วันนี้ที่รอคอย

ความพยายาม...ความสำเร็จ...ความสุข

     ในคืนที่ดึกสงัด  ท้องฟ้าเด็มไปด้วยดวงดาว  พราวแสงเปล่งประกายระยิระยับ  ดวงจันทร์ที่ยังเปล่งแสงนวล  ทำให้ค่ำคืนนี้สวยงาม  ลมเย็นๆพัดผ่านใบหน้าทำให้รู้สึกเย็นสบายยิ่งนัก  ในค่ำคืนที่ดึกสงัดเช่นนี้  หลายคนยังคงหลับไหลอย่างอุ่นสบายในที่นอนอันอบอุ่น  หลายคนอาจมีกิจกรรมรื่นเริงในยามดึกเช่นนี้ของนักท่องราตรีทั้งหลาย  ในขณะที่คนจำนวนหนึ่งต้องพักผ่อนเพื่อที่จะมีเรี่ยวแรงในการต่อสู้  ทำมาหากินในวันต่อไป   แต่ก็จะมีกลุ่มคนอีกจำนวนไม่น้อย  ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมทำงาน  ตามนาฬิกาชีวิตของเขา  ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่นอนคอยความช่วยเหลือด้วยความปราณีจากคนกลุ่มนี้อยู่...ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องตื่นตามนาฬิกาชีวิต  ด้วยอาชีพที่ฉันภาคภูมิใจ  ด้วยชุดแต่งกายที่ขาวบริสุทธิ์  กับหมวกใบเล็กพร้อมกับขีดสีดำทีคาดบนหมวกใบน้อย  ที่แม้จะกันแดดหรือกันฝนไม่ได้  เมื่อเลิกปฏิบัติงานทุกครั้งฉันจะเก็บหมวกใบนี้ไว้ในที่สูง  เก็บไว้เป็นอย่างดี  และมองด้วยความภาคภูมิใจ  นี่คือชีวิตของฉัน  นี่คืออาชีพของฉัน  บางคนเรียกนางฟ้าสีขาว  บางคนเรียกนางฟ้าบนดิน  หลายคนอิจฉาฉันที่มีโอกาสได้สวมชุดแบบนี้  ได้ใส่หมวกใบนี้  แต่ก็มีหลายคนที่มองว่าอาชีพของพวกฉันมันก็ไม่ต่างจากกระโถนท้องพระโรง  ไม่ต่างจากผู้รับใช้ที่ใส่ฟอร์ม  แต่ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง  ถึงอย่างไรฉันก็รักอาชีพของฉัน  ที่ฉันได้มีโอกาสได้ช่วยผู้คนจำนวนมากที่ตกทุกข์ได้ยาก  ได้ให้คำแนะนำแก่เขาเพื่อให้เขามีสุขภาพที่ดี  และมีความสุข  สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

  บนท้องถนนสายมิตรภาพ  ถนนกว้างรถสามารถวิ่งสวนไปมาได้ถึง แปดเลน  ในยามค่ำคืนเกือบสองยาม จำนวนรถบนท้องถนนจะมีจำนวนน้อยลงมากกว่าตอนกลางวัน.....บนสะพานที่ทอดยาวเพื่อใช้ข้ามถนนมีเงาทะมึนยืนอยู่อย่างไม่สะทกสะท้านต่อรถที่วิ่งผ่านมา  ข้างกายของเขามีเด็กหญิงตัวเล็กผมยาวรุงรังหน้าตามอมแมมยืนเกาะขาชายคนนี้นอยู่   นี่เขามาทำอะไรกันในยามค่ำคืนที่ดึกเช่นนี้  ทำไมเด็กหญิงตัวเล็กยังไม่หลับนอน   โอ! พระเจ้าชายคนนั้นทำท่าจะกระโดดสะพาน  เขาจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า  ลูกเขาจะตกลงไปด้วยมั้ย  รถมูลนิธิที่วิ่งเลาะเลียบมาอย่างช้าๆ  ต้องรีบกระตุกคันเร่งทันที่เพื่อให้ถึงร่างของชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว

    หลังรับเวรบ่ายเรียบร้อยแล้ว เพื่อเริ่มกิจกรรมของเวรดึกของพวกเรา

     กริ๊ง...กริ๊ง....  ไม่เกิน 3 ครั้ง ตาม WI การรับโทรศัพท์ที่โรงพยาบาลกำหนดไว้

    "สวัสดีค่ะ   ตึกชายค่ะ"   ในใจฉันนึกไว้ก่อนแล้ว  มีแขกผู้มาเยือนอีกแน่เลย

     "ฮาโหล  Admit นะจ๊ะ  ชายไม่ทราบชื่อ  มูลนิธินำส่ง.....พร้อมลูกสาวคนนึงด้วยนะ"  เสียงเพื่อนของฉันที่ ร่ายยาวมาทางปลายสาย  แบบสนิทคุ้นเคย  แถมท้ายด้วยว่า  "คืนนี้จะส่งให้แค่คนเดียวนะ"  นั่นหมายความว่า  ER ก็จะมี Case  น้อยด้วย  เป็นที่รู้กัน  หรือไม่ก็ไม่ยุ่งถึงขนาดต้อง Admit

       เมื่อรับเข้าตึกทีมผู้ดูแลได้เข้าไปพูดคุยด้วย  ไม่มีคำตอบใดๆจากชายไทยไม่ทราบชื่อคนนี้  นอกจากอาการซึมเศร้าและเหม่อลอย  ที่พวกเราสังเกตเห็น  ไม่พูดจากับใคร    ในขณะที่เด็กหญิงตัวเล็กที่พวกเราทราบชื่อภายหลังว่าชื่อน้องมินท์  ก็ไม่ยอมห่างกายจากพ่อของเธอเลย...1สัปดาห์ผ่านไป  ทีมผู้ดูแลของพวกเรายังไม่ทราบชื่อของผู้ป่วยรายนี้เลย  เราได้ให้ทีม  Counseling  เข้ามาพบเขาก็ยังไม่ได้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลของชายผู้นี้เลย  ผู้ป่วยได้แต่นอนซึม  แม้แต่ชื่อผู้ป่วยยังตอบสับสน  ทีมผู้ดูแลได้พยายามเข้าไปพูดคุยด้วยทุกวัน  ทุกเวร  แต่ก็ยังไม่ได้รายละเอียดที่พอจะทราบได้ว่า  เขาเป็นใคร  มาจากไหนน้องมินท์  เด็กหญิงอายุประมาณ  5 ขวบก็บอกอะไรไม่ได้  ไม่ทราบว่าบ้านอยู่ไหน  พวกเราได้แต่รอความหวังว่าสักวันความจำของเขาจะดีขึ้น  หรืออาจจะมีญาติมาตามหา  หรือมาเยี่ยมบ้าง

    จนถึงวันที่  11  ของการนอนที่โรงพยาบาล  ผู้ป่วยเริ่มพูดรู้เรื่อง  พวกเราถามว่าชื่ออะไร  มาจากไหน  ผู้ป่วยก็ยิ้มซ้าย  ยิ้มขวา  หลายที่ที่เขาเอ่ยถึงพวกเราพยายามติดต่อไปตามที่คิดว่ารู้ที่อยู่เขา  แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย...จนเช้าวันรุ่งขึ้น  หลังจากที่พวกเราเฝ้าเพียรถามและเข้าไปทักทายตามปกติ  โพนแพง

    โพนแพง พี่เคยไปบั้งไฟพญานาคที่นั่น  หัวหน้าตึกชายของฉัน  แสดงอาการตื่นเต้น  แววตามีประกายแสดงถึงความหวัง  เมื่อฉันไปบอกว่าให้ฟังว่า อยู่ๆเขาก็พูดว่า โพนแพง   ไม่รอช้า  ทีมของพวกเราได้ติดต่อไปที่ อบต.โพนแพง กิ่ง อ.รัตนาวาปี  จ.หนองคาย

    ไม่น่าเชื่อว่าสวรรค์บันดาล  หรือฟ้าเป็นใจ  หรือเพราะความตั้งใจของพวกเรา  อบต.โพนแพงสามารถติดต่อญาติของผู้ป่วยรายนี้ได้  ภรรยาของเขาได้โทรศัพท์มาที่โรงพยาบาลด้วยเสียงสั่นเครือ  บอกดีใจมากที่จะได้พบกับลูกสาวและสามี  เพราะได้หายจากบ้านไป 2  เดือนแล้ว  ภรรยาของเขาได้ขอคุยโทรศัพท์กับน้องมินท์

   อีแม มาฮับหนูแน  หนูคิดถึงอีแม  น้องมินท์พูดไปร้องไห้ไป

   เหมือนก้อนอะไรมาจุกที่คอ  สายตาทั้งสองข้างของฉันร้อนผ่าว  น้ำใสๆ  มันไหลรินออกจาดวงตาทั้งสองข้างของฉันพร้อมกับรอยยิ้ม  ฉันสังเกตเห็นเพื่อนๆของฉันใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตาและรอยยิ้ม  ลูกจะได้เจอกับแม่แล้ว  ภรรยาจะได้เจอกับสามีแล้ว  แม่ของน้องมินท์บอกว่าจะรีบมาที่โรงพยาบาลเลยในวันนี้เลยและจะขอรับสามีและลูกกลับทันทีที่มาถึง  และกล่าวขอบคุณพวกเราอย่างมากมายที่ช่วยดูแลสามีและลูกน้อยอันเป็นที่รักของเขา  2  เดือนที่ผ่านมาครอบครัวของเขาได้ตามหาสามีและลูกสาวอยู่ตลอดทุกวัน  วันนี้ดีใจที่สุดที่จะได้พบหน้าลูกและสามี

    เมื่อแม่น้องมินท์พร้อมกับญาติมาถึงโรงพยาบาล  ต่างโผเข้ากอดกันนิ่งนาน  พร้อมเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น  ปากก็พึมพำว่าคุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง  โชคดีเหลือเกินที่ได้มาพบกันที่โรงพยาบาล  คุณหมอดูแลเป็นอย่างดี

    แม่น้องมินท์เล่าว่าวันที่สามีและลูกจะหายตัวไป  น้องมินท์กับพ่อไปที่ตลาดแล้วก็ไม่กลับมาบ้านเลย  พ่อน้องมินท์เพิ่งรักษาอาการซึมเศร้าหาย  คงจะเลื่อนลอยพาลูกเดินไปเรื่อยๆ  จนมาถึงอำเภอแก่งคอย  ซึ่งห่างไกลจังหวัดหนองคายมาก  คงมาตามถนนมิตรภาพ  จนพ่อน้องมินท์เกิดประสาทหลอนจะกระโดดสะพาน  จนเจ้าหน้าที่มูลนิธิไปพบเข้า  จึงนำมาส่งที่โรงพยาบาลแก่งคอย  ซึ่งระหว่างเดินทางจากหนองคายมาก็ไม่รู้ว่าน้องมินท์จะลำบากขนาดไหน   แต่จากที่ทีมสุขภาพของพวกเราพบน้องมินท์ครั้งแรกนอกจากร่างกายที่มอมแมมแล้ว  ไม่พบว่าน้องมินท์เจ็บป่วยใดๆ    พวกเราดูแลน้องมินท์อย่างดี  อาบน้ำให้  ดูแลให้ได้รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ หาเสื้อผ้าสวยๆจากลูกเจ้าหน้าที่ที่นำมาให้  พาไปเดินเล่น ชวนพูดคุยเสมือนเป็นบุตรหลานของพวกเรา  เล่านิทานให้ฟัง  และส่งให้เข้านอนกับพ่อที่เตียง  แถมยังฝากให้น้องมินท์ช่วยดูแลพ่อด้วย

   เมื่อน้องมินท์กับพ่อกลับไปแล้ว...จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกเราเชื่อว่า  ความพยายามในการตามหาญาติให้ผู้ป่วย  หากพวกเราไม่ทอดทิ้งผู้ป่วยไปตามยถากรรม  รอว่าเมื่อไรก็เมื่อนั้น  เดี๋ยวญาติเขาตามหาเอง  หรือเดี๋ยวพาไปส่งที่สถานีตำรวจให้ช่วยตามญาติให้ต่อ   สิ่งเล็กน้อยถ้าพกเราใส่ใจ  และตั้งใจ  มันส่งผลให้เกิดความยิ่งใหญ่ในใจสำหรับครอบครัวที่พลัดพรากจากกัน  ช่วยสร้างกุศลให้แม่  ลูก    สามี  ญาติๆ ในครอบครัวได้พบกัน  สิ่งที่ฉันสัมผัสได้คือพวกเราเป็นสุข  อิ่มเอมกับภาพที่ได้เห็น  เป็นความสุขที่แท้จริงที่พวกเราได้รับ  ที่พวกเราหาได้จากงานที่พวกเราทำอยู่ทุกวัน

 

                                                                                                                                                 ขอบคุณเรื่องราวดีๆ

                                                                                                                                จากตึกผู้ป่วยในชาย  โรงพยาบาลแก่งคอย

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน SHA-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี



ความเห็น (6)

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วอึ้งไป เลยค่ะ

ขอแสดงความชื่นชม คนที่ทำงานด้วยหัวใจ ความพยายามที่จะช่วยเหลือเขาอย่างเต็มความสามารถ ชื่นชมทีมงานมากๆ ค่ะ

ขอบคุณ อ.พอลล่ามากเลยนะคะ ที่เข้ามาเป็น Guest คนแรก และคอยให้กำลังใจ แล้วจะนำเรื่องราวดีๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกค่ะ

นคร โรงพยาบาลพะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
IP: xxx.175.84.65
เขียนเมื่อ 

เข้ามาเยี่ยม...แต่มีความรู้สึกว่าทีมงานที่นี่สุดยอดแห่งนางฟ้าจริงๆ ขอให้กำลังใจนะครับ

ขอบคุณ คุณนครมากนะคะ มาไกลจากพระโต๊ะ

ฝากความระลึกถึง ผอก.พระโต๊ะ และ ภรรยาที่น่ารักของท่านด้วยนะคะ

คิดถึง ห่วงใย และส่งกำลังใจให้ชาวพระโต๊ะด้วยค่ะ

...น้ำชา...

ประพีร์ บุญชูตระกูล
IP: xxx.26.57.32
เขียนเมื่อ 

ประทับใจเรื่องวันนี้ที่รอคอยมาก  ขอชื่นชมผู้ที่ทำงานด้วยหัวใจ       มีอุดมการณ์ในการทำงานอย่างแท้จริง  โชคดีของคนไข้ที่ได้พบพยาบาลที่น่ารักอย่างนี้ ขอให้รักษาความดี รักษาอุดมการณ์การทำงานอย่างนี้ตลอดไป  ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ  โชคดีนะคะ

สวัสดีค่ะ คุณประพีร์ บุญชูตระกูล

กำลังใจทำให้พวกเรามีแฮง(แรง) ในการทำงานกันต่อไป

แบบนี้เรียกว่าเป็น Humanize Health Care ได้มั้ยคะ