แบบฟอร์มแผนแม่บท ICT เป็นตัวอย่างการจัดทำแผนกลยุทธ์ทาง ICT

ตัวอย่างแผนแม่บท ICT เพื่อการศึกษา

สามารถดาวน์โหลด Flie ตามลิงค์นี้ข่างล่างนี้

http://gotoknow.org/file/ream_jai/form_ictplan.doc

 

บทที่ 1

บทนำ

 

ที่มาและความสำคัญ/หลักการและเหตุผล

 

ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554)ประเทศไทยในปัจจุบันมีความเจริญทางเทคโนโลยีมากขึ้นเป็นลำดับ  มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในหลายบริบทของสังคม ทั้งที่เป็นโอกาสและข้อจำกัดต่างๆ  ต่อการพัฒนาประเทศ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมของคนและระบบให้สามารถพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและแสวงหาประโยชน์จากยุคโลกาภิวัฒน์  และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทุกภาคส่วน และในการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในกระแสโลกาภิวัฒน์ คือ ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการค้นคว้าเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสามารถนำข้อมูลออกมาใช้ได้อย่างเป็นระบบและมีความรวดเร็ว  อีกทั้งยังมีผลกระทบและมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารจัดการภายในโรงเรียน  ที่มุ่งเน้นในการนำ ICT มาใช้ในการผลิตความรู้ สร้างสื่อการเรียนการสอน งานทะเบียนและวัดผล งานห้องสมุด ครูและนักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ต่าง ๆ โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงการนำ ICT มาใช้ในการบริหารจัดการการศึกษา ให้มีมาตรฐานที่ดีและมีประสิทธิภาพ   ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 9 ได้กล่าวถึงเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (มาตรา 63-69) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิรูปการศึกษาในรูปแบบใหม่ที่มีความครอบคลุม กว้างขวาง และมีความเป็นเอกภาพ ทั้งการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐาน การจัดตั้งกองทุน การสร้างมาตรฐานทางเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการปรับใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้เรียนให้บังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ) สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ส่งผลให้ในการศึกษามีการปฏิรูปการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาให้ทันต่อกระแสสังคมโลกาภิวัฒน์ และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญของนักการศึกษา  ครู  ผู้บริหาร พ่อ แม่  ผู้ปกครอง  ผู้เรียน  ผู้นำประเทศ และประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนต้องตระหนักและรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาซึ่งจะส่งผลต่อปรัชญาแนวคิด  จุดมุ่งหมาย รวมถึงทิศทางของการจัดการศึกษาของประเทศ ฉะนั้นจึงสอดคล้องกับ(แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545 - 2559 ) ที่วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 กล่าวว่าพัฒนาคนอย่างรอบด้านและสมดุลเพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนา  มีนโยบายในข้อที่ 4 คือ การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพึ่งพาตนเองและเพิ่มสมรรถนะการแข่งขัน  นับว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วก็เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิต  วัฒนธรรม  การดำรงอยู่  ตลอดจนการพัฒนาประเทศและสังคมโลก  ประเทศที่พัฒนาแล้วได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นยุทธศาสตร์หลักในการเสริมสร้าง  ความรู้ความสามารถ  การทำงาน  สำหรับประเทศไทยก็ได้ความสนใจในบทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยที่ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานต่างได้มีการตื่นตัวที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการต่างๆ เพื่อให้เกิดศักยภาพ  ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์แห่งการพัฒนาในแต่ละช่วงเวลา  ออกมาเป็นนโยบายสารสนเทศ พ.. 2544 – 2553 (IT 2010)  นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาประเทศให้เป็นสังคมภูมิปัญญาและการเรียนรู้ สำหรับช่วงเวลา พ.. 2544 – 2553 ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 องค์ประกอบ  ได้แก่  การลงทุนในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ที่เหมาะสมและทันการ  การส่งเสริมให้มีนวัตกรรมที่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในระบบเศรษฐกิจและสังคม การลงทุนและการส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอย่างจริงจังและต่อเนื่องกัน

                          ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองท่าโขลง เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ฯ ขนาดใหญ่มีบุคลากรที่มีความสามารถ  อีกทั้งยังมีการพัฒนาศักยภาพด้านอื่นๆ อย่างพร้อมเพรียง  เช่น  อาคารสถานที่  ด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยสามารถช่วยในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ มีความจำเป็นในการกำหนดแผนพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานอย่างชัดเจน  และเหมาะสมกับสภาพบริบทของสถานศึกษา  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้  ความสามารถ  ทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีและตระหนักความสำคัญความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง โดยพัฒนาผู้เรียนในทุกด้าน  ทั้งด้านร่างกาย  อารมณ์จิตใจ  สังคมและสติปัญญา  ให้ผู้เรียนเก่ง  ดีและมีความสุข  การจัดการศึกษาอยู่บนรากฐานของความรักการเรียนรู้ ผสมผสานระหว่างการเล่นกับการเรียนรู้ แนวคิดหลักของการจัดการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นนวัตกรรมอย่างเหมาะสมจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการที่หลากหลาย  เด็กจะได้มีพัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยผ่านกิจกรรม 6 กิจกรรมหลัก ให้ความสำคัญต่อการจัดหา ICT เข้ามาใช้ในสถานศึกษา และพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ให้มีความรู้ความสามารถเพื่อจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

วัตถุประสงค์

 

1.  เพื่อพัฒนาครูผู้สอนให้สามารถนำนวัตกรรม ICT ในการจัดการเรียนการสอน และการบริหารงานด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.  เพื่อสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีนโยบายให้ครูและนักเรียนนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

3.   เพื่อส่งเสริมสนับสนุนครูผู้สอนใช้ ICT ให้สามารสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

วิธีดำเนินการ

 

1.  ศึกษาหลักสูตรปฐมวัย ด้วยผลการเรียนรู้ที่คาดหวังความต้องการของชุมชน นโยบายข้อมูลนักเรียน  การรวบรวมเอกสารสารสนเทศของโรงเรียน

 2.  สนับสนุนและส่งเสริมการใช้ ICT กับบุคลากรในโรงเรียน

3.  ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา  ครู  เพื่อร่วมกันในการทำแผนพัฒนาสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับสถานศึกษา  อาทิ  วิเคราะห์  SWOT ยุทธศาสตร์และเป้าหมาย

4.  ประชุมครูแบ่งงานดำเนินการตามแผนงานที่กำหนด

5.  ประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงาน

 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

 

1.  มีระบบงานการบริหารจัดการของโรงเรียนที่เป็นมาตรฐานใช้พัฒนางาน เพื่อให้บริการข้อมูลสารสนเทศ

            2.   การพัฒนาสารสนเทศกับการพัฒนาสถานศึกษาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองโขลง  ให้สอดคล้องกันนโยบายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   ฉบับที่   10    พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การปฏิรูปการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ

3.  การจัดการศึกษาเป็นไปตามความต้องการของชุมชนและตามความเหมาะสมกับสภาพ บริบทของสถานศึกษา  อาทิ  ด้านบริหารวิชาการ  ด้านบริหารงบประมาณ ด้านบริหารงานบุคลากร  ด้านบริหารงานทั่วไป

4.  ด้าน ICT นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความสามารถที่ทันสมัย    และก้าวทันเทคโนโลยี5.   บุคลากรมีความรู้ความสามารถที่ประยุกต์ใช้ ICT ลดจำนวนการใช้กระดาษปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐาน