การจัดกระบวนการเรียนรู้ R2R ที่อำเภอปาย โดยโรงพยาบาลปายเป็นเจ้าภาพในการจัดการครั้งนี้ มีโรงพยาบาลและเครือข่ายทางด้านสาธารณสุขในอำเภอรอบนอกต่างๆ ที่ไม่ห่างไกลกันมากมาร่วมเรียนรู้ในครั้งนี้ด้วย ดังนั้นในการจัดการครั้งนี้จึงได้แบ่งออกเป็นสองรุ่น โดยรุ่นแรกจัดขึ้นในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2552 และรุ่นที่สอง 29 - 30 กรกฎาคม 2552 สำหรับรุ่นแรกนั้นคุณหมออ๊อดผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้าเรียนรู้ด้วยเต็มตลอดสองวัน
การเรียนรู้เริ่มแรกเริ่มด้วยการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ...
ร่างกายนั้นหมายถึง...การตัดภาระหน้างานออก และเตรียมความพร้อมของสมองเข้าสู่สภาวะอัลฟาเวฟ จากนั้นทำความรู้กับการฝึกฝนตนในการดำรงอยู่อย่างตื่นรู้กับการหายใจด้วยสะดือ
แล้วเราก็เรียนรู้เริ่มต้นด้วยการมองหน้างานของตนเอง ในการฝึกมองอย่างรอบด้านและใคร่ครวญ ลุ่มลึกขึ้นด้วยการมองหาคุณค่าจากงานที่ตนเองทำ... ภารกิจนี้ เป็นการฝึกฝนตนเองอันเป็นเรื่องปัจเจค...ที่แต่ละคนต้องเรียนรู้อย่างไม่คร่ำเครียด การฝึกมองหน้างานตนเองอย่าง positive thinking ทำให้ตนเองค่อนข้างมีพลังแห่งกำลังใจ...
จากนั้น...ก็เริ่มมองหาจุอ่อนหรือปัญหา...ที่เป็นโอกาสที่น่าจะนำมาพัฒนาได้
เมื่อได้ประเด็นที่นำมาสู่การสร้างคำถามในการวิจัยแล้ว ก็เรียนรู้...การฝึกฝนค้นหาสาเหตุของปัญหาที่มานั้น เพราะหากว่าไม่สามารถหาสาเหตุได้ บุคคลก็ยากที่จะมองหาหนทางแห่งการแก้ไขได้อย่างถูกต้องตามเหตุ ... จากนั้นก็ลงมือค้นกระบวนการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องตามสาเหตุ...
การเรียนรู้วันแรกจึงค่อนข้างโน้มมาทางการเตรียมบุคคลเพื่อไปสู่การเรียนรู้แบบกลุ่มในวันที่สอง ซึ่งที่นำมาแทรกในกระบวนการเรียนรู้ คือ การนำวิถีแห่ง Dialoque มาเป็นเครื่องมือร่วมกับการฝึกฝนการรู้สติอยู่กับลมหายใจเข้าและออก...
พอเข้าสู่วันที่สอง...เราเริ่มเรียนรู้แบบทีม เพื่อให้เกิดการมองงานอย่างที่มีเป้าหมายของการพัฒนาร่วมกัน พร้อมกับเติมองค์ความรู้ในเรื่องการวิจัย ที่เหมาะสมที่น่านำมาใช้ในการทำ R2R
เมื่อกระบวนการเรียนรู้ผ่านไป
เข้าสู่รุ่นที่สองนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ทราบว่า... คนหน้างานที่มีความมุ่งมั่นมาเข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้นั้น มาอย่างยากลำบากเพียงไร พี่จี-หมออนามัย "ผมขี่รถเครื่องมา เมื่อวานทางเลอะโคลน บางช่วงตอนเข็ญเดิน" ... พี่จีเป็นหมออนามัยเพียงคนเดียวที่อยู่บนดอยสูง วันที่มาเข้าร่วมเรียนรู้ R2R นั้นได้ให้ อสม. เฝ้าสถานีอนามัยให้ พี่จีบอกว่า "ได้ยินเรื่อง R2R มาตั้นแต่ปีที่แล้ว ดังนั้นจึงไม่อยากพลาด"...
