ข่าวทางอุดมศึกษา
จะเห็นได้ว่าปัญหาของมหาวิทยาลัยเอกชนคือ จำนวนนักศึกษาที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษานั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเก็บค่าหน่วยกิตสูงมากเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยของรัฐบาล และคุณภาพของบัณฑิตที่จบมานั้นก็มักไม่แตกต่างกับมหาวิทยาลัยรัฐบาล ซึ่งในปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นใหม่เป็นจำนวนมากและไม่เป็นที่รู้จัก ทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนขาดความน่าเชื่อถือ เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยของรัฐบาลที่มีระยะเวลาในการก่อตั้งเป็นเวลานาน จนทำให้เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป ทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนเกิดความไม่มั่นในประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัยเอกชน ดังนั้นมหาวิทยาลัยเอกชนควรจะพัฒนาคุณภาพทางวิชาการเพื่อให้บัณฑิตที่จบมามีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เป็นที่ยอมรับของสังคม ก็จะช่วยทำให้ความต้องการศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนมีเพิ่มขึ้น สำหรับในส่วนค่าใช้จ่ายที่มหาวิทยาลัยเอกชนนำมาใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยเอกชนด้วยเพื่อเอกชนจะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตนเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องเก็บอัตราค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาสูงจนเกินไป ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนสามารถอยู่ได้และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการศึกษาระดับอุดมศึกษาด้วย
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยของรัฐบาลมีการเปิดหลักสูตรพิเศษขึ้นมามากมายเพื่อรับนักศึกษาอย่างไม่จำกัดจำนวน เป็นแรงดึงดูดใจให้กับนักศึกษาเข้ามาเรียน ซึ่งการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบดังกล่าวอาจจะไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากไม่มีการวัดความสามารถของผู้เรียนก่อนว่าพื้นฐานอยู่ในระดับใด อาจารย์ผู้สอนนั้นมีความรู้ความสามารถหรือไม่ หรือการเรียนในชั้นที่มีผู้เรียนมากเกินไปจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอน ดังนั้นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลจึงควรคำนึงถึงในเรื่องนี้ด้วย และควรมีหน่วยงานเข้ามาควบคุมเพื่อไม่ให้มีการเปิดหลักสูตรพิเศษมากจนไม่สามารถที่จะควบคุมมาตรฐาน