ในช่วงปลายของชีวิตเด็กมัธยม ข้าพเจ้าก็มีชีวิตเหมือนกับเด็กมัธยมทั่วๆ ไป ที่ไปโรงเรียนตั้งใจเรียน อ่านหนังสือ แต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนอะไรต่อแน่ จึงได้แต่ฟังคำแนะนำจากผู้ใหญ่ ซึ่งก็จะแตกกต่างหลากหลาย เช่น "เป็นนักกอล์ฟ ช่วยพ่อขายของ" หรือ "เรียนอะไรก็ได้ จบแล้วมาสอนพิเศษ" หรือ "เรียนหมอน่ะดีที่สุด ไม่ต้องคิดมาก" จากคำแนะนำเหล่านี้ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าลังเลมากขึ้น 
           จนกระทั่งช่วงปิดภาคเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปฝึกปฏิบัติงานในหอผู้ป่วย  ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งในแต่ละวันข้าพเจ้าได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย จึงขอหยิบยกมาเล่าเพียงบางส่วน ในช่วงแรกของการฝึกปฏิบัติงานข้าพเจ้าได้ฝึกปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉิน และห้องตรวจ ข้าพเจ้าได้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการเรียงประวัติผู้ป่วย และเรียกผู้ป่วยเข้าห้องตรวจเพื่อพบแพทย์ ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นจำนวนผู้ป่วยว่ามีมากเพียงใด และทุกคนที่มาพบแพทย์ต่างมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดี บางคนถึงขั้นมองแล้วรู้เลยว่าเจ็บปวดมาก และหลังจากที่ผู้ป่วยได้เข้าห้องตรวจ และได้รับการรักษา ข้าพเจ้าก็ได้เห็นสีหน้าที่สดใส มีความสุขมากขึ้นของผู้ป่วยและญาติ และข้าพเจ้ายังแอบมองเข้าไปในห้องตรวจและได้เห็นผู้ป่วยยกมือไหว้และส่งยิ้มให้กับแพทย์ผู้รักษา ก่อนออกจากห้องยังกล่าวขอบคุณแพทย์ผูู้รักษาอีก ข้าพเจ้าเองเพียงแต่นั่งเรียงประวัติอยู่หน้าห้องตรวจก็ยังพลอยได้รับคำว่าขอบใจไปด้วย สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เห็นและได้รับทำให้ข้าพเจ้าประทับใจเป็นอย่างมาก มันเหมือนกับเวทมนต์ที่เสกให้ผู้คนที่มีความทุกข์ คลายทุกข์และมีความสุขขึ้นมาได้บ้าง คนที่ไม่มีเวทมนตร์อย่างข้าพเจ้าจึงอยากจะร่ำเรียนจนมีความสามารถที่จะใช้เวทมนตร์นั้นได้

        ประสบการณนี้ทำให้ข้าพเจ้าที่เคยลังเลไม่แน่ใจในเป้าหมาย กลับบอกตัวเองได้อย่างมั่นใจว่า แพทย์คืออาชีพที่ข้าพเจ้าเลือก หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็มีความมุ่งมั่นที่จะตั้งใจเรียนมากขึ้น และอ่านหนังสือให้มากขึ้น เพื่อที่จะสอบเข้าเรียนต่อในคณะแพทยศาสตร์ให้ได้ วันใดที่ข้าพเจ้าท้อแท้ข้าพเจ้าก็จะนึกถึงประสบการณ์ที่ได้ไปฝึกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล และคิดว่าต่อไปรอยยิ้มเหล่านั้นของผู้ป้วยข้าพเจ้าเองก็สามารถสร้างได้เช่นกัน


        
เอกสารอ้างอิง