จังหวัดมหาสารคาม
1.สภาพทั่วไป
1.1.ประวัติความเป็นมา
มหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของภาคอีสาน มีแม่น้ำชีไหลผ่านตั้งอยู่ตอนกลางของภาค มีชนหลายเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองพูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อและชาวผู้ไท ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ฮีตสิบสองคองสิบสี่ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีการไปมาหาสู่กัน ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป มหาสารคามมีประวัติอันยาวนาน จากสมัยทรวารวดี เป็นต้นมา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ขึ้นเป็นเมือง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2408 วันอังคาร เดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ ปีฉลู สัปตศก จุลศักราช 1227 โดยแยกพื้นที่และพลเมืองราวสองพันคนมาจากเมืองร้อยเอ็ด และโปรดเกล้าให้ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์) เป็นพระเจริญราชเดชเจ้าเมือง มีท้าวบัวทอง เป็นผู้ช่วย ขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ด ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองมหาสารคามขึ้นกับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2412 และร้อยเอ็ดได้แบ่งพลเมืองให้อีกเจ็ดพันคน พลเมืองเดิมอพยพมาจากเมืองจำปาศักดิ์ ท้าวมหาชัยและท้าวบัวทองนั้น เป็นหลาน โดยตรงของพระยาขัติยวงษา (จัน) เจ้าเมืองคนที่ 2 ของเมืองร้อยเอ็ดเดิม ที่ทำการของเมืองมหาสารคามตั้งอยู่ที่เนินสูงแห่งหนึ่งใกล้กุดนางใย ได้สร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และศาลมเหศักดิ์ขึ้นเป็นที่สักการะของชาวเมือง ต่อมาสร้างวัดดอนเมืองแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดข้าวอ้าว” (วัดธัญญาวาส) และได้ย้ายที่ทำการเมืองไปอยู่ริมหนองกระทุ่มด้านเหนือของวัดโพธิ์ศรีปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2456 หม่อมเจ้านพมาศนวรัตน์ เป็นปลัดมณฑลประจำจังหวัด โดยความเห็นชอบของพระมหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิริยะศิริ) ได้ย้ายศาลากลางมาอยู่ ณ ที่ตั้งศาลากลางหลังเดิม(ที่ว่าการอำเภอเมืองปัจจุบัน) และในปี พ.ศ. 2542ได้ย้ายศาลากลางมาอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน เมืองมหาสารคามนับเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน มีชุมชนโบราณมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุมชนบ้านเชียงเหียน หมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม แหล่งโบราณสถาน และสถานที่สำคัญทางศาสนาก็มี พระธาตุนาดูน กู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน กู่บ้านแดง อำเภอวาปีปทุม ปรางค์กู่ ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม ที่น่ามาศึกษาหาความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันจังหวัดมหาสารคาม เป็นเมืองตักสิลา เมืองการศึกษาของชาวอีสาน มีทั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาราชภัฎมหาสารคาม สถาบันพลศึกษาวิทยาเขตมหาสารคาม วิทยาลัยเทคนิค วิยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งในช่วงเปิดภาคภาคเรียนจังหวัดมหาสารคาม จะครึกครื้นไปด้วยนักศึกษาจากต่างถิ่นที่มาศึกษาหาความรู้จากสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดมหาสารคาม
1.2 วิสัยทัศน์จังหวัดมหาสารคาม
“เมืองการศึกษา พัฒนาทรัพยากรบุคคล แหล่งผลิตผลเกษตรปลอดภัยจากสารพิษและผลิตภัณฑ์ชุมชนชั้นนำ”
1.3 คำขวัญจังหวัดมหาสารคาม
“ พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร”
2.ด้านกายภาพ ที่ตั้ง และขนาด
จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศา 25 ลิปดา และ103 อาศา 30 ลิปดา ตะวันออก มีพื้นที่ 5,255.290 ตารางกิโลเมตร หรือ 3.31 ล้านไร่ ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ 470 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดกาฬสินธุ์ ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดร้อยเอ็ดทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด พื้นที่โดยทั่วไปมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 130 - 230 เมตร ด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูง ในเขตอำเภอโกสุม อำเภอเชียงยืน และอำเภอกันทรวิชัย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ครึ่งหนึ่งของพื้นที่จังหวัด และค่อยๆ ลาดเทมาทางทิศใต้ มีลำน้ำสำคัญหลายสายไหลผ่าน สภาพพื้นที่สามารถแบ่งออกได้ 3 ลักษณะ คือ -พื้นที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ เช่น ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำชี ในบริเวณอำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอโกสุมพิสัยและทางตอนใต้ของจังหวัดแถบชายทุ่งกุลาร้องไห้
-พื้นที่ค่อนข้างราบเรียบสลับกับลูกคลื่นลอนลาด พบทางบริเวณตอนเหนือของอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เป็นแนวยาวไปทางตะวันออกถึงอำเภอเมืองมหาสารคาม บริเวณนี้มีเนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่งของเนื้อที่จังหวัด จังหวัดมหาสารคาม แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ ดังนี้
1.อำเภอเมืองมหาสารคาม 8.อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย
2.อำเภอกันทรวิชัย 9.อำเภอนาดูน
3.อำเภอเชียงยืน 10.อำเภอแกดำ
4.อำเภอโกสุมพิสัย 11.อำเภอยางสีสุราช
5.อำเภอวาปีปทุม 12.อำเภอกุดรัง
6.อำเภอบรบือ 13.อำเภอชื่นชม
7.อำเภอนาเชือก
สวัสดีค่ะ..แวะมาอ่านประวัติเมืองมหาสารคาม...ขอบคุณข้อมูลค่ะ
ขอบคุณมากๆครับ
อยากรู้ที่มา ต้นตระตูล เจริญศิริ มาจากตระกูลอะไร