“ผมเก็บเอาคำหมอมาคิด..ยังไงก็น้องที่เคยเดินตามกันในตอนเด็ก นึกถึงพ่อแม่...วันนี้ผมมารับน้องกลับบ้าน”

เรื่องราวของชายวัยสี่สิบปี ที่ห่างหายจากสังคมชนบท นานกว่า 23 ปี เขาเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวได้ออกจากบ้านพร้อมกับการทิ้งความขมขื่นและเศร้าใจให้กับคนที่อยู่เบื้องหลัง  เขาได้ขายที่นาซึ่งเป็นแปลงเดียวของครอบครัวเพื่อจะไปลงทุนเปิดอู่ซ่อมรถที่ต่างจังหวัด แต่เขาต้องพบกับความล้มเหลวในชีวิต เงินหมดตัว ไม่มีอาชีพ เคราะห์ซ้ำยังป่วยเป็นโรคปอด เขาไม่เคยติดต่อกลับบ้าน ไม่ทราบข่าวการเสียชีวิตของแม่และพ่อที่รอวันให้เขากลับบ้านทุกเวลา

ปีนี้เมื่อพี่ชายได้รับแจ้งข่าวจากเจ้าหน้าที่อำเภอว่า สงสัยมีบุคคลในหมู่บ้านนี้และคาดว่าจะเป็นน้องชายของตน ป่วยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ไม่มีญาติ ครอบครัวจึงให้พี่ชายเดินทางไปดู พบว่าผู้ป่วยเป็นชายรูปร่างผอมมาก ผิวดำ ท่าทางเหนื่อยอิดโรย แต่เขาจำได้ทันทีว่า น้องชายที่เคยหายสาบสูญแน่นอน พี่พาน้องกลับบ้าน แม้ว่าน้องชายเองจะจำพี่ชายตนเองไม่ได้ เมื่อมารักษาต่อที่โรงพยาบาลท่าวังผา  เขามีอาการเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น ต้องพึ่งออกซิเจนทางจมูกตลอดเวลา  เขามักมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย มักก้าวร้าวต่อคนรอบข้าง

เมื่อครอบครัวรับทราบว่าเขาเป็นโรคปอดระดับปานกลางถึงรุนแรง  ครอบครัวก็ขาดการติดต่อกับทางโรงพยาบาล ไม่มาเยี่ยม นานกว่า 2 เดือน  หลังรับการรักษาตามกำหนดเขาอาการดีขึ้นเป็นลำดับ  เขาไม่ต้องพึ่งออกซิเจนตลอดเวลา เขาสามารถเดินไปซื้อของที่ร้านค้าในโรงพยาบาลได้  สามารถทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองได้  อารมณ์แจ่มใสขึ้น แพทย์จึงวินิจฉัยว่าสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แต่ทางบ้านและครอบครัวปฏิเสธ ขอให้เขารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไป ด้วยเหตุผลที่เกรงว่าจะเป็นภาระในการดูแลออกซิเจน และไม่สามารถรับสภาพกับความหงุดหงิดทางอารมณ์ของเขาได้

ทีมงานผู้ป่วยใน ทีมเยี่ยมบ้าน และทีมเวชปฏิบัติครอบครัวโรงพยาบาลท่าวังผา ได้ประสานไปยังชุมชนที่เขาเคยอาศัยอยู่ ผ่านทางผู้นำชุมชน ขอทำเสวนากลุ่มเพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัว ด้วยการไปชี้แจงถึงอาการและการรักษาที่ได้รับ ให้ความมั่นใจในการดูแลที่บ้าน  แต่ครอบครัวยังรู้สึกคับข้องใจในสิ่งที่เขาเคยกระทำไว้กับครอบครัวก่อนหน้านั้น ทีมงานพยายามชี้ให้เห็นว่า  ให้พี่ชาย พี่สาวนึกถึงตอนเด็กๆ ที่พี่น้องสี่ชีวิตเคยเดินเรียงแถวตามคันนาด้วยกัน วันนี้น้องชายคนเล็กกลับบ้านวิญญาณพ่อกับแม่คงสบายใจมาก  ชุมชนประกอบด้วย  อสม. อบต.  สถานีอนามัย และเพื่อนบ้าน พยายามเสนอสร้างกระท่อมให้เขาพักอาศัย ส่งเสริมอาชีพ สนับสนุนในการจัดหาอาหาร  ประธานอสม. ประจำหมู่บ้าน อาสาที่จะขนส่งและดูแลออกซิเจนให้  ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ

ผมเก็บเอาคำหมอมาคิด..ยังไงก็น้องที่เคยเดินตามกันในตอนเด็ก นึกถึงพ่อแม่...วันนี้ผมมารับน้องกลับบ้าน   พี่ชายบอกกับเราในวันที่ท้องฟ้าดูแจ่มใสเป็นพิเศษ  ในวันนี้เขาได้กลับมาอยู่ที่บ้าน ในชุมชนบ้านนาที่ตนเองเคยหันหลังให้  ชนบทที่ตนเองไม่อยากอยู่  สถานที่ที่ตนเองเคยสร้างความไม่สบายใจให้ทุกคน แต่วันนี้ครอบครัว ชุมชนแห่งนี้ พร้อมที่จะให้โอกาส ให้ความช่วยเหลือ ความอบอุ่นแก่เขา

หลังจากที่ทีมเยี่ยมบ้านติดตามไปที่บ้าน เขามีรอยยิ้ม พยายามทำงานบ้านเอง ทำจักสาน เขาบอกกับทีมงานว่า อยู่บ้านนอก ทุกคนช่างมีน้ำใจ ชีวิตผมเหมือนตายแล้วเกิดใหม่  ขอบคุณทุกคนมาก

ชาวโรงพยาบาลท่าวังผามีความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือ คืนสมาชิกให้กับสังคม  เพียงเพื่อให้เขาสามารถดูแลตนเองได้ มีความสุขตามอัตภาพก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องสรรสร้างต่อไป