งานสัมมนาวิชาการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของไข้หวัด 2009

เมื่อโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวของ รพ.ได้ร่วมกับทีมจันทร์ยิ้ม
จัดสัมมนาครั้งที่ 4 ขึ้นในหัวข้อเรื่อง“นิทาน จินตนาการและอัจฉริยะ"

เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาตระหนักถึงความสำคัญของนิทานและมีทักษะในการเล่านิทาน
เพราะข้อมูลจากกรมอนามัย พบว่า
ครอบครัวไทยมีพฤติกรรมการเล่านิทานในรอบ 1 เดือน เพียงร้อยละ 59.1
หรือเล่านิทานแค่ 1-5 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น

วางแผนมาพักใหญ่แล้วล่ะ
แต่มามีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เสียก่อน
งานบริการมากขึ้น2เท่า กังวลว่าคนมาร่วมงานจะกลัวติดหวัด
เกรงว่ารัฐบาลจะสั่งงดsocial activity
แต่งานกับแขกก็ถูกเตรียมไว้เรื่อยๆ
จนตัดสินใจไม่เลื่อนการประชุมเอา1สัปดาห์ก่อนวันงาน

สถานที่ถูกเตรียมในตอนสายฝีมือดาวเสาร์คนเดิม
วันนี้จะเป็นวิทยากรเองด้วยนะ

พิธีเปิดเรียบง่ายจากท่านประธานคนเดิม
กิจกรรมการเรียนรู้มีทั้งบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ประเด็นสำคัญ 2เรื่องคือ
การเลี้ยงลูกเชิงบวก
และการใช้นิทานเสริมอัจฉริยะให้ลูก


ครั้งนี้มีความพิเศษคือคุณแม่ได้แลกเปลี่ยนเทคนิค การเล่านิทาน

การใช้นิทานเป็นสื่อพัฒนาทักษะการฟัง,
การพูด, ให้ความรู้, ความสนุกสนาน และจินตนาการ
มีส่วนฝึกสมาธิให้เด็กสำรวมจิตใจให้จดจ่ออยู่กับเรื่องที่ฟัง
เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านหนังสือ
และนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็กไปพร้อมกัน

การสัมมนาจบลงด้วยความอิ่มใจของผู้จัด
แต่การบ้านคุณแม่คืออ่านนิทานให้ลูกฟังสม่ำเสมอ
วันละครั้งก่อนนอนนะจ๊ะ
อย่าหลับก่อนลูกล่ะ อิ อิ
ถ้าแม่หลับก่อนลูก ให้พ่อเล่าให้ฟังละกัน คร่อก..ฟี้
อยากได้ตัวอย่างนิทานอัจฉริยะ บ้างจัง ให้ฟรีก้อดีน๊ะ
ที่มีอยู่จะสู้ของได้ฟรีมั๊ยเนียะ
แม่จิก็พยายามอ่านหนังสือนิทานให้น้องข้าวกล้องฟังค่ะ น้องก็จะอ่านตามและทำท่าทางตามรูปภาพในหนังสือค่ะ
อิอิ แม่กิ๊กไม่ได้เล่าให้น้องกายฟังหรอกคะ
งานนี้ป้านก เป็นคนเล่าให้ฟัง แต่จะเล่าเป็นเรื่องที่เคยพาน้องกายไปเที่ยวที่ต่างๆ
หรือไม่ก็เรื่องครอบครัวของเรา เรื่องซนๆของน้องกายคะ 5555
อ่าน+นิทานให้น้องวิวฟังแทบทุกวันเลยค่ะ น้องชอบฟัง และร่วมมีความคิดเห็นด้วยตลอด ดีมากๆค่ะ