ขายนมริมถนน

Kati
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สืบเนื่องจาก ผลการประชุม คณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการปราบปรามสื่อไม่เหมาะสม ครั้งที่ 1/2552 ซึ่งประชุมร่วม ระหว่าง กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ กระทรวงวัฒนธรรม ที่สร้างคำถามบางประการ ต่อแนวทางการแก้ไขและแก้ปัญหาแบบข้าราชการไทย จึงมีคำถามบางประการ

ขายนมริมถนน

 

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

เห็นวาระ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง

 

ยิ่งเกิดความสนเท่ห์ และ ก่อให้เกิดคำถามในใจ โดยเฉพาะใน คณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางการปราบปรามสื่อไม่เหมาะสม ครั้งที่ 1/2552 ที่ได้ข้อสรุปเมื่อ กระทรวงวัฒนธรรม กำหนดแนวทางการทำงาน พร้อมวางกรอบปฏิบัติงานแต่ละหน่วยงาน

ซึ่งรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่

เพื่อให้เป็นไปในแนวทาง

เดียวกัน

 

ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจ ในเนื้อหาสาระของการแก้ไขปัญหา เช่น ระบุว่าต้องหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องของแต่ละหน่วยงาน เพื่อระบุความผิด จากการที่หญิงสาวออกมายืนแต่งตัวล่อแหลมตามทางเท้า หรือหน้าร้านค้าในยามค่ำคืน

เช่น

การขอความร่วมมือ

ให้นำหญิงสาวทั้งหลายกลับเข้าร้าน

 

เพื่อไม่ให้เกิดความประเจิดประเจ้อ โดยเฉพาะไม่ให้เกินเลยเกินไปในสายตาของคนไทยร่วมสังคม ที่เห็นว่า บางสิ่งบางอย่างบางการกระทำในยามนี้ มักง่าย และอาจก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมที่ต่อเนื่องยาวนาน นอกเหนือจากสิ่งที่เรียกว่า การค้าการขาย ในชีวิตคนไทยยามนี้

ไม่แต่เฉพาะวัฒนธรรมไทย

หรือสภาพทางสังคม

ที่เราต้องใช้ชีวิต

 

หรือดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน รวมทั้งเกิดคำถามเบื้องต้นว่า สิ่งที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนได้เพียงใด ในเมื่อไม่มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบเข้ามาเป็นภาคีแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่นับการตัดผู้ประกอบการออกไป จากกระบวนการมีส่วน เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน

เพราะสิ่งที่เห็น

คือ การหารือเฉพาะ

เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น

 

โดยไม่มีประชาชน ไม่มีผู้คน ไม่มีตัวแทนประชาชน ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ ไม่มีผู้ประกอบอาชีพ ผู้ประกอบการธุรกิจดังกล่าว หรือไม่มีภาคประชาสังคมใดใด ที่เป็นเสมือนตัวแทน ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ริมทางเท้า หรืออยู่ในบริเวณแวดล้อมที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือครั้งนี้

จึงไม่น่าจะแปลกใจนัก

หากสื่อบางส่วน

จะตั้งคำถาม

 

ถึงอาการลูบหน้าปะจมูก หรือมองว่า เป็นเพียงการสร้างกระแส ก่อนฤดูกาลโยกย้ายและพิจารณาตำแหน่งแห่งหนทางราชการ มากกว่าตระหนัก และคิดนวัตกรรมที่จะแก้ไขปัญหาในสังคมไทย ให้ยั่งยืน และใช้ได้จริง ตามสภาพที่เป็นอยู่ และตามสภาพที่ควรจะเป็น ด้วยการแก้ไขร่วมกัน

 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

พฤติกรรมไม่สร้างการมีส่วนร่วม

ของหน่วยงานองค์กรภาครัฐทั้งหลาย

 

ที่มัวแต่บอกว่า อันนั้นก็ปัญหา อันนี้ก็ปัญหา ส่วนนั้นก็เป็นไม่ดี ส่วนนี้ก็ไม่งาม โดยไม่ได้ถามความเห็นของผู้คน ประชาชนคนธรรมดา กระทั่งตัวแทนภาคการเมือง ทั้งในระดับชุมชน และในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจใดใดนัก

