(ต่อ)
อาจารย์สุทธิชัย หล่อตระกูล ประธานสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏอุดรธานี
กฎหมายมีการเกิดและตาย มีการทันสมัยและล้าสมัย ซึ่งกฎหมายในหลายฉบับมีความเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ในหลายเรื่อง ดังนั้นถ้าจะเปรียบการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็เปรียบเสมือนแพทย์ที่ช่วยเยียวยากฎหมายเนื่องจากกฎหมายมีความซับซ้อนทำให้การใช้กฎหมายมีปัญหา จะเห็นได้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับกับทุกเรื่อง อาทิเช่น กฎหมายเกี่ยวกับสังคม สาธารณสุข การศึกษา เศรษฐกิจ ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ความเห็นและข้อเสนอแนะ
๑) ควรจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเป็นอิสระและนำเอาองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยมาปฏิรูปกฎหมายต่อไป
๒) ควรมีกรรมการและอนุกรรมการที่มาจากส่วนภูมิภาค เพื่อเข้าใจปัญหาของท้องถิ่น เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการค้าแถวชายแดน กฎหมายเกี่ยวกับปัญหาของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
๓) เมื่อองค์กรดำเนินการไปได้ระยะเวลาหนึ่งควรเปิดโอกาสให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่มีข้อบกพร่องและเป็นอุปสรรคในการทำงานได้เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
๔) เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ลดจำนวน
ผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายลงเหลือ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ทำให้การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนสะดวกยิ่งขึ้น
ประเด็นข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมสัมมนา
- อยากให้เพิ่มเรื่องการคุ้มครองปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ในด้านชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงปัญหาในด้านการคุ้มครองพยานที่ส่วนใหญ่มักจะถูกพวกมีอิทธิพลคุกคาม
ทำให้ผู้เสียหาย พยานผู้เห็นเหตุการณ์ หรือพลเมืองดีไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลหรือให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกลัวว่าตนเองและครอบครัวจะไม่มีความปลอดภัย รวมถึงเมื่อมีประชาชนที่เป็นพลเมืองดีช่วยเหลือสังคมแล้วได้รับผลกระทบไม่ว่าทางด้านจิตใจ ความเป็นอยู่ หรือความปลอดภัยทางรัฐต้องมีนโยบายเพื่อคุ้มครองคนกลุ่มนี้ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน จึงควรมีกฎหมายคุ้มครองพยาน
- อยากให้เพิ่มเรื่องสำนึกพลเมืองในการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ว่าจะทำอย่างไรให้มีสำนึกพลเมืองที่ดี อาทิเช่น การเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นโดยเราต้องไม่เอาเปรียบผู้อื่นเพื่อที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเองได้และต้องมีสำนึกทางการเมืองด้วย
- การใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่บังคับใช้กฎหมายกับประชาชนแต่ละชนชั้นหรือคนแต่ละกลุ่มต่างกัน ซึ่งเราออกกฎหมายมาบังคับใช้มากมายเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรเลือกปฏิบัติ และเราก็ควรนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมในสังคมด้วย
- อยากเห็นภาพของกฎหมายที่เป็นเครือข่ายของประชาชน เพื่อดูแลสังคมให้มีความแข็งแกร่ง รวมถึงควรมีกฎหมายออกมารองรับการทำงานของเครือข่ายหรือองค์กรที่ทำงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมายด้วยเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- การใช้กฎหมายและการให้ความยุติธรรมแก่ชุมชนต้องมีการดำเนินงานทั้งสองด้าน คือทางด้านชุมชนและทางด้านคดีความ เนื่องจากเมื่อชาวบ้านถูกเอารัดเอาเปรียบก็ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใคร
- ปัญหาในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเกี่ยวกับรถสามล้อเครื่อง ควรสนับสนุนให้มีการจดทะเบียนรถสามล้อเครื่องอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- การแก้กฎหมายไม่ควรแก้ที่ปลายเหตุ แต่ควรแก้ที่ผู้ใช้กฎหมายเพื่อให้กฎหมายที่ออกมาบังคับใช้มีความศักดิ์สิทธิ์แล้วถึงจะมองต่อไปว่ากฎหมายใดบ้างที่มีปัญหาที่ควรแก้อย่างแท้จริง
- กรณีที่มีการชุมนุมประท้วงควรมีการกลับไปดูว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญได้จำกัดขอบเขตการใช้สิทธิไว้เพียงใด เพื่อให้มีการกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา
- ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 30/1 “ในกรณีที่ศาลพิพากษาปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท ผู้ต้องโทษปรับซึ่งมิใช่นิติบุคคลและไม่มีเงิน ชำระค่าปรับอาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีเพื่อขอทำงานบริการสังคม หรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ...”
