
|
สมัยหนึ่งที่การคมนาคมทางบกและทางอากาศยังไม่สะดวก เวลาจะเดินทางไปไกลๆผู้คนส่วนใหญ่จึงนิยมโดยสารเรือเดินทะเล มีเรื่องเล่าว่ามีเรือขนส่งผู้โดยสารทางทะเลลำหนึ่งได้นำผู้โดยสารมีจำนวนนับร้อยมุ่งหน้าสู่ทะเลใหญ่ ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ปรากฏว่าเมื่อเรือไปถึงกลางทะเล เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น |
ทันใดนั้นได้เกิดลมพายุพัดโหมกระหน่ำจนทำให้เรือถึงกับอับปางลงในขณะที่เรือกำลังจะล่มนั้น ได้มีการถ่ายคนจากเรือใหญ่ลงสู่เรือเล็กด้วยความกลัวตายของคนในเรือต่างรีบเอาตัวรอดหาได้คิดถึงเสบียงอาหารหรือทรัพย์สินที่นำติดตัวมาไม่คว้าสิ่งของได้เท่าที่จะหยิบติดมือไปได้เท่านั้น
|

|
ถึงแม้จะผ่านวิกฤติการณ์อันเลวร้ายมาได้แต่เรือลำน้อยนี้ได้ลอยคว้างอยู่กลางทะเลอย่างไร้จุดหมายเป็นเวลาหลายวันทำให้คนที่อยู่ในเรือหลายชีวิตต้องพบกับความอดอยากหิวโหยเพราะเสบียงที่นำติดตัวมาซึ่งมีจำนวนเล็กน้อยได้หมดลงอีกทั้งน้ำที่มีอยู่โดยรอบก็ไม่สามารถนำมาดื่มเพื่อดับกระหายได้ทำให้หลายคนต้องจบชีวิตลงกลางทะเลอย่างน่า |
เวทนา ในจำนวนเรือที่ลอยละล่องเคว้งคว้างกลางทะเลนั้นมีเรือลำหนึ่งได้มีแม่กับลูกน้อยอาศัยมาด้วยแม้เธอจะผ่านพ้นภัยมรสุมมาได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ต้องมาเผชิญกับความหิวโหยเช่นกันลำพังตนเองนั้นไม่เท่าไหร่ห่วงแต่เพียงลูกน้อยที่ต้องมารับชะตากรรมอันเลวร้ายกับเธอด้วย |

|
ซึ่งตอนนี้ลูกน้อยกำลังร้องไห้เพราะความหิวเสียงร้องของลูกเปรียบเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของผู้เป็นแม่ซึ่งไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกได้คลายหิว สิ่งที่แม่ให้ลูกได้ในตอนนั้นมีเพียงน้ำนมจากอกที่ยังพอประทังความหิวให้ลูกได้ ความร้อนจากแสงแดดในตอนกลางวันแผดเผาผิวอันบอบบางของลูกน้อย ด้วยความรักความสงสารห่วงว่าลูก |
จะได้รับความทรมาน จึงได้ดึงชายเสื้อของตนขึ้นมาเป็นกำบังใช้แผ่นหลังเป็นหลังคาคุ้มแดดให้ลูกได้คลายร้อนถึงแม้ในตอนนี้หลังแม่จะปวดแสบเพราะถูกแดดแผดเผา แม่ก็ยังทนได้เธอทนต่อไปถึงแม้หนทางข้างหน้าจะมืดมนไร้จุดหมาย ผู้คนในเรือทยอยกันสิ้นใจไปทีละคนๆเพราะความหิวโหยแต่เธอก็บอกกับตัวเองว่าเรายังตายไม่ได้เราจะต้องประคองชีวิตให้อยู่ต่อไปเพื่อลูกน้อย |

|
เมื่อเห็นลูกมีอาการจะสิ้นใจเพราะขาดน้ำจึงคิดว่าจะปล่อยให้ลูกตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้เป็นอันขาดจะต้องหาทางช่วยลูกให้รอดตายให้ได้ คิดดังนั้นเธอจึงพยายามควานหาสิ่งต่างๆรอบตัวอีกครั้ง ก็ไม่พบสิ่งใดเลยที่จะนำมาประทังความหิวให้ลูกได้เมื่อเอามือคลำไปในกระเป๋าก็พบของแข็งมีคมอย่างหนึ่งนั่นคือมีดเธอจึงได้หยิบมีดเล่มนั้นขึ้นมาเธอคิดว่านี่คงเป็นวิธีสุดท้ายที่ช่วยให้ลูกมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้ ในขณะที่ลูกกำลังร้องอยู่นั้นมือของเธอ |
กำมีดแน่นแล้วรำพึงกับลูกว่า“ลูกจ๋า ! ถึงแม่จะหาน้ำให้ลูกดื่มไม่ได้แต่แม่ก็ยินดีที่จะสละเลือดในกายของแม่ ให้เจ้าดื่มกินแทนน้ำเพื่อคลายหิวได้” แล้วเธอจึงคว้ามีดเล่มนั้นกรีดลงไปที่ข้อมือของตนเองเมื่อเลือดไหลออกมา เธอก็รีบประคองปากแผลนั้นแตะลงไปที่ปากน้อยๆ ของลูกด้วยความไร้เดียงสาและความหิวกระหายเด็กน้อยจึงได้ดูดดื่มเข้าไปโดยไม่รู้ว่าหยดน้ำที่มาแตะปากของตนนั้นคือเลือดในกายของแม่ |

|
เนื่องจากแม่ได้เสียเลือดไปมากจึงทำให้ร่างกายนั้นอ่อนล้าจนในที่สุดเธอก็เป็นลมหมดสติไปเมื่อฟื้นขึ้นมาเห็นลูกน้อยยังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจรำพึงว่า“ถึงเลือดในกายของแม่จะเหือดแห้งไปจนหมดแต่ขออย่าให้ชีวิตที่แม่รักแม่ถนอมต้องจากแม่ไปเลยแม่ยินดีสละแม้ชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ลูกได้มีชีวิตรอดปลอดภัย” |
ในที่สุดเรือลำนั้นก็ถูกคลื่นซัดเข้าสู่ฝั่งเมื่อถึงฝั่งทุกคนต้องตะเกียกตะกายลงจากเรือเหลือเพียงแม่ลูกคู่นั้นที่ไม่มีใครสนใจ ถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพังหญิงผู้เป็นแม่ได้พยายามประคองลูกน้อยลงจากเรือด้วยความทุทักทุเลมองไปทางไหนก็ไม่มีใครสักคนที่จะช่วยเหลือได้ ด้วยความอ่อนเพลียเพราะเสียเลือดไปมากและอดอาหารมาหลายวัน จึงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพยุงกายตนให้ลุกขึ้นมาได้ |
|
ส่วนลูกนั้นก็คลานออกห่างแม่ไป แม้แม่พยายามจะรั้งลูกไว้แต่บัดนี้หูตาของผู้เป็นแม่เริ่มพล่ามัวแทบสิ้นใจอยู่แล้วก่อนที่เธอจะสิ้นลมได้ฝากฝังลูกกับพระแม่ธรณีเป็นครั้งสุดท้ายว่า “แม่ธรณีจ๋า !ฉันไม่อาจอยู่เลี้ยงดูลูกคนนี้ต่อไปได้อีกแล้ว ชีวิตฉันคงสิ้นลงเพียงแค่นี้ขอฝากลูกไว้กับแม่ธรณี ขอให้แม่ธรณีโปรดคุ้มครองรักษาดูแลลูกแทนฉันด้วยเถิด” แล้วเธอก็สิ้นลงที่ตรงนั้น !!! เย็นวันนั้นมีชาวประมงคนหนึ่งนำเรือเข้าฝั่ง ได้เห็นเด็กน้อยกำลังร้องไห้คลานอยู่เพียงลำพัง จึงได้เข้าไปอุ้มขึ้นมา |