น้องโอ เป็นพยาบาลวิชาชีพ ที่ทำงานกับชนเผ่าม้งในสถานนีอนามัย ด้วยความที่รากฐานดั้งเดิมของตนเองที่เป็นชาวม้ง ดังนั้นในมิติมุมมองของการขับเคลื่อนทางด้านสุขภาพของน้องโอนั้น จึงมักเป็นเรื่องที่มุ่งไปสู่ความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวม้ง แต่กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่น้องโอต้องอกหักกับการทำงานในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินที่ตกเกณฑ์แล้วตกเกณฑ์อีก เพราะวิถีแห่งชุมชนที่มักเดินสวนทางกับเกณฑ์ทางการกำหนด...โอกาสที่มักมาทีหลัง และการถูก comment จากเวทีนักวิชาการที่ทำให้รู้ท้อ และขยาดต่อการสร้างสรรค์งานเชิงวิชาการ
แต่แล้ววันนี้... R2R ได้เป็นอีกหนึ่งเวที ที่น้องโอเองมองว่า ตนเองจะไม่รู้สึกด้อยค่าต่อการพัฒนางานตนเอง พลังแห่งความดีที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ได้รับการมองเห็นด้วยความเข้าใจที่สอดคล้องกับบริบทการทำงาน ก็ย่อมทำให้พลังของคนหน้างานเหล่านี้พอมีแรงใจอยากทำสิ่งดีดีต่อไปได้
น้องโอตั้งใจมากต่อการเรียนรู้ และกระบวนการต่างๆ ที่จัดขึ้น
มีประเด็นหลายอย่างที่มาชวนคิดชวนมอง และอยากทำเพื่อชนเผ่าม้ง...
เป็นความโชคดีที่โรงพยาบาลปายมีหมออ๊อดและหมอสุพัฒน์ที่นำพาคนหน้างานมองการทำงานแบบนอกกรอบ ทำให้เห็นโอกาสของการพัฒนางานระบบสาธารณสุขหลายประเด็น เพียงแค่การให้โอกาสให้ได้เกิดการเรียนรู้แบบไม่ปิดกั้น กรอปกับ...การให้อิสระที่จะได้คิดแบบไม่มีถูกไม่มีผิด และการร่วมก้าวเดินเคียงข้างกันไปกับคนหน้างานทุกระดับอย่างกัลยาณมิตร นี่ก็ทำให้เกิดความยิ่งใหญ่ของการสร้างสรรค์และพัฒนางานประจำ
ขณะที่ทำกระบวนการ ... ข้าพเจ้าได้สบตากับไม่ว่าจะเป็นพี่จี น้องโอ หรือคนหน้างานท่านอื่นๆ แล้ว
ทำให้ข้าพเจ้ามีแรงใจอย่างมากที่อยากจะร่วมขับเคลื่อนการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย ด้วยใจที่เกิดปิติสุข...
เส้นทางการเดินทางลงมาสู่การเรียนรู้ ผ่านเรื่องราวของพี่จีและน้องโอ หรือหมออนามัยท่านอื่นๆ ตลอดรวมถึงคนหน้างานท่านอื่นที่มาจากโรงพยาบาลละแวกนั้น ไม่ได้เป็นเส้นทางที่มาอย่างง่าย ผ่านสายฝนและลุยโคลน เข็ญเดินบ้างบางครั้งเปียกฝนลงมาสู่ห้องเรียนรู้นี้
ข้าพเจ้าก็เกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง...
ดีใจที่ข้าพเจ้าได้มาและได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้...ว่าจะนำแนวคิดเรื่อง R2R มาแบ่งปันให้คนหน้างานในพื้นที่แห่งนี้...และแล้วข้าพเจ้าก็ได้ทำอย่างที่ตั้งใจ

ขอบพระคุณค่ะพี่เขี้ยว...
กะปุ๋มก็เห็นสอดคล้องนะคะ...R2R น่าจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนทำงานได้สนุกกับการงานของตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะหากว่าเราเกิด เอ๊ะ! อยู่เสมอ แล้วค้นหาสาเหตุ พร้อมทั้งลงมือแก้ไขตามสาเหตุนั้นๆ เปลี่ยนวิถีการงานเป็นการงานที่เป็นระบบมากขึ้นค่ะ
(^___^)
สวัสดีครับ
ส่วนหนึ่งของ R2R คือ พี่ช่วยน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน ต่างมุมมอง เพื่อพัฒนา ขอชื่นชม ครับ
มาเยี่ยมบล๊อกพี่ ดร.กระปุ๋ม^^
สวัสดียามค่ำค่ะ..
คนที่ปายดูมีความสุขจัง..
เหมือนมีความสุขจากข้างใน..
รู้สึกได้ถึง..การทำให้ช้าลง..ไม่รีบร้อน..
และอ้อนก็รู้สึกได้ว่า..R2R ที่นี่..
