ฟุตบอลโลก
“ฟุตบอล” เกิดขึ้นในโลกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2406 ที่ฟรีเมสัน ทาเวิร์น ในควีนส์สตรีต ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และถึงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 เป็นวันแรกของการก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า และในปี พ.ศ.2463 เมื่อจูลส์ ริเมต์ ก้าวจากตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสเข้ามาคุมบังเ X ยนฟีฟ่า โดยมีอองรี เดลานีย์ เป็นเลขาธิการคู่ใจ
จูลส์ ริเมต์ นี่เองที่มีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนให้มีการจัดฟุตบอลโลก และถ้วยบอลโลกก็ตั้งชื่อว่า จูลส์ ริเมต์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ผลักดันคนสำคัญด้วย
ส่วนฟุตบอลโลกครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2473 ที่ประเทศอุรุกวัย ซึ่งปรากฏว่าทีมเจ้าภาพซึ่งจัดการแข่งขันที่กรุงมอนเตวิเดโอ ก็คว้าแชมป์โลกมาครองด้วยการเอาชนะอาร์เจนตินาไป 4-2 ประตู
ครั้งต่อมาจัดขึ้นในปี พ.ศ.2477 ที่ประเทศอิตาลี ก็ปรากฏว่าทีมเจ้าภาพคว้าแชมป์โลกไปครองได้อีกด้วยการเอาชนะเชโกสโลวะเกียในนัดชิงชนะเลิศ 2-1 ประตู
ครั้งที่ 3 จัดขึ้นในปี พ.ศ.2481 ที่ประเทศฝรั่งเศส ปรากฏว่าอิตาลียังยอดเยี่ยมคว้าแชมป์โลกไปครองได้อีกสมัยด้วยการเอาชนะฮังการี 4-2 ประตู
ฟุตบอลโลก ปีพ.ศ.2493 จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ปรากฏว่าอุรุกวัยคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ
ฟตุบอลโลกครั้งที่ 6 เมื่อปีพ.ศ.2501 จัดที่ประเทศสวีเดน บราซิลคว้าแชมป์โลกมาครองสมใจด้วยการเอาชนะสวีเดนขาดลอย 5-2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลโลก 2505 จัดขึ้นที่ชิลี คราวนี้บราซิลคว้าแชมป์โลกไปครองได้อีกสมัย ด้วยการเอาชนะเชโกสโลวะเกีย 3-1 ประตู ในนัดชิงชนะเลิศ
ฟตุบอลโลก 2509 จัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ เป็นบอลโลกครั้งที่ 8 ซึ่งอังกฤษเอาชนะเยอรมนีตะวันตกไป 4-2 ประตู คว้าแชมป์โลกมาครอง
ฟุตบอลโลก 2513 จัดขึ้นที่เม็กซิโก เป็นอีกครั้งที่บราซิลคว้าแชมป์โลกไปครองด้วยการถล่มอิตาลีในนัดชิงชนะเลิศ 4-1 ประตู
ฟุตบอลโลก 2517 จัดขึ้นที่เยอรมนีตะวันตก ทีมเจ้าภาพประสบความสำเร็จด้วยดี คว้าแชมป์โลกมาครองได้อีกสมัยด้วยการเอาชนะฮอลแลนด์ในนัดชิงชนะเลิศ 2-1 ประตู
ฟุตบอลโลก 2521 ที่อาร์เจนตินา เป็นอีกครั้งที่ทีมเจ้าภาพประสบความสำเร็จ โดยการเอาชนะฮอลแลนด์ไปเด็ดขาด 3-1
ฟุตบอลโลก 2525 ที่ประเทศสเปน คราวนี้เป็นทีของอิตาลี ด้วยการเอาชนะเยอรมนีตะวันตกในนัดชิงชนะเลิศ 3-1 ประตู กลายเปีทีมที่คว้าแชมป์โลกไปครองเป็นสมัยที่ 3 ได้เป็นทีมที่ 2 ของโลกต่อจากบราซิล
ฟุตบอลโลก 2529 ที่เม็กซิโก อาร์เจนตินาภายใต้การนำทีมของดีเอโก้ มาราโดน่า ประสบความสำเร็จเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ด้วยการเอาชนะเยอรมนีตะวันตกในนัดชิงชนะเลิศไปหวุดหวิด 3-2 ประตู
ฟุตบอลโลก 2533 ที่อิตาลี เยอรมนีตะวันตกกลายเป็นอีกทีมที่คว้าแชมป์โลกมาครองได้ถึง 3 สมัยด้วยการเอาชนะอาร์เจนตินา ในนัดชิงชนะเลิศหวุดหวิด 1-0 ประตู
ฟุตบอลโลก 2537 ที่สหรัฐเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 15 คราวนี้บราซิลประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ฝดบกไปครองเป็นสมัยที่ 4 เป็นทีมแรกของโลก ด้วยการดวลจุดโทษเอาชนะอิตาลี 3-2 หลัง เสมอในเวลา 0-0 ประตู
ฟุตบอลโลกผ่านการแข่งขันมาแล้ว 15 ครั้ง บราซิลคว้าแชมป์โลกไปครองถึง 4 สมัยด้วยกัน และเยอรมนี (ตะวันตก) . อิตาลีคว้าแชมป์โลกไปครองทีมละ 3 สมัย ส่วนฟุตบอลโลกครั้งที่ 16 มีการแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.-12 ก.ค. เป็นครั้งแรก ที่จะมีทีมเข้าร่วมแข่งขันในรอบสุดท้ายมากที่สุดถึง 32 ทีม และมีจำนวนแมตช์แข่งถึง 64 แมตช์
