“การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน (SHA)”
เราได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวดีๆ ....ความคิด ความรู้สึกของคนทำงาน ประสบการณ์ ความทรงจำ ความประทับใจในองค์กร ฯลฯ เมื่อทางสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน) ได้มอบความไว้วางใจให้เข้าร่วมโครงการ "การสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน (SHA)" หนึ่งในนั้น ประการแรก คือ การถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในความคิดจิตใจเรียบเรียงผ่านตัวอักษรเพื่อการเริ่มต้นเรียนรู้และรู้จักกัน พอให้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้วนะคะกับ เรื่องแรก "ทำไม..ต้องเป็นสีม่วง?" positive core (1) และในแก่นแท้ดีๆ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากนำมาเล่าสู่กัน นั่นคือ......
..ลึก.ลึก..ในใจ.........(positive core ภาค 2)
ความรู้สึกของผม ในช่วงเวลาที่มาทำงานที่โรงพยาบาลพะโต๊ะใหม่ ๆ รู้สึกว่าโรงพยาบาลพะโต๊ะไม่ค่อยมีอะไรน่าประทับใจ โดยเฉพาะผู้นำองค์กร ส่วนใหญ่จะเป็นทางผ่านซะมากกว่า พูดง่าย ๆ ถ้าเลือกได้ ทุกคนจะไม่มาที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ จะสังเกตได้ว่าบุคลากรที่มาปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลจะอยู่ได้ไม่นาน อาจเพราะว่าจุดอ่อนของพื้นที่อำเภอพะโต๊ะมีมากมาย เช่น ความเจริญรุ่งเรืองไม่มีเท่าอำเภออื่น , การเดินทางไม่สะดวก , อาหารการกิน และที่เที่ยวไม่ค่อยมี คนที่มาทำงานแบบเลือกไม่ได้ ก็อยู่ไปงั้น ๆ และคิดว่าเมื่อไรจะได้ย้ายไปจากโรงพยาบาลพะโต๊ะเสียที
ตัวผมเอง เป็นคนอำเภอพะโต๊ะโดยกำเนิด และคิดว่าเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานน่าจะให้อะไรกับโรงพยาบาลพะโต๊ะบ้าง น่าจะมีใครเอาใจใส่ในผู้รับบริการหรือคนพะโต๊ะบ้าง หลายครั้งที่ผมไปประชุมที่อำเภอเมือง รู้สึกว่าในความคิดของคนที่อื่น เขาจะมองว่า ใครที่มาจากอำเภอพะโต๊ะ ด้อยค่า ไม่มีความสำคัญ อ้อ! มาจากพะโต๊ะเหรอ! แล้วก็ยิ้มๆ ได้ยินได้ฟัง มองเห็นรอยยิ้มที่คล้ายเคลือบมุมมองบางอย่าง คาดว่าคงไม่น่าชื่นใจสักเท่าไหร่นัก บางครั้งผมเคยเห็นการให้บริการของบุคลากรโรงพยาบาลพะโต๊ะ ที่ใช้ปฏิกิริยาและคำพูดที่ไม่ดี เช่น ทำไมคุณมาตอนเวลาเจ้าหน้าที่พักเที่ยงละ หรือมารอหมอครึ่งวันแล้วยังไม่ได้รับการดูแลเลย ภาพพจน์เหล่านี้ ยังอยู่ในจิตใจของผมเสมอ เวลาที่ผมออกปฏิบัติงานในพื้นที่ จะมีคำถาม คำพูดให้ได้ยินบ่อย ๆ ทำไมเจ้าหน้าที่พูดไม่เพราะเลย ยิ่งหมอแล้วไปกันใหญ่...
