"กรณ์" เผยส านักงบฯ เตรียมประกาศราคากลางโครงการไทยเข้มแข็ง 1.43 ล้านล้าน ภายในเดือนหน้านี้ ก่อนเปิดประมูลโครงการในเดือนตุลาคม

 ดีเดย์ตุลานี้ลุยไทยเข้มแข็ง เร่งเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างโครงการ

"กรณ์" เผยส านักงบฯ เตรียมประกาศราคากลางโครงการไทยเข้มแข็ง 1.43 ล้านล้าน ภายในเดือนหน้านี้ ก่อนเปิดประมูลโครงการในเดือนตุลาคม ฟื้นความเชื่อมั่นเอกชนทั้งภาคส่งออกและอุตสาหกรรม มั่นใจครึ่งปีหลังเศรษฐกิจตีตื้นกลับมาเป็นบวก

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ส านักงบประมาณจะสามารถประกาศราคากลางโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 1.43 ล้านล้านบาท ได้ทั้งหมดภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ส.ค. นี้ หลังจากนั้นก็จะสามารถเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างประมูลโครงการและลงทุนได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยมติคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมาได้ให้ปรับระเบียบการประมูลจัดซื้อจัดจ้างแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออคชั่น ที่มูลค่าโครงการเกิน 2 ล้านบาท ให้ด าเนินการได้รวดเร็วจาก 85 วัน เหลือ 28 วัน ซึ่งจะท าให้เม็ดเงินโครงการไทยเข้มแข็งถึงมือเอกชน และประชาชนได้เร็วขึ้นภายในเดือน ต.ต.นี้ รมว.คลัง กล่าวว่า จากการพบปะภาคธุรกิจเอกชน ทั้งสภาอุตสาหกรรมต่างประเทศและในประเทศ และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีตัวแทนทั้งภาคการท่องเที่ยวก่อสร้าง เหมืองแร่ พบว่าทุกฝ่ายเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะดีขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นการลงทุนก็ปรับตัวดีขึ้นทุกภาคอุตสาหกรรม มีการผลิตสินค้าและส่งออก รวมทั้งการบริโภคจะเพิ่มมากขึ้นไตรมาส 4 ของปีนี้ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังมีปัญหาภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวจากพบกระทบของการระบาดไข้หวัด 2009 ท าให้นักท่องเที่ยวยุโรปที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักลดลง รัฐบาลต้องเร่งรัดท าความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้ตื้นตระหนกเกินไป ส าหรับปัญหาทางการเมืองต้องยอมรับว่า ยังเป็นความกังวลของภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ แต่รัฐบาลก็ยังมั่นใจว่าปัญหาการเมืองจบแล้ว มีเสถียรภาพ ยังสามารถท างานต่อไปได้ ขณะที่ประเด็นปัญหาที่ฝ่ายค้านจะคว่ า พ.ร.ก. ภาษีสรรพสามิต น้ ามัน ถือเป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลมั่นใจว่ากฎหมายนี้จะผ่านสภาได้ และในอนาคตรัฐบาลก็ยังยืดหยุ่นการดูราคาน้ ามัน หากราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็สามารถลดเงินที่เก็บเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน ที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 1.50 บาทต่อลิตร

 

ด้านนายสมชัย จิตสุชน ผู้อ านวยการวิจัยฝ่ายการวิจัย นโยบายเศรษฐกิจส่วนรวมสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ภาครัฐควรมีความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการให้การช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้มีที่อยู่อาศัย ทั้งนี้แนวทางที่ช่วยเหลือได้ คือให้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของภาครัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารออมสิน เข้ามาปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ าคงที่ระยะยาว เนื่องจาก ผู้มีรายได้น้อย มีรายได้ไม่แน่นอน นอกจากนี้ ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณ การฟื้นตัวที่ดีขึ้น จากปัจจัยภายนอก ที่เริ่มมีความมั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้น แต่ก็ต้องดูระยะยาวว่าจะยั่งยืนหรือไม่ ส่วนความกังวลเศรษฐกิจโลก เกี่ยวกับปัญหาการว่างงาน และราคาบ้านตกต่ าในสหรัฐฯ ขณะนี้เริ่มหยุดการตกต่ าแล้ว แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบเศรษฐกิจ คือ การส่งออก และการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่เชื่อว่า การระบาดเริ่มควบคุมได้ ขณะที่ประชาชนลดความกังวลลงแล้ว ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะติดลบน้อยลง กว่าไตรมาสแรก ที่ติดลบ 7.1% เนื่องจากการใช้จ่ายของภาครัฐและการใช้งบประมาณกลางปีเริ่มมากขึ้น ส่วนทั้งปี 2552 มองว่า จีดีพี ยังติดลบ 2.5-3% ข่าวหุ้น

                                                               31 กรกฎาคม 2552 โพสต์ทูเดย์ ไทยโพสต์ ข่าวสด