เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่าโรงเรียนที่ตนเองสังกัดนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินเพื่อเป็นโรงเรียนในฝัน ขอย้อนความหลังกลับไปครั้งในสมัยเป็นนักศึกษาได้มีโอกาสไปจัดค่ายในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนในฝัน แห่งหนึ่ง ซึ่งบริบทโรงเรียนคือมีความพร้อมต่อการจัดการเรียนรู้สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นต้องเรียนที่มีอุปกรณ์ราคาแพง ทั้งโปรเจ็กเตอร์ คอมพิวเตอร์ ภายในโรงเรียนมีการจัดสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี แลดูส่งเสริมต่อการเรียนรู้เป็นอย่างดี ในขณะนั้นข้าพเจ้ามีความคิดว่าหากโรงเรียนในประเทศไทยเกือบทั้งหมดมีสภาพเป็นอย่างโรงเรียนที่ได้กล่าวไป นักเรียนคงมีสนุกกับการเรียน และมีความสุขมาก กลับมายังปัจจุบันโรงเรียนของข้าพเ้จ้าเองก็กำลังจะกลายเป็นเช่นนั้น แต่ในตอนนี้ข้าพเจ้าเริ่มจะนึกภาพของบรรยากาศที่เื้ือื้อต่อการเรียนรู้แบบนี้ได้ลางเลื่อน อาจจะเป็นเพราะนักเรียนยังขาดความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และที่ยิ่งไปกว่านั้นข้าพเจ้าได้พูดคุยกันในหมู่เพื่อนร่วมงาน คุณครูท่านหนึ่งเราให้ฟังว่า นักเรียนในที่ปรึกษาของท่านบ่น ๆ ว่า "ไม่เห็นอยากได้โรงเรียนในฝันเลย ไม่ได้เรียนหนังสือ ทำแต่โครงงาน" จากประโยคนี้ทำให้ข้าพเจ้ากลับมาคิดว่า แนวคิดของเด็กคนนี้กำลังสะท้อนให้ครูเห็นถึงอะไร ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองจะบอกกับนักเรียนเสมอว่า การเรียนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อนักเรียนมาก และให้ตั้งใจเรียน แต่จากประโยคของนักเรียนคนนี้ทำให้ข้าพเจ้า ต้องกลับมานั่งคิดว่า สรูปแล้ว โรงเรียนในฝัน ของเด็ก ๆ นั้นมันควรมีลักษณะเป็นอย่างไรกันแน่ มีห้่องเรียนในแบบสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ มีห้องปฏิบัติการราคาแพง มีสนามหญ้ากว้าง ๆ ที่วิ่งเล่นได้ มีครูใจดี หรือว่าเป็นห้องเรียนสี่เหลี่ยมที่กำจัดให้นักเรียนทำแต่โครงงานที่นักเรียนบางคนเองยังมองไม่เห็นว่ามันสำคัญต่อชีวิตพวกเขาอย่างไร
แล้วโรงเรียนในฝันของคุณครูหลายๆ ท่านเป็นอย่างไร
ข้าพเจ้าเองก็เริ่มสงสัยว่าหากเรามีโรงเรียนในฝันเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลต่อการศึกษาไทยอย่างไร....
..ลองตอบความสงสัยดูเล่นๆว่า..คงจะเสมือนมีวัวควายในคอกเพิ่มขึ้น...