เป็นกฎหมายที่ให้ผู้ต้องโทษทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับเป็นกฎหมายที่ดีแต่ในทางปฏิบัติไม่ได้นำมาใช้เป็นประโยชน์จึงอยากให้นำมาปฏิบัติต่อผู้ต้องโทษในความผิดเล็กน้อย เพื่อลด
ปัญหานักโทษล้นคุกและการจำคุกก็ไม่ได้เกิดผลที่ดีเท่าใดนักเมื่อผู้ต้องโทษเหล่านั้นออกมาจากคุ
นายดล บุนนาค ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา
“แนวคิดและวิธีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย”
- แนวคิดและวิธีการในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมควรมีการปรับปรุงทั้งระบบ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม อาทิ ศาล อัยการ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินงานก่อนถึงศาล โดยสร้างระบบให้มีการตรวจสอบที่รัดกุม และที่สำคัญก่อนที่จะเข้าสู่ระบบของกระบวนการยุติธรรมในทางอาญา ก็ควรมีระบบความยุติธรรมในชุมชนก่อนแต่ถ้าในสังคมมีการลงโทษผู้กระทำผิดกันเอง เช่น เมื่อมีเหตุการณ์ที่ผู้กระทำความผิดฆ่าคนในครอบครัวเรา เราก็ฆ่าเขากลับเป็นการแก้แค้นแทนเหยื่อ ซึ่งสะท้อนว่าเป็นสังคมที่ไม่เจริญ รัฐจึงต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเหยื่อรวมถึงครอบครัวของเหยื่อโดยเฉพาะทางด้านจิตใจที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ต้องสร้างองค์กรให้ความยุติธรรมกับประชาชนทุกคน
- พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา จะเป็นการช่วยเหลือและเยียวยาเหยื่อ ผู้เสียหายและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำผิดทางอาญา โดยได้รับสิทธิการปฏิบัติอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาที่เป็นเด็ก ผู้หญิง คนชรา
- การไกล่เกลี่ยประจำศาลโดยมีผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งควรให้แต่ละชุมชนทำการคัดเลือกกันเอง อาทิเช่น แนวคิดเกี่ยวกับยุติธรรมทางเลือก กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมให้คนในสังคมช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดกลับมาทำผิดซ้ำ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วนิดา แสงสารพันธ์ อนุกรรมการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
“การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย: กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย”
กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นกฎหมายใหม่มีลักษณะพิเศษที่ร่างขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนได้ใช้โดยตรง ซึ่งกฎหมายดังกล่าวเริ่มมีตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรพุทธศักราช ๒๕๔๐ การที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ด้วยตนเองเป็นการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน ไม่เหมือนกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่ออกมาเพื่อให้รัฐมีอำนาจควบคุมประชาชน แต่กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายประชาชนเสนอกฎหมายได้เอง
เดิมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ที่ร่างกฎหมายและเป็นผู้ตัดสินใจในการออกกฎหมาย แต่ผู้ใช้กฎหมายคือประชาชนซึ่งผู้ออกกฎหมายไม่เคยถามเลยว่ากฎหมายที่ออกมาประชาชนมีความต้องการหรือไม่อย่างไร ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พุทธศักราช ๒๕๔๒ เป็นพระราชบัญญัติเดิมได้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชน ๑๖ ฉบับ แต่ร่างกฎหมายที่ได้ออกมามีเพียงฉบับเดียว คือ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวมีปัญหาในทางปฏิบัติเท่าที่ควร
การมีส่วนร่วมของประชาชนได้มีการนำเอารูปแบบของต่างประเทศมาใช้ใน
๓ เรื่อง ดังนี้
๑) เรื่องการลงประชามติของประชาชน เช่น การลงคะแนนรับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐
๒) การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
๓) การเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชน
ข้อเสนอเกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
๑) ควรร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายใหม่ เพราะบริบทของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ ไม่เหมือนกัน ดังนั้น พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายควรมีการปรับปรุงเป็นร่างพระราชบัญญัติฯ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
๒) ควรกำหนดวิธีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายให้สะดวกมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายน้อยลง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายมากยิ่งขึ้น
๓) องค์กรที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในการร่างกฎหมายควรมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายที่อาจยังไม่เข้าใจขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเท่าที่ควร
๔) ควรมีกรอบระยะเวลาในการลงลายมือชื่อ การเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาเพื่อป้องกันการดึงระยะในการเสนอกฎหมายเป็นเวลาที่นานเกินไป
-----------------------------
สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย