ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้แบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านตะเภา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
ผู้ศึกษาค้นคว้า นางจรรยาลักษณ์ ทองมา
อาจารย์ที่ปรึกษา นางประทุมทอง วิทยอุดม
หน่วยงาน โรงเรียนบ้านตะเภา ปีที่พิมพ์ 2552
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างแบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านตะเภา ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนสร้างสรรค์ก่อนและหลังการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์
แบบแผนการศึกษา การศึกษานี้ใช้แบบแผนการวิจัยแบบกึ่งทดลองเบื้องต้นที่มีกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียวและมีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านตะเภา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 15 คน ซึ่ง ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้การเขียนสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนสำหรับครู 2) แบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 7 ชุด 3) แบบทดสอบวัดการเขียนสร้างสรรค์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test (Dependent Samples)
ผลการศึกษาพบว่า
1.แบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ คือ ได้ค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 87.33 / 84.44
2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเท่ากับ
0.5205 แสดงว่าหลังการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัย
พัฒนาขึ้น นักเรียนมีความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้น 0.5205 คิดเป็นร้อยละ 52.05
3. ผลสัมฤทธิ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนสร้างสรรค์หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง
อย่างมีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าเฉลี่ยความสามารถทางการเขียนตามลักษณะการคิด เรียงจากมากไปน้อย คือ ด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ด้านความคิดคล่องแคล่ว และด้านความคิดยืดหยุ่น ตามลำดับ ส่วนด้านการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ปรากฏว่าคะแนนเฉลี่ยการเขียนสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนมีความสามารถจากมากไปน้อย คือ ด้านการใช้ภาษาสื่อความหมาย ความสอดคล้องของเรื่องกับภาพ การตั้งชื่อเรื่อง และการลำดับเหตุการณ์ ตามลำดับ
จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ ได้นวัตกรรมการสอนคือแบบฝึกการเขียนสร้างสรรค์ที่ดี มีคุณภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านตะเภา อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป