การเลี่ยงพันธกรณีเท่าที่จำเป็นตามความฉุกเฉินของเหตุการณ์โดยไม่เลือกปฏิบัติ (ข้อ4) ความก้าวหน้าด้านการดำเนินการ

การเลี่ยงพันธกรณีเท่าที่จำเป็นตามความฉุกเฉินของเหตุการณ์โดยไม่เลือกปฏิบัติ (ข้อ4) 

ความก้าวหน้าด้านการดำเนินการ

หลังจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.กำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ได้ออกกฎระเบียบวิธีปฏิบัติ คู่มือที่จำเป็นอย่างละเอียดและรัดกุม เพื่อให้เป็นแนวทางในการสร้างความพร้อมด้านความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เกี่ยวข้องให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เช่น

-          การกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติงานให้ถูกต้องเหมาะสมเป็นที่ยอมรับโดยคำนึงถึงหลักศาสนาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นเป็นสำคัญ ให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

-          การกำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลต้องถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชน เช่น ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ต้องปฏิบัติอย่างให้เกียรติโดยการเชิญตัว การดำเนินการจับกุมต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันทั้งสามฝ่าย คือ ฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหาร และจะต้องรายงานเพื่อขออนุมัติจากผู้อำนวยการ กอ.สส.จชต. ก่อนดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาลเพื่อเป็นหลักประกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติการโดยพลการ

-          การตรวจค้นให้กระทำอย่างละมุนละม่อนโดยให้อำนาจผู้ปฏิบัติต้องเป็นข้าราชการหากเป็นข้าราชการพลเรือนต้องดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป หากเป็นข้าราชการทหารต้องเป็นชั้นสัญญาบัตรขึ้นไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการกำหนดคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ให้เหมาะสม

-          การใช้กำลังต้องเป็นไปตามกฎการใช้กำลังที่ กอ.สสส.จชต. กำหนดขึ้น โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนไม่กระทำตามอำเภอใจ หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธเพื่อมิให้ใช้เกินความจำเป็นและการใช้อำนาจต้องอยู่ภายในกรอบของกฎหมาย กรณีที่จำเป็นต้องใช้กำลังก็ให้ใช้เท่าที่จำเป็นได้สัดส่วนกับการใช้กำลังของฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งนี้โดยเคารพต่อหลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รวมทั้งสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Basic Principle on the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials) ของสหประชาชาติ

ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.กำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2551 และ ได้ประกาศยกเลิกการใช้ไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2551 ที่ผ่านมานั้น ในการนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการต่างประเทศ ได้พิจารณาและจะนำเสนอต่อรัฐบาล ให้รีบแจ้งต่อสหประชาชาติในเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.ก.กำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังกล่าวโดยเร็วด้วย