ประวัติของการแข่งขันฟุตบอลโลก
การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกจัดขึ้นที่ประเทศอุรุกวัย ในปี ค.ศ.1930 แชมป์ในครั้งแรกก็คือเจ้าภาพนั่นเอง โดยอุรุกวัยเอาชนะอาร์เจนตินาไป 4-2 ประตู ในตอนนั้นยังไม่มีสัญลักษณ์ของการแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการ
สำหรับประวัติการแข่งขันฟุตบอลโลกคือ หลังจากฟุตบอลถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในอังกฤษ เมื่อค.ศ.1836 ประเทศต่างๆก็จัดการแข่งขันเชื่อมสัมพันธไมตรี กระทั่งถึงวันที่ 21 พ.ค. 1904 ประเทศที่เตะบอลก็ร่วมกันก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า และในปี 1920 เมื่อจูลส์ ริเม่ต์ นายกสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสได้รับตำแหน่งประธานฟีฟ่า ก็เริ่มพูดคุยกันถึงการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างจริงจัง และได้ฤกษ์เบิกโรงครั้งแรกในปี 1930 ที่อุรุกวัย ที่กล่าวไปแล้วนั่นเอง ส่วนการแข่งขันที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2541 นั้นถือเป็นครั้งที่ 16 และเป็นครั้งที่ 2 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจากเมื่อปี 1938 หรือพ.ศ. 2481
ทีมที่ได้สัมผัสถ้วยบอลโลกมาแล้วมีเพียง 7 ประเทศ เรียงอันดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ 1.บราซิล (ปีค.ศ.1958,1962,1970 และ 1994) 2.เยอรมนี (ปี 1954,1974 และ 1990) 3.อิตาลี (ปี 1934,1938,และ 1982) 4.อาร์เจนตินา (ปี 1978 และ 1996) 5.อุรุกวัย (ปี 1930 และ 1950) 6.อังกฤษ (ปี 1966) 7.ฝรั่งเศส (ปี 1998)
แหล่งข้อมูล http://www.manager.co.th/
ตราลัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ ฟุตบอลโลก 2006
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า และคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ได้ร่วมกันกำหนดคุณลักษณะของโลโก้ เพื่อให้เอเยนซี่ รับไปออกแบบ นั่นคือ ต้องมีชื่อของเยอรมนี ในฐานะประเทศเจ้าภาพอย่างเด่นชัด ต้องแสดงถึงความ ร่าเริงเบิกบาน และผ่อนคลาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ต้องการใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ โลโก้จะต้องแสดงถึงความเป็นอิสระแต่ไม่ล้ำสมัยเกินไป และต้องคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของฟีฟ่าด้วย
ฟีฟ่าได้มอบหมายให้บริษัทไวท์สโตน แห่งกรุงลอนดอน เป็นผู้ออกแบบโลโก้ เนื่องจากพอใจกับผลงานที่ทำไว้ในการออกแบบโลโก้ฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น องค์ประกอบสำคัญในโลโก้ครั้งที่แล้ว โดยเฉพาะสัญลักษณ์ถ้วยฟีฟ่า จะต้องปรากฏในโลโก้ครั้งนี้ และในโลโก้ของการแข่งขันครั้งต่อ ๆ ไปด้วย
คณะกรรมการจัดการแข่งขันของเยอรมนี ได้มอบหมายให้เอเยนซี่ อโบลด์ ของ แอนเดรียส อโบลด์ ร่วมออกแบบกับไวท์สโตน ด้วย โดยมีเป้าหมายว่า จะใช้โลโก้ เป็นเครื่องมือสื่อสารอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยฟุตบอลเท่านั้น หลังการประชุมหารือกันหลายสิบครั้ง ผลสุดท้ายที่ปรากฏออกมาจึงเป็น "ใบหน้าแห่งการเฉลิมฉลองของฟุตบอล"
ตราสัญลักษณ์นี้ ประกอบด้วยวงกลม 4 วง ใหญ่ 2 เล็ก 2 สัมผัสกัน วงกลมเล็กด้านบนมีรูปใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่ภายใน วงกลมเล็กด้านล่างมีรูปถ้วยฟีฟ่าอยู่ภายใน วงกลมใหญ่อยู่ด้านขวาเป็นรูปหน้า และมีส่วนต่อขยายเป็นรูปเลข 6 วงกลมใหญ่ด้านซ้ายเป็นรูปใบหน้า มีแถบ 3 สี เหลือง แดง ดำ ตามสีธงชาติเยอรมนีล้อมอยู่ด้านนอก ด้านล่างของวงกลมทั้ง 4 มีตัวอักษรฟีฟ่าเวิลด์คัพ เยอรมนี 2006.