พบกับ ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์ ค่ำวันที่ ๒๓ ก.ค. ๕๒ ผมถามท่านว่า ท่านจะช่วยรวมทีมทำวิจัยตอบโจทย์นี้ได้ไหม
คำถาม : ผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติที่ สกอ./สกว. สนับสนุน/ยอมรับ ที่มีคุณภาพทางวิชาการสูง ในระดับนับเป็นผลงานประกอบการขอตำแหน่งศาสตราจารย์ได้ มีลักษณะ/เกณฑ์/ตัวชี้วัด อย่างไร
วิธีการที่เสนอ : (๑) กำหนดเกณฑ์คร่าวๆ สำหรับใช้เริ่มทำงาน (๒) ใช้เกณฑ์ตามข้อ ๑ เลือกบทความ/รายงาน ที่ตีพิมพ์ในวารสารเหล่านี้มาสัก ๒๐ – ๕๐ รายการ ที่คิดว่าน่าจะมีคุณภาพสูงพอในระดับที่ยอมรับเป็นผลงานวิจัย/วิชาการ สำหรับขอตำแหน่งศาสตราจารย์ได้ (๓) เอาผลงานเหล่านั้นมาผ่านการพิจารณา/ถกเถียง อย่างเข้มข้นโดยผู้เกี่ยวข้องหลายกลุ่ม (๔) นักวิจัยเก็บข้อมูลความเห็น เอามาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นเกณฑ์ประเมินคุณภาพผลงานวิชาการรับใช้สังคมไทย (๕) จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาผลงานทางวิชาการ เพื่อการเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการ และผู้ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ศ. ยอดหทัย ตอบทันทีว่าทำได้ โดยที่ผู้นั่งฟังอยู่ด้วย คือ ดร. สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ สกอ. และ ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง ผอ. สถาบันคลังสมองของชาติคนใหม่ ผมจึงดีใจจนเนื้อเต้น ว่าน่าจะเป็นหนทางสู่การปฏิบัติ ให้ผลงานวิชาการรับใช้สังคมไทยได้รับการยอมรับเสียที
เราคุยกันต่อ ว่าผลงานชั้นเยี่ยมบางชิ้นไม่มีการเขียนรายงานในวารสารวิชาการ เราคุยกันว่า ถ้าไม่เขียนก็คงพิจารณาคุณภาพไม่ได้ เพราะในวงการวิชาการ การตัดสินคุณภาพอยู่ที่ peer review ต้องมีผลงานอย่างใดอย่างหนึ่งส่งไปยัง reader หรือ reviewer จึงจะเสนอความเห็นได้ว่าบุคคลผู้นั้นมีความรู้ความสามารถและผลงานเหมาะสมต่อการมอบตำแหน่งวิชาการหรือไม่
ความเห็นแบบนี้ผมเคยเขียนบันทึกไว้แล้วครั้งหนึ่งที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ค. ๕๒