นอกจากเป็นที่รักของคนทั่วไปแล้ว ข้อดีของการเป็นคนใจดียังมีมากกว่านั้นค่ะ
ดอกเตอร์ เกรแฮม เมอร์เรย์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ทำการวิจัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสมองในอาสาสมัครชายจำนวน 41 คน ด้วยการให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อคนอื่น การแสดงอารมณ์และความชอบในการทำให้คนอื่นมีความสุข และนำผลสแกนสมองมาวิจัยควบคู่ พบว่าคนที่มีความเป็นมิตรและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีเนื้อเยื่อสมองมากกว่าคนทั่วไปหลายส่วน อาทิ ส่วนที่ใช้ในการประมวลข้อมูล การตัดสินใจ การวางแผน และการบริหารงาน ดอกเตอร์เกรแฮม กล่าว
" ข้อสรุปที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ทำให้สรุปได้ว่า มุมมองในการดำเนินชีวิตและบุคลิกมีความสัมพันธ์กับสมองบางส่วนโดยตรง และทำให้เข้าใจถึงเหตุผลในการแสดงพฤติกรรมบางอย่างของมนุษย์แต่ละคน"
นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า วัฒนธรรมก็มีส่วนในการพัฒนาเนื้อเยื่อสมองด้วยเช่นกัน เพราะจากการวิจัยพบว่า คนที่อยู่ในสภาพสังคมที่ดี เนื้อเยื่อสมองก็จะพัฒนามากกว่า
อยากมีแต่คนรักและสมองดี รีบมาเป็นคนใจดีกันเถอะค่ะ
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:"ข่าวเข้ม ฉับไว เป็นกลาง"
จริงเห็นด้วย 100% หากปฏิบัติเป็นนิสัยปกติโดยทั่วไป จะทำให้เราเป็นคนที่มีจิตใจดี ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ห่างไกลโรคพื้นฐาน เช่น ปวดหัว ปวดท้อง เหมือนกับหลาย ๆ ท่านในสมาชิก GTK ทีมจิตอาสา เขาเป็นกันอยู่ขณะนี้ เขาจะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน มีความเอื้ออาทร มีเมตตา มีความเห็นใจผู้อื่น ไม่เอาเปรียบ ชอบที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ เพราะเขามีจิตใจสูงเหมือนมือหรือใจที่กำลังจะให้ของผู้อื่นย่อมอยู่สูงกว่าผู้รับเสมอ เช่น บุคคลที่ได้มีโอกาสร่วมงานกัน คือ ดร.ขจิต ฝอยทอง ครูพี่ต้อย อาจารย์เดียว อาจารย์ศิลา และเราทำแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ลองทำดู