และได้เห็นเลือดติดอยู่ที่ปากของเด็กจึงนึกเอะใจว่าคงจะเกิดเรื่องขึ้นในแถวนี้เป็นแน่ จึงได้เดินดูบริเวณใกล้ๆที่เด็กคลานอยู่ สักครู่หนึ่งก็ได้พบศพผู้หญิงคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างหัวเรือจึงได้พลิกศพของหญิงนั้นหงายขึ้นก็ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นที่ข้อมือมีรอยบาดแผลและคราบเลือดติดอยู่ซึ่งเลือดที่ข้อมือนั้นก็เป็นเลือดสีเดียวกับเลือดที่ปากของเด็กจึงทำให้ชาวประมงสันนิษฐานว่าผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นแม่ของเด็กอย่างแน่นอนเธอคงจะรอนแรมหลงทางมาในกลางทะเล จนน้ำและอาหารหมด ด้วยความรักและสงสารลูกนางคงสละเลือดในกายตนเพื่อให้ลูกได้คลายหิวเป็นแน่ |


|
ครั้นแล้วชาวประมงได้รำพึงขึ้นว่า“โอ้ !แม่นางเป็นแม่ผู้มีน้ำใจประเสริฐยิ่งนักแม้ในโลกนี้อาจมีหญิงมากมายที่รักลูกของตนยิ่งกว่าชีวิตแต่หญิงผู้นี้ได้เสียสละครั้งยิ่งใหญ่เพื่อรักษาชีวิตลูกไว้ให้อยู่รอดปลอดภัยนางเป็นแม่ผู้มีน้ำใจแสนประเสริฐยิ่งนัก ขอให้เธอจงไปสู่สุขคติเถิดฉันจะเป็นผู้เลี้ยงดูลูกของเธอให้ความรักความเอาใจใส่ให้สมกับเมื่อครั้งที่เธอยังมีชีวิตอยู่ได้พยายามเลี้ยงลูกของเธอด้วยความทะนุถนอนรักใคร่อย่างดีฉันจะเลี้ยงลูกของเธอให้ดีที่สุด” |
ร้องไห้รำพึงรำพันว่า“แม่จ๋า !ทำไมแม่จึงได้จากลูกไปเร็วเช่นนี้ ทำไมไม่มีโอกาสอยู่ให้ลูกได้ทำหน้าที่ตอบแทนแม่ผู้เป็นผู้ที่เสียสละให้ลูกฝ่ายเดียวแล้วเมื่อไรลูกจึงจะมีโอกาสได้ทดแทนพระคุณของแม่บ้าง”เมื่อชาวประมงเห็นว่าหนูน้อยคร่ำครวญอยู่นานแล้วจึงได้ไปรั้งร่างของหนูน้อยขึ้นมา ลูบหลังลูบไหล่พูดปลอบใจว่า “เอาเถอะ !ถึงแม้แม่เจ้าจะสิ้นไปแล้ว ถ้าเจ้าคิดจะตอบแทนล่ะก็ ขอให้เจ้าจงมุ่งมั่นในความดีทำความดีในความดี ทำความดีทุกวิถีทางในชีวิตของเจ้าเมื่อขณะที่เจ้าร่ำเรียนก็ขอให้เรียนให้ดีที่สุดเมื่อเจ้าโตจะทำกิจการงานใดก็ขอให้เจ้าจงทำงานในหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุดและเมื่อเจ้าจะบวชเรียนก็ขอให้เจ้าบำเพ็ญให้ดีที่สุดเมื่อแม่ของเจ้าได้รับรู้อยู่ด้วยญาณวิถีอันใด ก็คงจะชื่นใจที่สุดในการให้กำเนิดในการประคับประคองปกป้อง ยอมสละชีวิตเพื่อเจ้าจนสามารถอยู่รอดมาได้จวบจนทุกวันนี้แม่ของเจ้าคงจะปลื้มใจอยู่ในสุขคติโลกสวรรค์ ถึงแม้แม่เจ้าจะไม่มีชีวิตอยู่แต่เจ้าก็ยังสามารถทำความดีให้นางรับรู้ได้” |

