จะเร็วกันไปถึงไหน เมื่อไหร่จะพอเพียง

สื่อบันทึกข้อมูล:ฮาร์ดดิสก์

ผมรู้จักคอมพิวเตอร์(จริงๆ)และเริ่มใช้คอมพิวเตอร์เมื่อปี 2535 ซึ่งหลายคนได้ยินได้ฟังก็คงจะนึกว่า โห...ทำไมเชยจังไม่ทันสมัยเอาเสียเลย  ครับช่วงนั้นเครืองไมโครคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามาแพร่หลายในวงการต่างๆ ทุกคนสามารถซื้อมาใช้งานตามบ้านได้ แต่ก็ไม่ใช่จะทุกคนหรือทุกหน่วยงานหรอกเพราะว่าราคายังนับว่าสูงเกินไป  คอมพิวเตอร์ที่ผมได้สัมพัสอย่างจริงจังครั้งแรกนั้น ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์  อินเทล 8088 หน่วยความจำหลัก 640 KB และก็แน่นอนครับไม่มีฮาร์ดดิสก์ เด็กรุ่นใหม่ๆ ก็คงจะสงสัยนะว่า แล้วมันทำงานยังไงจะอ่านระบบปฏิบัติการวินโดวส์จากที่ใด  ไม่มีครับ ทีมงานของนายบิล เกตต์ พึ่งจะเริ่มพัฒนาระบบวินโดวส์......

เครื่อง 88 ที่ผมใช้ บันทึกข้อมูลด้วยแผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ความจะขนาด 720 KB นับว่าทันสมัยมากเพราะเครื่องทั่วๆ ไปในตอนนั้นใช้แผ่นดิสก์ขนาด 5.25 นิ้ว ความจุ 360 KB แผ่นบันทึกข้อมูลขนาด 3.5 นิ้วนั้นยังไม่แพร่หลาย ราคาของแผ่นดิสก์แบบที่มียี่ห้อหน่อยก็ตกราวๆ แผ่นละ 60-70 บาท  ต่อมาคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ก็ออกสู่ตลาดพร้อมกับ DiskDrive ขนาด 5.25นิ้ว 1.2 MB และ 3.5 นิ้ว 1.44 MB

ฮาร์ดิสก์ตัวแรกของผม

ผมซื้อฮาร์ดดิสก์ตัวแรกพร้อมด้วยการ์ดควบคุม  ขนาด 30 MB ด้วยราคา 12000 บาท โอ้โห....ความจุมหาศาลอยู่นะ สามารถบันทึกข้อมูลได้เท่ากับแผ่นดิสก์หลายสิบแผ่น ยอดเยี่ยมจริงๆ

ในปัจจุบันนี้ความจุของฮาร์ดดิสก์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก็สวนทางกับราคาซึ่งก็ต่ำลงมากถึงมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับความจุหรือพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ จาก 30 40 80 MB กลายเป็นหลักร้อยเม็กกะไบท์ ความจุจาก  MB, GB และ TB ตามลำดับ เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ปัจจุบันนี้ก็ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ขนาด 250 GB เป็นอย่างต่ำและหลายๆ คนก็เปลี่ยนตัวใหม่เป็น 1 TB หรือ 1.5 TB  จากความจุของฮาร์ดดิสก์ที่สูงขึ้นๆ แล้วความต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์จะสิ้นสุดอยู่ที่ตรงไหน ขนาดของสื่อบันทึกข้อมูลประเภทนี้จะจำกัดอยู่ที่ใด ผู้ใช้งานแต่ละคนมีข้อมูลมหาศาลขนาดนั้นเชียวหรือ เท่าที่สังเกตุมักจะได้ยินอยู่บ่อยๆว่า ฮาร์ดดิสก์เต็มๆ ก็สงสัยอยู่ว่าเขาเก็บข้อมูลหรือว่าขยะ

                  

***ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกที่ผมซื้อ ความจุ 30 MB  ล่าสุดพึ่งซื้อมาใหม่ 250 GB ราดา 2000 กว่าบาท

แฟรชไดรฟ์ แฮนดี้ไดรฟ์ : สื่อบันทึกข้อมูลยุคใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่

ที่จริงแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะทำตัวเป็นคนนำสมัยในเรื่องเทคโนโลยีหรอกครับ แต่ก็มีความจำเป็นที่จพต้องมช้สื่อบันทึกข้อมูลประเภทนี้ จำได้ว่าซื้อตัวแรกนั้นความจุขนาด 16 เม็กกะไบท์  แน่นอนราคาก็หลักพันอ้าว...เผลอแป้บเดียวเจ้าอุปกรณ์ประเภทนี้ไปถึง 8, 16, 32 กิกะไบท์ไปแล้ว ด้วยราครที่ต่ำลงจากเดิมมากมาย คิดดูสิขนาดความจุของมันมีมากกว่าฮาร์ดดิสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์เซิฟเวอร์ของผมเสียอีก

เครื่องมันช้า คอมพิวเตอร์มันเก่า ใช้งานไม่ได้

หลายท่านคงได้ยินแล้คุ้นเคยกับคำพูดข้างบนนี้  ทั้งๆที่บางคนใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ฟังเขาพูดเขาบอกมาแล้วเอามาพูดต่อเพื่อจะได้ของบประมาณจากฝ่ายบริหารซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ 

ตามสำนักงาน งานหลักๆก็คือพิมพ์เอกสาร แต่ก่อนนั้นก็ใช้เครื่องพิมพ์ดีด แต่ปัจจุบันใช้กันแทบจะไม่เป็น พอใช้คอมพิวเตอร์ก็มักจะบ่นว่าเครื่องเก่าไม่ทันสมัย ชอบที่จะอัปเกรดเครื่องและเปลี่ยนโปรแกรมใหม่ แต่พิมพ์งานก็ยังผิดอยู่นั่นแหละ(ใช้กระดาษเปลืองมาก) ไม่ต่างอะไรจากการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีด เวลาทำงานมักจะโทษว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ช้า(ช่างเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องคอมพิวเตอร์เสียจริงๆ) เห็นอีกฝ่ายได้เครื่องใหม่ก็จะเอาด้วย  

เมื่อไม่กี่วันมานี้คุยกับเด็กรุ่นใหม่พึ่งทำงานได้ 2 ปี เขาบอกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ใช้งานไม่ได้ เขาให้สเป็คเครื่องมาต่ำมาก( P-4 3.0 Ghz  Ram 512  HDD 160 GB)  โอ...นี่เราพบกับผู้เชี่ยวชาญอีกคนแล้ว