วันเวลาผ่านไปเพียงเดือนเศษหลังจากที่ผมได้มีโอกาสไปเฝ้าระวังไข้หวัด 2009 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ทำให้แน่ใจว่าไวรัสน่าจะผ่านระบบคัดกรองมาได้ รวมทั้งการเข้ามาในประเทศในช่องทางอื่นเช่นทางเรือ เป็นต้น แล้วในที่สุดเราก็พบผู้ติดเชื้อในประเทศจากหลักหน่วยเป็นหลักหมื่น จนในปัจจุบันน่าเชื่อได้ว่ามีผู้ติดเชื้อไปแล้วเป็นหลักแสน แม้ว่าการรายงานโรค ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต ดูเหมือนว่าทำให้เกิดการหวาดกลัวมากขึ้น เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วก็จะแย่ลงไปอีกถ้าหากจะต้องปิดประเทศ และให้คนอยู่แต่ในบ้าน ทำให้รัฐบาลเลือกที่จะตั้งรับมากกว่าการจำกัดกิจกรรมของประชาชนในประเทศ ภาระก็มาตกหนักที่กระทรวงสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลชุมชนก็ได้รับการสั่งการให้จัดระบบการดูแลผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นพิเศษ ที่ รพ.บ้านโพธิ์ที่บังเอิญมักจะเจอผู้ป่วยโรคติดต่อเป็นที่แรก ๆ ก็พบว่าเมื่อ 4 ก.ค.มีผู้ช่วยเหลือคนไข้แผนกผู้ป่วยนอก อายุ 20 เศษ มีอาการไข้ ปวดหลัง ไอ จึงส่งทำ Rapid test สำหรับ Influenza ที่เคยใช้สำหรับ screening ไข้หวัดนกเมื่อ 2 ปีก่อน ก็พบว่าให้ผลบวกต่อ Influenza A และส่งตัวอย่างไปยืนยันที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ชลบุรี ระหว่างรอผลที่ใช้เวลาประมาณ 24 ชม.(ในเวลานั้น)ผู้ป่วยก็ถูก Admit ในห้องแยกโรคเนื่องจากเป็นผู้ป่วยรายแรกที่สงสัย ทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก รวมทั้งผู้ป่วยด้วย และในที่สุดวันรุ่งขึ้นผลยืนยันว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2009 ผมก็เลยให้ยา Oseltamivir ที่มีอยู่ที่โรงพยาบาล ในวันนั้นเราก็พบผู้ป่วยที่เป็นเจ้าหน้าที่ห้องกายภาพบำบัด และเจ้าหน้าที่หน่วยจ่ายกลาง ที่ 3 วันก่อนอบรมซ้อมแผนไฟไหม้ที่ห้องประชุมที่นั่งอยู่ติดกับผู้ป่วยรายแรก และเราก็ได้ทำการตรวจ Rapid test และส่งไปยืนยัน ก็พบผลบวกทั้งสองวิธีทั้งสองคน และเริ่มคลินิกโรคทางเดินหายใจในสัปดาห์ต่อมา โดยส่งตรวจ Rapid test ในรายที่สงสัยและส่ง confirm ในระยะแรกทำการตรวจ 11 ราย ซึ่งจากที่ทำ rapid test ให้ผลบวก Influenza A 10 ราย(แรก) พบว่า confirm ว่าเป็น H1N1-2009 จำนวน 8 ราย เป็น H1N1 ตัวอื่น 1 ราย และ เป็น influenza type อื่น 1 ราย โดยที่มี 1 รายที่ Rapid test ให้ผล negative แต่ ผล confirm เป็น H1N1-2009 ทำให้มีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งต่อ Rapid test แม้ว่าในคู่มือการดูแลโรคไข้หวัด 2009 ของกระทรวงที่ออกมาทีหลังจะไม่แนะนำให้ตรวจ screening ด้วย Rapid test ก็ตาม หลังจากนั้นเราก็ไม่ส่งยืนยันผลที่ศูนย์วิทย์ฯ ชลบุรีอีก(เพราะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 48 ชม.) ในรายที่สงสัยจะทำ Rapid test ถ้าให้ผลบวกก็จะถือว่าติดเชื้อ ถ้าไม่รุนแรงก็ติดตามเฝ้าระวัง ถ้ามีอาการมากหรือมีความเสี่ยงก็จะเริ่มให้ยาเลย และในรายที่มีประวัติสัมผัสโรค หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็จะพิจารณาให้ยาเช่นกันแม้ว่า Rapid test จะให้ผลลบก็ตาม ซึ่งพบว่าในภาพรวมในผู้ป่วยที่มีอาการไข้สูง ไอ ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย ตรวจ Rapid test ไป 47 ราย ให้ผลบวก 21 ราย หรือประมาณ 47% ซึงก็แน่นอนว่าส่วนใหญ่น่าจะติดเชื้อ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ และเกือบทั้งหมดมีอาการอยู่ 2-3 วันและจะหายไปเอง ที่ให้ยาต้านไวรัสไปมีประมาณ 7 รายเท่านั้น และหลังจากที่มีการรณรงค์การใช้หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ ก็พบว่าผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจมีแนวโน้มลดลง และผมก็แนะนำว่าถ้าป่วยก็นอนพักผ่อนอยู่บ้าน กินยาแก้ไข้ ดื่มน้ำมาก ๆ กินอาหารอ่อนที่ปรุงผ่านความร้อน สวมหน้ากากอนามัย อย่าออกไปไหน แยกตัวจากสมาชิกในบ้าน แล้วท่านก็จะหายเอง แต่ถ้ามีอาการเหนื่อยให้รีบมา โรงพยาบาลทันที........หวังว่าท่านคงไม่เป็น 4 คนใน หมื่นคนที่ติดเชื้อแล้วตายนะครับ
H1N1_2009 กับ Rapid influenza screening test
Rapid test สำหรับ Influenza ที่เคยใช้สำหรับ screening ไข้หวัดนกเมื่อ 2 ปีก่อน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
samsamdrift · 28 ก.ค. 2552
นาย วิระ ปัจฉิมเพ็ชร · 28 ก.ค. 2552
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 28 ก.ค. 2552
พันคำ · 28 ก.ค. 2552
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 28 ก.ค. 2552
ที่จริงเห็นด้วยนะคะ rapid test ช่วยได้มากช่วยในการป้องกันควบคุมโรคได้ดี แต่ สธ.ไม่ให้ทำ ซึ่งอาจจะให้ผลลวงได้เหมือนกันคะ ทำให้กิดปัญหาในการสื่อสาร เข้าใจว่าเป็นการตรวจPCRช่วงแรกใช้วิธีนี้คัดกรองผู้ป่วยด้วย แต่ตอนหลังทำไม่ไหวคะ