คัดมาจาก :: หนังสือพระในบ้าน
ร้านหนังสือเอกอนันต์
เข้ามาอ่านเรื่องราวดีดี ในวันพิเศษแบบนี้ ขอบคุณครับ
เจริญพร โยมครูอิง
มารดาบิดาเลี้ยงลูกมาทั้งทางกายและทางใจ
ฉะนั้นลูกควรเลี้ยงดูท่านทั้งในทางกายคือ ปรนนิบัติรับใช้ท่านในทาง
วัตถุสิ่งของเป็นต้น
ทางใจ อย่าทำให้ท่านเดือนร้อนใจ ทุกข์ใจ จากการกระทำของลูก
เจริญพร
สวัสดีค่ะคุณ กิตติพงศ์ พลเสน
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระปลัด เจ้าค่ะ
สวัสดีค่ะครูอิง
แวะมาทักทายค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวดีๆค่ะ
สวัสดีค่ะคุณมณีวรรณ
สวัสดี ครับ ครูอิงจันทร์
ชอบบันทึกนี้ นะครับ
ลูกจ๋า..."ถึงแม่จะหาน้ำให้ลูกดื่มไม่ได้ แต่แม่ก็ยินดีที่จะสละเลือดในกายของแม่ ให้เจ้าดื่มกินแทนน้ำเพื่อคลายหิวได้”
ภาพและภาษา น่าจดจำเป็นอย่าง ยิ่ง
ขอบพระคุณ ครับ
ชีวิตลูกทุกคนบนโลกนี้ ต่างก็ได้ชีวีที่แม่ให้
สละเลือดเชือดความสุขทุกข์เจียนตาย กว่าจะคลอดลูกได้ให้ทรมาน
เมื่อเกิดมาเลี้ยงดูอยู่ชิดใกล้ ไม่ห่างไกลดูแลแม่ขับขาน
อดตาหลับขับตานอนแทบรอนราน เพื่อดวงมาลย์เติบใหญ่แม่ให้เธอ
ทั้งชีวิตทั้งหัวใจแม่ให้หมด ยอมรันทดอดยากรักเสมอ
ลูกต้องการสิ่งใดๆแม่ให้เธอ มีไหมเออลูกกตัญญูรู้พระคุณ
สวัสดีค่ะ แสงแห่งความดี
"อันมือไกวเปลไซร้แต่ไรมา คือหัตถาครองภิภพจบสากล"
สวัสดีค่ะ . นายวิโรจน์ พูลสุข
เรื่องเดียวกันท่านแต่งได้หลายแนวคิด ชี้ถูกผิดหลากมุมมองของปัญหา
มีมุมมองต่างคนอื่นชื่นอุรา เรานี้หนาชอบแนวคิดจึงติดตาม
วิสัยทัศน์กว้างไกลในรอบรู้ เฉกเช่นครูแห่งแผ่นดินถิ่นสยาม
คือคุณค่าควรคบค้าค่าเพชรงาม ล้างสิ่งทรามเพื่อมวลชนเถิดคนดี
ยี่สิบห้าปีก่อนตอนพบท่าน ภาพตระการติดตาใจไม่หน่ายหนี
เหมือนมีญาณบอกแต่ต้นเจอคนดี ให้ท่านนี้เป็นฮีโร่ในดวงใจ
เมื่อคืนก็ฟังเพลงนี้ค่ะ ฟังแล้วก็ซึ้งมากๆ ค่ะ
.. ความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ เป็นรักที่ไร้เงื่อนไข จริงๆ ค่ะ ...
มีความสุขนะคะพี่อิงจันทร์