พํมนาการเด็กควรเหมาะสมกับวัย

วันหนึ่งขณะนั่งทำงานฉันก็ได้รับโทรศัพท์ต่อว่าด้วยเสียงขุ่นและดังพอสมควรว่า      นี่คุณหมอ   คุณหมอพูดได้ยังไงว่าผมไม่รักลูก ไม่รับผิดชอบลูก ฉันตกใจและอึ้งไปนานพอสมควร  หลังจากตั้งสติและสื่อสารกลับไปแล้วจึงได้ข้อสรุปว่า 

ชายที่โทรศัพท์มาเป็นพ่อเด็กที่ฉันตรวจประเมินพัฒนาการในวันคลินิกสุขภาพเด็กดี เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันยังจำภาพวันนั้นได้ติดตา

ครอบครัวนี้มาด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ ลูก อีก 2 คน คนโตอายุ 3 ปี คนเล็กอายุ  1 ปี ซึ่งต้องได้ตรวจประเมินพัฒนาการทั้งสองคน พ่อกับแม่จึงต้องช่วยดูแลคนละคน พ่อดูแลคนพี่ แม่ดูแลคนน้อง

คนพี่ฉันประเมินพัฒนาการแล้วพบว่า พัฒนาการล่าช้า ไม่อยู่นิ่งพ่อแม่ต้องคอยไล่จับตัวอยู่ตลอด อายุ 3 ปี ซึ่งตามวัยปกติน่าจะเรียกชื่อพ่อแม่ได้ ขับถ่ายเป็นที่  แต่น้องยังทำไม่ได้  ฉันจึงได้แนะนำพ่อและแม่ไปว่าให้พาไปพบแพทย์ที่ ร.พ.แพร่เผื่อมีโปรแกรมหรือกิจกรรมที่กระตุ้นพัฒนาการได้บ้าง พ่อเด็กบอกว่า  คุณหมอครับ ผมเบื่อคำว่ากระตุ้น กระตุ้น นี้เต็มทีแล้วครับ ผมได้ยินมาตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่ากระตุ้นต้องทำอย่างไร ผมขอไม่ไปที่เดิมครับ พูดคุยกันสักพักฉันสอบถามความต้องการที่แท้จริงของเขาก็ทราบว่าเขาต้องการให้เสนอไปรับการตรวจรักษาแห่งใหม่ ฉันเสนอที่สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ เชียงใหม่ และโรงเรียนศึกษาพิเศษ ที่จังหวัดแพร่ เขาเลือกที่จะไปแห่งหลังเพราะใกล้บ้าน ฉันจึงได้ติดต่อครูที่โรงเรียนศึกษาพิเศษให้เพื่อนัดแนะการพบปะกันสะดวกขึ้น

วันที่เขาโทรศัพท์มาต่อว่าฉันนั้นพอดีว่าลูกสาวคนโตเขากับภรรยาคนก่อน ซึ่งอยู่ต่างอำเภอจะมาศึกษาดูงานที่อำเภอสอง เขารอพบลูกสาว และถูกภรรยาเร่งรัดจะพาลูกคนที่แนะนำไปหาครูที่โรงเรียนศึกษาพิเศษด้วย ประกอบกับภรรยาได้อ้างว่า คุณหมอยังว่าเลยว่าพ่อมันไม่รับผิดชอบ เขาจึงรู้สึกโกรธและโทรศัพท์มาต่อว่าฉันดังกล่าว พอเข้าใจกันแล้วเขาก็ขอโทษฉันและฉันก็ให้อภัยและเข้าใจเขาแถมแอบชื่นชมในใจว่า  เขารักลูก เขามีความรับผิดชอบสูง และเขาก็มีภาระ หน้าที่ การงานที่ต้องทำเพื่อเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองในยุคปัจจุบันนี้ เป็นธรรมดามนุษย์เมื่อมีหลายสิ่งหลายอย่างมากดดัน  อารมณ์ก็ต้องมีไม่คงที่เป็นบางครั้ง

วันนั้นเขาได้พบลูกสาวคนโตและได้พาลูกคนรองไปหาครูที่โรงเรียนศึกษาพิเศษในเมือง ฉันตั้งใจว่าจะติดตามเยี่ยมเยือนให้กำลังใจครอบครัวนี้อยู่ตลอดไป

เล่าโดย  จรีรัตน์  อ่องคำ  เรียบเรียงโดย SHA-SONG