สำเร็จแน่นอน
เรียน อาจารย์ka-poom
ผม น้องโอ นะครับ วันที่ 29-30 ก.ค.อบรม R2R กับอาจารย์สนุกมาก และยังได้ความรู้ รู้จัก "เอ๊ะ" กับข้อบกพร่องต่างๆในงานประจำ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่ค่อยสงสัย หรือบางครั้งสงสัย แต่ก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้คิดที่จะแก้ไข เพราะรู้สึกเบื่อ และคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะแก้ไข แต่วันนี้ความคิด ความรู้สึก ได้เปลี่ยนไปแล้ว ปัญหา อุปสรรคต่างๆ คงไม่ยากเกินไป หากเราลงมือทำจริงๆ ขอบคุณนะครับที่ได้เจอกัน
ผมมีcase อยากขอคำปรึกษาครับ สามี-ภรรยาคู่หนึ่ง มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ(แต่ไม่ถึงขั้นตบตี-ทำร้ายร่างกายนะครับ)เหตุเริ่มจากสามีไปติดผู้หญิงเป็นแม่ม่าย ซึงอยู่ต่างจังหวัด ฝ่ายสามีแอบไปหาผู้หญิงม่ายคนนั้นบ่อย ๆ จนภรรยารู้จึงมีปากเสี่ยงกัน (ชาวม้งยกย่องเพศชายเป็นใหญ่ สามารถมีกิ๊ก/ภรรยาได้มากว่า 1 คน)แม้บางครังฝ่ายสามีไปทำธุระอย่างอื่นและไม่ได้เจอกับผู้หญิงม่ายคนนั้น ฝ่ายภรรยาก็จะกล่าวหาว่าสามีนอกใจ จนมีปากเสียงกัน นานเข้าภรรยาเริ่มพฤติกรรมห่างเหินกับสามีมากขึ้น สามีจึงกล่าวหาว่าภรรยามีชู้ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานไดๆ แต่สามีก็หยิบเอาเรื่องนี้มาพูดจนเกิดปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ(ผู้หญิงม้งที่มีชู้ จะมีความผิดบาปอย่างมาก สังคมจะไม่ไห้การยอมรับไดๆเลย)เมื่อต้นปีนี้ ผู้หญิงม่ายคนนั้นได้แต่งงานกับชายอื่นไปแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังเอาเรื่องเก่าๆมาชวนทะเทาะกันอยู่ ผมไปเยี่ยมบ้านนี้บ่อยๆเคยชวนให้อยู่กับปัจจุบัน และมองหาความดีของกันและกัน แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะยังมีความระแวงกันอยู่ (ชาวม้งมักสอนว่าไม่ไห้ไว้ใจคนอื่น แม้แต่ภรรยาก็ให้ไว้ใจได้แค่ครึ่ง)ตัวภรรยามีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง และมี suisidal idea เป็นช่วงๆ แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำ เพราะมีเหตุผลที่ต้องมีชีวิตอยู่คือ ยังมีบุตรสาวคนเล็ก อายุ 11 ปี ให้ต้องดูแลอยู่
ผมดูแลครอบครัวนี้ 2 ปี แล้วครับ ผมเคยจะส่งต่อให้ไปพบแพทย์ และให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า และผลกระทบจากโรคแล้ว แต่ก็ได้รับการปฏิเสธที่จะไปพบแพทย์ และให้เหตุผลต่างๆ เช่น ไม่มีเวลา/เดินทางลำบาก /เป็นต้น และจากการประเมินยังไม่ดีขึ้น ผมควรทำอย่างไรต่อครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ อ.ต้อม
เห็นด้วยอย่างยิ่งในทัศนะของความเกื้อกูลกันและกันทำให้การพัฒนาหลายๆ...อย่าง
ขอบคุณค่ะ..น้อง อ.อ้อน...
ชาวปายน่ารักกันทุกคนเลยค่ะ มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และมีมุมมองที่งดงามนะ พี่กะปุ๋มได้ไปคลุกคลีกับชาวปายจากการที่ได้ไปร่วมทำกระบวนการตั้งแต่เมื่อประมาณสองปีก่อน...
ทุกท่านต่างล้วนอัธยาศัยดีและเรียบง่าย
พี่กะปุ๋มยังเกิดความรู้สึกชอบยิ่งนัก...
น้องโอ...
พีกะปุ๋มมองว่า บางประเด็นอาจต้องใช้เวลา...
แต่สิ่งสำคัญที่เราจะช่วยเขาได้ก่อนในเฉพาะหน้า คือ ให้เขาได้เรียนรู้การภาวนาอยู่กับลมหายใจ เพื่อให้ได้มีสิ่งยึดออกจากความคิด ... จากนั้นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขามีคุณค่า...
เท่าที่พี่กะปุ๋มทราบในข้อมูล...สิ่งหนึ่งที่น้องโอน่าจะพึงทำได้ ลองให้โอกาสเขาได้กระทำในกิจที่เป็นลักษณะ "งานจิตอาสา"... การทำงานที่เป็นการอาสา จะทำให้บุคคลนั้นรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
สิ่งหนึ่งที่เราต้องให้ความสำคัญในการเยียวยา คือ การช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้เขามีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง