...ฝึกสติ.....ดีทั้งกายและใจ

 

       

 

ประเมินตนเอง

     บ่อยครั้งที่ดิฉันสังเกตว่าตัวเองมักจะไม่ค่อยใส่ใจกับการกระทำ ความคิด หรือแม้กระทั่งคำพูดของตัวเองเท่าที่ควรนัก ชอบนั่งเหม่อบ่อยครั้งที่มีเวลาว่าง คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ไปเรื่อย.. จนพอรู้สึกตัวอีกที ก็พูดกับตัวเองว่า "มานั่งเสียเวลาทำไมเนี่ย?" บางครั้งการที่ดิัฉันไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวบางเรื่องมันก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตัวดิฉันเองและคนรอบข้าง จึงไม่มีความสุขที่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ เพราะไม่ได้เกิดผลดีอะไรเลย ยิ่งตอนนี้ดิฉันได้เข้ามาเ็รียนที่คณะแพทย์  รู้สึกว่าการที่จะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอาชีพนี้มาก ดิฉันจึงคิดว่าจะปรับปรุงและฝึกตัวเองให้มีสติอยู่กับการกระทำและความคิดมากขึ้น

ระยะเวลา

1 เดือน (10 ส.ค.-10 ก.ย. 2552)

วัตถุประสงค์

- เพื่อให้ตัวเองมีความตั้งใจหรือมีจิตใจจดจ่ออยู่กับการกระทำโดยไม่เผลอไปคิดฟุ้งซ่าน

- เพื่อให้เกิดผลดีต่อตนเองในแง่ของการเห็นคุณค่าในตัวเอง และไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อนจากการกระทำที่เกิดจากการขาดสติของตัวเอง

วิธีการเรียนรู้

- สังเกตพฤติกรรมของตนเองที่เกิดจากการขาดสติ และนำปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ นั้นมาหาวิธีการปรับปรุง

- รู้สึกได้ในการกระทำของตัวเอง โดยระลึกได้ว่าขณะนั้นกำลังพูด กำลังทำอะไร นึกไปถึงว่าก่อนที่จะทำหรือพูดอะไร ต้องฝึกคิดก่อน และสามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากพูดหรือทำไปแล้ว

- เมื่อมีเวลาว่าง พยายามหากิจกรรมอื่นทำ ไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งเหม่อลอย และคิดฟุ้งซ่าน

- ให้เพื่อนรอบข้างคอยเตือนสติเวลาที่เราฟุ้งซ่าน และบอกถึงสิ่งที่ควรปรับปรุง

แหล่งเรียนรู้

- ศึกษาจาก Internet

- หนังสือเกี่ยวกับการฝึกสติในห้องสมุด เช่น ดูจิตชั่วพริบตา  (ประเสริฐ อุทัยเฉลิม)

คลิ๊กจิต พิชิตทุกข์ (ดูจิต  หงษ์ทอง)

แนวทางการพิสูจน์ว่าเกิดการเรียนรู้แล้ว

- เมื่อเกิดความรู้สึกที่นำพาไปสู่ความไม่รู้ตัว สามารถบังคับตัวเองให้รู้สึกตัวได้ว่ากำลังทำอะไร และไม่ควรทำอะไร

- มีความรู้สึกด้่านลบหรือต่อต้านพฤติกรรมของตนเองน้อยลง เพราะทุกสิ่งที่กระทำไป ถูกควบคุมด้วยความมีสติ ทำให้เห็นคุณค่าของการกระทำของตัวเองมากขึ้น

- สอบถามเพื่อนรอบข้างว่า มีความเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเราบ้าง

เพื่อนผู้ให้คำชี้แนะ

นายธีรพันธุ์ คำเจริญ (523070149-2) สมาชิกกลุ่มที่ 11.1