หากผลของการแก้ปัญหา

จะเกิดความล้มเหลว

 

อันอาจจะเกิดขึ้น จากการตั้งคำถาม ตั้งปัญหา ตั้งโจทย์ที่กำลังคิดจะแก้ไข และหาแนวทางแก้ปัญหาที่ผิดพลาด ซึ่งเกิดขึ้นจากการตัดชีวิตผู้คนตัวเล็กตัวน้อย ตัดชีวิตผู้คน ที่ไม่ได้สวมเครื่องแบบ และไม่ได้มีขั้นในการพิจารณาผลงานออกไป

ด้วยเพราะผู้คน

ที่มีหัวใจรักบ้านรักเมือง

รักริมถนน และรักชุมชนของตนเอง

 

ที่ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐกีดกันเขาเหล่านั้น ออกจากกระบวนการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการที่ก้ำกลืนฝืนจิตใจชาวบ้านชาวช่องทั่วไป ที่ไม่ได้คิดดูถูกผู้คนในอาชีพนี้

โดยเฉพาะสิ่งสำคัญยามนี้

ที่เราพยายามจะสร้าง

ให้ผู้คนรักบ้านเมือง

 

ร่วมกันแก้ไข ร่วมกันแบกรับ และร่วมกันรับผิดชอบต่อแผ่นดินของตนเอง โดยไม่เกี่ยงว่า เป็นแผ่นดินของใคร ข้าราชการคนใด ไม่น่าแปลกใจ หากใครอ่านผลการประชุม จะรู้สึกอึดอัดใจ เพราะเมื่อพิจารณาจากความเป็นจริง ที่ไม่เห็นผู้มีผลได้ ผลเสีย ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบอาชีพ ชาวบ้านร้านตลาด และชาวบ้านชาวช่องที่เห็นสภาพปัญหาดังกล่าวในทุกวันทุกคืน

เพราะผม

รู้สึกอึดอัดใจ

ในแนวทางแก้ปัญหาเช่นนี้

 

จึงพยายามอ่านทบทวน ถึงผลการทำงาน แนวทางการแก้ปัญหา และอนาคตของผู้คนที่อยากเห็นบ้านเมืองนี้ ไร้ความรุนแรง ไร้ความขัดแย้ง และนั่งลงแก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ โดยไม่ใช้ความเข้าใจส่วนบุคคล แล้วหาคำตอบทางกฎหมายเพื่อบังคับตามแต่ตนเองคิดเห็น หรือสรรหาแนวทาง 

มากกว่าใช้อำนาจหน้าที่

ตามที่กฎหมายกำหนด

หรือตามใจข้าราชการ

ไม่มีอะไรครับ ผมแค่อึดอัดใจ

กับการทำงานลูบหน้าปะจมูก ของข้าราชการไทย

 

 

หมายเหตุ : ภาพถ่ายชุดนี้ ถ่ายจากภาพฝาผนัง วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ฯ โดยภาพชุดนี้ มิได้เกี่ยวข้องในบทวิพากษ์ดังกล่าว เป็นแต่เพียงภาพที่เห็นว่า สอดคล้องกับความจริงที่เปลี่ยนไปตามสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมไทย เมื่อครั้งหนึ่งหญิงสาว ไม่ได้มีชีวิตเพื่อการค้ายามค่ำคืน แต่เป็นความงดงามตามปกติของสังคมไทย มากกว่าเป็นเหตุให้เจ้าพนักงาน ตั้งคำถามแบบลูบหน้าปะจมูก แก้ปัญหาไปตามขั้นยศในแต่ละปีพิจารณาความดีความชอบ ขอบพระคุณครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ห่างหายไปนานเลยนะคะ  สบายดีนะคะ

ดีใจทุกคราครั้งเมื่อได้อ่านบทความคุณ

.. เรายังทำหน้าที่ และก้าวต่อไปอย่างมุ่งมั่น สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ...

เป็นกำลังใจให้นะคะ ...  ขอบคุณสำหรับมุมมองใหม่ๆ

หมายเลขบันทึก

281555

เขียน

30 Jul 2009 @ 15:19
()

แก้ไข

12 Feb 2012 @ 08:19
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก