบบ อาทิ การศึกษาบาลี นักธรรม และปริยัติสามัญ ที่มีการเรียนการสอนในวัด และวิชาพุทธศาสนาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียนมัธยมมากกว่า รวมทั้งยังขาดการแสวงหาความร่วมมือกับส่วนต่างๆ ทั้งภาคสาธารณะ วัดต่างๆ ส่วนราชการ และประชาชน ผู้วิจัย พระ ประสิทธิ์ สิรินธโร มิถุนายน 2548

เรื่องที่ 2 1.ชื่องานวิจัย การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยใช้หลักสูตรแกนกลางของชาติและแหล่งเรียนรู้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้น ประศึกษาปีที่ 5 2.วัตถุประสงค์งานวิจัย 1.ศึกษาความสนใจและความคิดเห็นของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ 2.ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในด้านสาระความรู้ในแต่ละแขนงวิชาที่นำมาบูรณาการกัน 3.ศึกษาความสามารถของนักเรียนในการประยุกต์สาระความรู้จากแขนงวิชาต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาเชิงบูรณาการ 4.วิธีดำเนินการวิจัย 4.1กลุ่มเป้าหมาย คณะครูในโรงเรียนจักรคณาทร จังหวัดลำพูน ผู้รู้ในชุมชนที่มีความรู้ความเข้าใจด้านแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ ในจังหวัดลำพูน และนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนจักรคณาทร จังหวัดลำพูน
4.2เครื่องมือ หลักสูตรบูรณาการ แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ แบบบันทึกบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการ แบบสอบถามความคิดเห็นผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนการสอน แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักเรียน 5.ผลการวิจัย 1.หลักสูตรบูรณาการที่พัฒนาขึ้น 5 หน่วยการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 1 ภาคเรียน 2.คณะครูและผู้รู้ในชุมชนมีบทบาทและส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร และมีความคิดเห็นมีค่าเฉลี่ยในระดับดีมาก 3.นักเรียนมีความสนใจในการจัดการเรียนการสอน และมีความเห็นต่อกาจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรบูรณาการมีค่าเฉลี่ยในระดับดีมาก 4.ความรู้ความเข้าใจของนักเรียนต่อเนื้อหาสาระที่นำมาบูรณาการหลังการเรียนมีค่ามากกว่าก่อนเรียน 5.นักเรียนมีความสามารถในการใช้เนื้อหาสาระที่นำมาบูรณาการในการแก้ปัญหามีค่าเฉลี่ยในระดับสูง ผู้วิจัย สกลวรรษ สุธาเมธี นักศึกษาปริญญาเอก สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มิถุนายน 2551