แต่หลังจากนั้นมาประมาณ 5 ปี การได้ผู้นำที่มีแนวคิด มีภาวะผู้นำ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร โดยผมมีความรู้สึกว่าโรงพยาบาลพะโต๊ะ เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านระบบบริการ พฤติกรรมการบริการที่ดีขึ้น ด้านโครงสร้างสิ่งแวดล้อมที่สวยงามขึ้น ยิ่งแนวคิดและการพัฒนา ในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณภาพ ทำให้ผมรู้สึกว่าโรงพยาบาลพะโต๊ะไม่ใช่โรงพยาบาลที่ล้าหลังอีกต่อไป
ณ ตอนนี้ ผมและทุกคนรู้สึกว่าโรงพยาบาลพะโต๊ะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่นับจากอดีตที่ผ่านมา เรียกว่า เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยทีเดียว
ตัวผมเองก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อมาพินิจพิเคราะห์ตัวตนแล้ว พบว่า มีเรื่องราวของความสุขใจในแต่ละวันที่เดินขึ้นมาทำงาน เพราะผมมักจะหยุดพักทักทายกลุ่มผู้รับบริการที่นั่งเรียงรายเพื่อรอรับบริการ อย่างแรก อาจเพราะ รู้จักกัน แต่บางวันไม่มีคนคุ้นหน้า ผมก็ต้องหยุดทัก สวัสดีครับสักคำ หรือวันนี้มาทำอะไร เหมือนเจ้าบ้านที่ต้องให้การดูแลแขกผู้มาเยี่ยมเยือน เพราะเมื่อรู้จักกันแล้ว เขาจะได้บอกเล่าอะไรๆที่อยากบอก อยากให้เราช่วยได้ถนัดถนี่หน่อย
......สุขใจครับ........
นคร สุขเจริญ
เจ้าพนักงานสาธารณสุข (PCU รพ.)
ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน ตกแล้วหยุด หยุดแล้วตก โอกาสที่จะได้มองภาพปุยเมฆสีขาวตัดกับสีสดของท้องฟ้าหลังฝนเกือบจะไม่มี แต่..บรรยากาศของคุณภาพที่ครุกรุ่นกับมิติด้านจิตใจที่ละเอียดอ่อนขึ้นทุกวันทุกวัน....ทำให้ท้องฟ้าสว่างกระจ่างได้อย่างงดงามไม่แพ้..ฟ้าหลังฝนที่สดใสเลยทีเดียว................
..ขอบคุณที่ทุกคนมีความละเอียดอ่อน-ความดีงามในจิตใจส่งมอบให้ผู้รับบริการนะคะ.....
(เราก็ลูกพะโต๊ะ เหมือนกัน....555)
อ่านแระ
รับรู้ความรู้สึกของคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง พัฒนา
และคนที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ จริง ๆนะเนี่ย
สู้ สู้ นะลุง
แหม! คุณนครเรียบเรียงความคิดผ่านปลายปากกาเหมือนนักเขียนมืออาชีพเลยนะ
เราก็ความรู้สึกเดียวกันนะ ลูกพะโต๊ะเหมียนกันเด้อ!
กิ่งไผ่..
ขนาด fever ยังอุตส่าห์เข้ามาให้กำลังใจพี่นครอีก
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้นะเนี่ย เอาไปเลย...number one....
ตอนนี้กระแสตอบรับ เรื่องเล่าดีมาก...ชื่นใจจจจจจจจจจจจจ
ขอบคุณมากนะคะ..ป้าอ้อน
หัวใจพะโต๊ะค่ะ...
