เกือบถึงเวลาห้าโมงเย็น ฉันก็พาตัวเองไปที่ร้านอาหารเรือนทิพย์ ได้พบกับเจ้าของร้านขอดูรายการอาหารที่สั่งไว้จึงได้รู้ว่า น้องน้อยคนสวยที่พาตัวไปกรุงเทพฯซะแล้ว ไม่ได้ยืนยันมาที่ร้านว่าวันนี้เราจะพาแขกมากินข้าวที่นี่ โชคดีที่ห้องที่ต้องการใช้งานยังว่าง
บะแหล่วเกือบไปแล้วมั๊ยละ ตั้งใจจะให้คนมาโดยเฉพาะครูใหญ่ไม่เครียดกับการทำงานที่คาดหวังจากเรา ความไม่เรียบร้อยตามความคาดหวังเกือบทำให้เครียดกันแล้วมั๊ยละ พอบอกเจ้าของร้านว่าจะพาแขกจากหลายจังหวัดมากินอาหารที่นี่ เจ้าของร้านผู้ใจดีลงมือช่วยจัดรายการอาหารให้ในทันที แค่เพียงแจ้งเธอว่า ผู้เป็นแขกมีคนที่มาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาด้วย รายการอาหารก็เรียบร้อยด้วยฝีมือโรงเรียนน้องแอ๊ด(เจ้าของร้านอาหารเรือนทิพย์)
สั่งการสั่งงานกันแล้ว ยังไม่มีใครมาถึง เราจึงนั่งคุยกันต่อ มีน้องนิดสาวสวยอีกคนนั่งคุยอยู่ด้วย ดูดน้ำมะพร้าวอ่อนคุยกันไปในเรื่องของความสวยงาม การออกกำลังกาย และการลดหุ่นให้สวยสมใจด้วยกันสักครู่ ทีมงานจึงทยอยเดินทางกันมาถึง มาแล้วไม่ได้รอให้ครบคนหรอก ลงมือบรรเลงอาหารเย็นกันไปก่อนเลยแบบว่าใครมาก่อนอิ่มก่อนยังไงยังงั้น

โทรถามหมอนิพัธว่าอยู่ที่ไหน ก็ให้คำตอบมาว่าให้กินกันไปก่อน โทรถามบังหีมจากปากพะยูนว่าอยู่ที่ไหน ก็ได้คำตอบมาว่า รถตู้หลงทางวิ่งไปอีกเส้นซึ่งอ้อมโลก จะมาถึงไม่ทันหกโมงเย็นแน่นอน และแล้วบังหีมก็มาสมทบได้ทันก่อนที่จะอิ่มกันหมดและเริ่มคุย เก่งซะด้วยมาถึงร้านเรือนทิพย์ได้โดยไม่หลงทาง
เมื่ออิ่มกันแล้ว ครูใหญ่ก็เริ่มติวเข้ม วิธีจัดการความรู้จากเรื่องเล่า งานนี้ฉันมอบหมายให้น้องเล็กและบังหีมสองคนทำหน้าที่ผู้ช่วยครูใหญ่ โดยมอบบทให้ทั้งสองทำหน้าที่เลือกบทเรียนให้ครูใหญ่ได้ใช้สอนผ่านเรื่องเล่าของตัวเอง

บรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกัน
ชอบมากที่ได้เห็นกระบวนการสอนของครูใหญ่ในคืนนี้ ใจเย็นตั้งใจสอน ตั้งใจให้ลูกศิษย์ได้ดีสมเป็นครูจริงๆค่ะ ครูใหญ่สาธิตให้ดูวิธีถอดบทเรียน และย้ำให้เข้าใจบทบาทการแสดงภาษากาย ภาษาพูดเมื่อสวมหมวกคุณอำนวย คุณลิขิต คุณกิจ ทุกๆคนสนุกกับการเรียนรู้ในคืนนี้ ไม่มีใครเครียดเลย

ทุกคนล้วนตั้งใจฟัง ใช้สมาธิกับการฟัง
หนูอ้อ คนหุ่นงาม มาใต้คราวนี้บอกว่า หุ่นไม่งามไม่เป็นไร ขอชิมทุเรียน อาหารทะเลให้หนำใจก่อน เป็นผู้ที่ครูใหญ่ให้ช่วยออกมาสาธิตร่วมให้ได้เห็นวิธีทำงานในรูปแบบของการจัดการความรู้ในอีกมุมหนึ่งเกี่ยวกับการเล่าเรื่อง
หมอนิพัธตามมาร่วมด้วยทีหลังและอิ่มกันมาแล้ว พาน้องหมอยงยุทธและน้องจี๊ดภรรยามาร่วมฟังด้วย ได้แจมการสอนด้วยนิดหน่อย




อาหารชุดที่เตรียมไว้ให้กลุ่มหมอนิพัธก็เลยดูเหมือนจะเหลือ แต่ก็ไม่เหลือนะดูเหมือนจะมีคนจัดการให้ต่อจนหมดก่อนเลิกชุมนุมกัน
มือใหม่หัดขับของภาคใต้ ตื่นตาตื่นใจกับการเรียนรู้ในคืนนี้กันมาก สังเกตเห็นน้องนุชนาฎจากท่าศาลา จดเอาๆทุกๆอย่างที่ครูใหญ่พูดให้ฟังเพื่อเอาไปไว้ทวนความรู้ บังหีมแม้เจนเวทีกับการทำงานกับชุมชน มาเจอครูใหญ่ให้ลองลงมือเล่าเรื่องให้ฟัง ทำหน้าที่คุณอำนวยให้ดู ก็สั่นด้วยความตื่นเต้นเหมือนกัน



เมื่อน้องเล็กทดลองเล่าเรื่อง
ก่อนเริ่มการเรียนรู้ ก็มีการมอบหมายงานให้รู้กันแล้วว่า ใครทำงานคู่กับใครและ้ตกลงกันเองในระหว่างคู่กันแล้วว่าใครจะเป็นคุณอำนวย คุณลิขิต คืนนี้ทีมกระบี่มากัน 4 คนรวมตัวฉันด้วย ผู้ที่มามีน้องสาวสารี น้องจิ และ น้องเล็ก เราจัดทีมสำรองไว้ทำหน้าที่คุณอำนวย คุณลิขิตแทนทีมพิษณุโลกซึ่งจะอยู่ด้วยแค่วันแรกวันเดียวไว้ด้วย
ราวๆสามทุ่มเช็คคนเพื่อให้ครูใหญ่รู้ว่าใครทำหน้าที่อะไรกัน ฉันจึงเพิ่งรู้ว่าทีมงานจากร.พ.สุไหงโกลกที่บอกว่าเดินทางมาแล้วยังมาไม่ถึงเลย โทรถามไปด้วยความเป็นห่วงว่าจะมาถึงดึกเกินไป ก็ได้ความว่าอยู่บนรถทัวร์และ็ใกล้ถึงอำเภอเมืองกระบี่แล้วก็โล่งใจ นับเป็นทีมงานที่เดินทางทรหดยาวนานมากที่สุดในจังหวัดทั้งหมดที่มาร่วมงานทีเดียวเชียว



น้องอ้อ เปรมสุรีย์ แสนสม สาธิตการเล่าเรื่องให้ดู
ฉันนัดหมายบอกไปว่ามาถึงแล้วให้โทรบอกจะได้ส่งรถร.พ.กระบี่ไปอำนวยความสะดวกให้ วางหูแล้วก็สั่งรถให้ไปรับกลุ่มของเธอ พร้อมสั่งความคนรถไปว่าให้พาไปที่โรงแรมก่อนจึงพาตัวมาสมทบที่ร้านเรือนทิพย์เพื่อไม่ให้ยุ่งยากกับเรื่องสัมภาระส่วนตัว
เกือบสามทุ่มครึ่ง ทุกคนที่เป็นทีมงานก็มาพร้อมหน้ากัน ทวนความ ทวนสอนกันแล้ว หาบทเรียนมาเรียนรู้ด้วยกันจนเลยสี่ทุ่ม จึงแยกย้ายกันกลับ นัดหมายเจอกันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเวลาเจ็ดโมงครึ่ง ครูใหญ่มอบการบ้านให้ทุกคนไปทบทวนเตรียมการในเรื่องของบทบาท "คุณอำนวย" และ "คุณลิขิต" แล้วพรุ่งนี้มาซ้อมกันก่อนอีกครั้งก่อนเริ่มงาน


บรรยากาศหลังจากน้องเล็กทดลองเล่าเรื่องให้ฟัง
แยกย้ายกันออกมาแล้ว ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป เพิ่งมาทราบทีหลังว่า หมอนิพัธแยกไปเพิ่มน้ำหนักด้วยโรตีก่อนนอน ฉันเองก่อนกลับเข้าบ้านก็แวะไปช่วยน้องดูเรื่องการจัดการสถานที่และข้าวของอีกครั้ง
ตอนที่ขับรถเข้าไปถนนโรงแรมเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินช้าๆเข้ามา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นแขกกลุ่มอื่นของโรงแรมจนกระทั่งเห็นครูใหญ่ จึงหยุดรถทักทาย ในใจอยากจะขออำนวยความสะดวกให้ด้วยการรับตัวขึ้นรถ เมื่อครูใหญ่เธอบอกมาว่า หาโอกาสเดิน ฉันก็เลยผละจากมา
เสร็จงานที่ตั้งใจแล้วก็พาตัวกลับบ้าน กลับเข้าบ้านได้ไม่นานฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาอย่างหนัก นึกแวบไปถึงกลุ่มครูใหญ่ที่เห็นกำลังเดิน ในใจนึกตายละวา เปียกกันรึเปล่านะนี่ ถ้าเปียกแล้วจะเป็นหวัดกันมั๊ยนี่ มารู้ตอนเช้าว่า กลุ่มครูใหญ่เดินถึงล็อบบี้โรงแรมเฉียดฉิวนิดเดียวเองฝนก็ตกลงมา
ตั้งใจจะเขียนบันทึกจากเหตุการณ์สดๆอย่างที่ครูใหญ่ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง แต่ทำไม่ได้แฮะ รู้สึกว่าเวลาตัวเองทำอะไรมากมายและเร่งรัดเรื่องเวลา เขียนหนังสือไม่เป็นภาษาและเขียนไม่สนุกเลย ก็เลยปล่อยล่วงเวลาเอาไว้ก่อนค่อยเขียนจากความจำเอาละกัน
ลืมไปว่าที่จริงคืนนี้ ก็บอกเจ้านายไว้แล้วว่าจะมีการประชุมแลกเปลี่ยนกันระหว่างทีมพรพ. วลัยลักษณ์ และผู้ที่มาร่วมเป็นทีมงาน เชิญเจ้านายมาแลกเปลี่ยนความคิดกันหน่อย เจ้านายรับรู้และบอกว่าขอตัวก่อนเอาไว้พรุ่งนี้เที่ยงวันจะปลีกเวลามาทำความรู้จักและคุยกันก็แล้วกัน คืนนี้ไม่สะดวกเพราะมีภารกิจกับญาติผู้ใหญ่ของทางจังหวัดที่ส่งข่าวมาให้ช่วยดูแล
14 มิถุนายน 2552