การปลูกถ่ายฟัน ( tooth transplantation ) หมายถึงการผ่าตัดเคลื่อนย้ายฟันธรรมชาติจากบริเวณหนึ่งไปปลูกยังอีกบริเวณหนึ่ง เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไปหรือไม่เจริญ ( aplasia ) และเพื่อฟื้นฟูให้พื้นที่บดเคี้ยวกลับคืนมาอย่างเดิม หรือหมายถึงการผ่าตัดเคลื่อนย้ายฟันที่มีชีวิต หรือฟันที่มีการตีบตันของเนื้อเยื่อในโพรงฟัน (pulp obliteration )จากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งในบุคคลเดียวกันหรือข้ามบุคคล
การปลูกถ่ายฟันให้ตนเอง ( autogenous tooth transplantation ) เป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งที่มีมาแต่ในอดีต และมีการพัฒนาทั้งเทคนิควิธีการให้ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ การปลูกถ่ายฟันให้ตนเองเริ่มเข้ามามีบทบาทใช้ร่วมกับการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันมากขึ้นโดยทั่วไปมักถูกใช้ในกรณีที่มีฟันขาดหายไปแต่กำเนิด มีฟันฝัง หรือฟันคุด ในขากรรไกร เนื่องจากช่วยลดความยุ่งยากในการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันลงได้เพราะไม่ต้องเคลื่อนฟันระยะทางไกล และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่สูงนัก การปลูกถ่ายฟันสามารถกระทำได้หลายบริเวณ คือ บริเวณฟันตัด ฟันเขี้ยว ฟันกรามน้อย และ ฟันกรามซึ่งพบความสำเร็จถึงร้อยละ 50- 97 ภายหลังการปลูกถ่ายฟันจะยึดฟันให้อยู่นิ่งเพื่อให้เนื้อเยื่อรอบฟันเกิดการซ่อมแซม เช่นการมัดด้วยลวด การใช้เครื่องยึดฟันอะคริลิก ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่ควรระวัง ได้แก่ การติดเชื้อ การตายของเนื้อเยื่อในโพรงฟัน การละลายของรากฟันทั้งจากภายในและภายนอก สำหรับการหายของเนื้อเยื่อในโพรงฟันให้พิจารณาจากการตีบตันของเนื้อเยื่อในโพรงฟันในระยะเวลา 6 เดือนแรกหลังการปลูกถ่ายฟัน ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเคลื่อนฟัน ควรกระทำเมื่อมีการหายของเนื้อเยื่อปริทันต์และก่อนที่เนื้อเยื่อในโพรงฟันจะเกิดการตีบตันทั้งหมด คือ ประมาณ 3 - 9 เดือนภายหลังการปลูกถ่ายฟัน ในปัจจุบัน พัฒนาการของการปลูกถ่ายฟันได้มีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ หากได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกถ่ายฟัน จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและอาจเกิดแนวทางการรักษาใหม่ๆในอนาคต