อ่านเรื่องเล่าของพี่แล้ว ต่อไปน้องคงไม่มีคำถามที่จะถามพี่อีก
ว่าทำไมพี่ไม่ย้ายไปที่อื่นบ้าง
ทำไมพี่ถึง ...รัก...ที่นี่นัก
จิตใต้สำนึกของน้องมักจะมีเครื่องหมาย ? อยู่เสมอ
แต่พอได้อ่าน เรื่อง ลึก.ลึก.ในใจ สิ่งที่พี่ไม่เคยพูดให้ฟัง
กลั่นกรองออกมาเป็นร้อยคำเขียน
น้องขอ.. สุขใจ..ด้วยคนน่ะ ที่ได้มาเป็นสะใภ้พะโต๊ะ
อ่านแล้วค่ะไม่นึกว่า จะเป็นพี่นครเขียน
เก่งจังค่ะ ผู้ชายตัวเล็กแต่ความสามารถล้นเหลือจริง ๆ ค่ะ
ไม่นึกว่า จะพูดเก่งอย่างเดียวยังเขียนเรืองก็เก่งน่ะ พี่นครสู้ ๐๐๐๐
*ความรู้สึกเดี่ยวกันเลยลุงครเข้าจังหวัดไปประชุมเมื่อไหร่ต้องเดินตัวลีบทุกที "น้องๆอยู่รพ.อะไร "พะโต๊ะค่ะ" แล้วคนถามก็พยักหน้ายิ้มแล้วก็ไม่สนใจเราอีกเลยเหมือนโดนตบหน้าเลยเนอะ
*และเคยรูสึกน้อยใจมากเลยนะที่ต้องมาอยู่รพ.พะโต๊ะเพื่อนๆรุ่นเดียวกันเข้าเมืองกันหมดและไปประชุมเมื่อไหร่เจอเพื่อนจะโดนแซวว่า "เมื่อไหร่แกจะออกจากป่าวะ "
*นี้คืออดีตที่เราชาวพะโต๊ะรู้สึกแต่ปัจจุบันและอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า...ไม่ว่าใคร อยู่ที่ไหน รพ.คุณ จะใหญ่กว่าพะโต๊ะแค่ไหนก็ดูถูกพวกเราไม่ได้แล้ว เพราะ...เรามีทีมที่เข้มแข็งที่พร้อมพัฒนาพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกัน
************สู้ สู้ นะค่ะ ลุงครเป็นกำลังใจให้ค้า*******************
จ๋า...(สะใภ้พะโต๊ะ)
ไม่ได้เข้ามาตอบนะคะ...เข้ามาแซววว..อิอิ
เม้นท์ซะ..ขนลุกซู่..เลย <_> จริงๆนะ..
(เรื่องตอบ..พี่นครจัดการเองนะคะ..555+)
แวะมาแอ่ว รพ.พะโต๊ะ . ..ตอนแรกไม่รู้จักหรอก พะโต๊ะเนี่ย.. จน sha เข้ามา ถึงรพ.สอง พี่ผู้จัดการคุณภาพ เค้าเล่าให้ฟังว่า บล็อกของ รพ. พะโต๊ะ ดีมากๆๆ แนะนำให้เข้ามาดู ลองเข้าดูตั้งแต่วันก่อนแล้วแหละ...ไม่ผิดหวังเจงๆ ชื่นชมเป็นที่สุด เหมือนอ่านเรื่องสั้น ที่สนุก...แล้วจาแวะมาอีกค่ะ..ชื่นชมนะคะ เป็นกำลังใจให้น้องใหม่ รพ. สองด้วยนะคะ..../juey
สวัสดีค่ะ..คุณjuey
เด็กท่ากาแซะก็รักพะโต๊ะครับ...จริงไหมทุกคน...แต่นั่นแหละครับคนเราทุกคนย่อมมีหนทางแนวทางการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไป หน้าที่ความรับผิดชอบ ครอบครัว พ่อแม่ แต่ผมคิดว่าคนที่มาอยู่พะโต๊ะทุกคนประทับใจในไมตรีของชาวพะโต๊ะ ที่พบได้ยากมากในที่อื่นๆครับ...
แหม!สะใภ้พะโต๊ะเม้นซ่ะเห็นภาพเลยครับ""แต่นั่นแหละคือกำลังใจที่ดีของหนุ่มพะโต๊ะครับ""รวมทั้งน้องหมอก และพี่แตงโมด้วย...อิอิ
ขอบคุณน้องอัจ... ที่ได้ร้อยเรียงเรื่องราวให้สมบูรณ์ขึ้น
เพื่อองค์กร และคนพะโต๊ะ นะ น้อง...นก
ขอบคุณ...คุณกิ่งไผ่ ที่เข้ามาให้กำลังใจ
เรื่องดีดีของพี่อ้อน....ประทับใจเช่นกัน...ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ
มันต้องเป็นเช่นนี้แหละ....น้องจ๋า
ก็อยากจะเขียนอะไรดีๆ ให้คนอื่นๆได้อ่านนะ นุ้ย..