จากผลการวิจัย ศักยภาพของคนไทยเมื่อเทียบกับชาวต่างชาติพบว่าคนไทยตกต่ำทุกด้าน ไม่ใช่เพราะกรรมพันธุ์ แต่เป็นเพราะระบบการศึกษาที่ให้เนื้อหาสาระวิชาการมากมาย ซึ่งเป็นการพัฒนาสมองซีกซ้าย จนไม่มีเวลาพัฒนาสมองซีกขวา ศักยภาพที่ควรมีจึงขาดหายไป สิ่งที่เด็กไทยควรได้รับการส่งเสริมอย่างยิ่งคือการพัมนาสมองซีกขวาให้มากขึ้นเพื่อให้เขารู้จัก
- คิดเป็น
- ทำเป็น
- แก้ปัญหาเป็น
- มีจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
- มีไหวพริบ ปฏิภาน และมีทักาะทางสังคม
กิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสมองได้แก่
- กิจกรรมการเคลื่อนไหว ได้แก่
- การเคลื่อนไหวเป็นกลุ่ม
- ฝึกการเดิน
- การเคลื่อนไหวด้วยอุปกรณ์
- การจัดตัวด้วยอุปกรณ์
- การไหวกับยางยืดใหญ่
- การการเคลื่อนไหวร่างกายปิด - เปิด
- การฝึกหาเส้นทรงตัว
- เพลง และจังหวะ
- เพลงและการแสดงท่าทางประกอบ
- การเคลื่อนไหวพื้นฐานอย่างสร้างสรรค์เพื่ออบอุ่นร่างกายก่อนการฝึก
- การพัฒนาสมองด้วยเพลง
- การร้องเพลงโดยเน้นจังหวะและดนตรี จะทำให้เด็กเข้าใจภาษา และเกิดจินตนาการ
- เสียงเพลงช่วยให้เด็กเริ่มรู้จักกับรูปแบบของการพูด
- การเคลื่อนไหวไปตามทำนองเพลงเป็นการบริหารสมองและเสริมสร้างระบบประสาทได้
เป็นอย่างดี
- การสนทนาทักทายด้วยการร้องเพลง เป็นการปูพื้นฐานในการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ
- การฝึกให้เด็กทำท่าทางช้าๆสลับกับเร็วๆ จะทำให้สมองตื่นตัวและมีสมาธิมากขึ้น
- ลีลาท่าทางและเสียงดนตรี จะช่วยกระตุ้นสมองซีกซ้ายและซีกขวา
- การร้องเพลงประกอบการนับเลข จะช่วยพัฒนาสมองส่วนต่างๆ
- การฮัมทำนองเพลงได้ก่อนการฟังเสียงดนตรี จะช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่ม
ความสามารถในการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์
- การพัฒนาสมองด้วยนิทาน
ความทรงจำคือการเรียนรู้ที่บังเกิดขึ้นแล้วฝังติดอยู่ในความคิด เมื่อเด็กเกิดการเรียนรู้จุดประสาน
ประสาท จะก่อตัวขึ้นใหม่ และทำให้จุดประสาทที่มีอยู่แล้วจะกระชับแข็งแรงขึ้น ถ้าได้ยินอะไรอีก
สักครั้งก็จะเริ่ม " บันทึกเอาไว้ในสมอง " โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่าเรื่องที่เป็นคำคล้องจองหรือ
เป็นคำกลอน ให้เด็กฟังพร้อมกับทำท่าทางประกอบด้วยจะดีอย่างยิ่ง
การฟังนิทานนี้ จะเป็นการพัฒนาทักษะต่างๆสำหรับการเตรียมอ่าน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริม
ให้เด็กเกิดนิสัยรักการอ่านหนังสือไปพร้อมๆกัน
- การพัฒนาสมองด้วยคำถาม
คำถามเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสมองของเด็ก เด็กๆสนใจที่จะมีส่วนร่วมในการตอบ
คำถามปลายเปิด หรือคำถามที่เด็กสามารถตอบคำถามได้อย่างอิสระมากกว่าคำถามที่มีคำตอบ
ที่ถูกเพียงคำตอบเดียว
การสานทนาซักถามตอบโต้ ความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก เป็นโอกาสสำคัญที่สุดในการ
พัฒนาสมองของเด็กให้เข้มแข็ง และยังช่วยสานความผูกพันระหว่างพ่อ - แม่ ลูกเป็นอย่างดี