ตามที่ท่านอาจารย์ ที่เคารพได้สั่งงานให้นักศึกษา โปรแกรม บริหารการศึกษา ป.โท รุ่น 11 มรม. ศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมการศึกษา นำเสนอแล้วเขียนลงในบล็อคของตัวเอง บัดน้กระผมได้ดำเนินการดังกล่าวเสร็จเป็นที่เรียนร้อยแล้ว ตามที่โชว์ในบล็อคน้ครับ เรื่องแรก ผู้วิจัย สุพัตรา ปสังคโท ปริญญาโท สาขาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มิถุนายน 2551 งานวิจัยเรื่อง การฝึกทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็ก ออทิสติกโดยใช้ป้ายกระดานสื่อสาร วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 1.เพื่อฝึกทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเด็ก ออทิสติก โดยใช้ป้ายกระดานสื่อสาร 2.เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการสื่อสารของเด็ก ออทิสติกก่อน-หลัง การฝึกโดยใช้กระดานสื่อสาร สมมุติฐานการวิจัย 1.ความสามารถทางการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจำวันทางด้านการใช้ภาษาท่าทางและด้านการใช้ภาษาพูดของเด็กออทิสติกที่ได้รับการฝึกโดยใช้กระดานสื่อสารโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2.ความสามารถทางด้านการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเด็กออทิสติกหลังได้รับการฝึกทักษะการสื่อสารโดยใช้กระดานสื่อสารสูงขึ้น แบบแผนการวิจัย เป็นการทดลองแบบกลุ่มเดียว รูปแบบ Basis A-B กลุ่มประชากร เด็กออทิสติก จำนวน 6 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านภาษาและการสื่อสารและกำหลังศึกษาในอยู่ในห้องเรียนออทิสติก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย - แผนการสอนที่ใช้ป้ายกระดานเป็นสื่อสาร - สื่อการสอนโดยใช้กระดานเป็นสื่อ - แบบประเมินความสามารถในการสื่อสารของเด็กออทิสติกก่อนฝึกและหลังฝึกทักษะโดยใช้ป้ายกระดานสื่อสาร ใช้เวลาในการสื่อสาร ใช้เวลาทดสอบ รวม 10 สัปดาห์ สรุปผลการวิจัย 1.ความสามารถทางการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจำวันทางด้านการใช้ภาษาท่าทางและด้านการใช้ภาษาพูดของเด็กออทิสติกที่ได้รับการฝึกโดยใช้กระดานสื่อสารโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก 2.ความสามารถทางด้านการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเด็กออทิสติกหลังได้รับการฝึกทักษะการสื่อสารโดยใช้กระดานสื่อสารสูงขึ้น เรื่องที่สอง ผู้วิจัย วราภรณ์ กุประดิษฐ์ ปริญญาเอก สาขาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มิถุนายน 2551 ชื่อเรื่อง การพัฒนาการับรู้ความสามารถของตนเองและการควบคุมตนเอง เพื่อหลีกเหลี่ยงการใช้สารเสพติดของเยาวชน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างหลักสูตรและศึกษาประสิทธิผลและการใช้หลักสูตรพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเอง และการควบคุมตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดของเยาวชน ระเบียบวิธีวิจัย แบ่ง 3 ระยะ 1. ศึกษาสภาพปัญหายาเสพติด ศึกษาความคิดของเยาวชนกลุ่มติด 10 คน และกลุ่มเสี่ยง 50 คน โดยการสนทนากลุ่มย่อย รวบรวมข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา 2. สร้างหลักสูตรและทดลองใช้หลักสูตรกับเยาวชน 3. นำหลักสูตรไปใช้และประเมินผลหลักสูตร เพื่อยืนยันประสิทธิผลของหลักสูตร สรุปผลการวิจัย 1. หลักสูตรการพัฒนาการับรู้ความสมารถของตนเองและการควบคุมตนเองเพื่อหลีกเหลี่ยงการใช้สารเสพติดประกอบด้วย หลักการ จุดมุ่งหมาย เนื้อหา กิจกรรม การฝึกอบรม สื่อ การประเมินผล 2.ประสิทธิผลของการใช้หลักสูตรพัฒนาการรับรู้ความสามารถของตนเองและการควบคุมตนเองเพื่อหลีกเหลี่ยงการใช้สารเสพติดพบว่า 1.เยาวชนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองและการควบคุมตนเองเพื่อหลีกเหลี่ยงการใช้สารเสพติดหลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนการฝึกอบรม 2. เยาวชนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการหลีกเหลี่ยงการใช้สารเสพติด ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด และเจตคติทางลบต่อการใช้สารเสพติดหลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนการฝึกอบรม
ส่งงาน ครับ ส่งงาน
เก็บคะแนนต่อ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย อิ่มร่อน โต๊ะตาเหยะ · 9 ส.ค. 2552
ธนัสชา ธนัสชา บุญมาเลิศ · 9 ส.ค. 2552
หยั่งราก ฝากใบ · 9 ส.ค. 2552
Yingmon Waiyarat · 9 ส.ค. 2552
เห็นดีด้วย เห็นควรด้วย
ดีค่ะ ให้ความเห็นเพิ่มเติมนะคะในฐานะผู้วิจัยค่ะ หลักสูตรนี้ยึดแนวคิดทฤษฎีของแบนดูร่าเรื่องการพัฒนาตนเองโดยต้องมีความเชื่อมั่นโดยการทำความสำเร็จด้วยตนเอง การเลียนแบบ การชื่นชมให้กำลังใจโดยผ่านกิจกรรม การเล่นเกมส์ การแข่งขัน การใช้กลุ่ม การได้รับความรู้ ทิษ โทษภัยที่มีผลต่อสมอง และการมีตัวอย่างที่ดีที่ต้องการเลียนแบบ เพื่อให้ผู้เข้าหลักสูตร หลีกเลี่่ยงการใช้สารเสพติดในกลุ่มเสี่ยงค่ะ และใช้ทฤษฎีควบคุมตนเองself controlตัวเอง โดยใช้การตระหนักรู้ คำสัญญา การเตือนตนเอง การกลัวสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเช่น กิจกรรมการไปโรงพยาบาล เห็นอุบัติเหตุ เห็นผู้ป่วยในตึกศัลยกรรมประสาท การพาไปเรือนจำอุดรธานี การพาไปห้องเก็บศพค่ะ