เรื่องดีที่อยากเล่า เรื่องเศร้าที่อยากลืม
  • อ่านหนังสือของท่าน ว.วชิราเมธี "มองลึก นึกไกล ใจกว้าง" ท่านเสนอให้เราตรวจสอบตนเองในแต่ละปีว่า  ใน  1 ปี ที่ผ่านมา เรื่องดีๆ มีอะไรบ้างที่อยากเล่าให้คนอื่นฟัง  เรื่องเศร้าที่อยากลืมมีอะไรบ้าง ที่อยากจะปล่อยให้มันตายไปจากตัว  คนทุกคนมีเหมือนกันหมด  คือ เรื่องดีที่อยากเล่า และเรื่องเศร้าที่อยากลืม...การที่เราพิจารณาอย่างนี้  เราเรียกว่า เป็นการตรวจงบดุลในชีวิต วัน เดือน ปี ที่ผ่านมาได้กำไรหรือขาดทุน  ถ้ามีเรื่องดีที่อยากเล่ามาก  แสดงว่าเราได้กำไร  แต่ถ้ามีเรื่องเล่าที่อยากลืมมากกว่า แสดงว่าปีที่ผ่านมาเราขาดทุน(จากหนังสือมองลึก นึกไกล ใจกว้าง ของ ว.วชิรเมธี น.17)
  • อ่านแล้วคลิ๊กมากๆ เลยตรวจขอสอบใจตนเองบ้างว่าขาดทุนหรือกำไร  แต่เผอญเราขอทำเป็นรายไตรมาสน่ะ(ความจำสั้น หึ..หึ)  เอาไว้วางแผนในรอบไตรมาสถัดไปว่าจะปรับกลยุทธ์อย่างไร
  • มีเรื่องดีดีที่ผ่านมาในรอบไตรมาสนี้หลายเรื่อง ซึ่งได้รับจากคนรอบๆข้าง ทั้งที่สนิทและไม่สนิท เรื่องดีดีนี้นึกถึงเมื่อไรใจก็ชุ่มชื่นเมื่อนั้น
  • เรื่องแรกที่อยากบอกต่อคือ เย็นวันหนึ่งมาทำธุระที่พิษณุโลกเมื่อเสร็จแล้วก็ไปทานข้าวที่ร้านRin Coffee เคยไปทานหลายครั้งเพราะมีสิ่งที่ชอบหลายอย่าง เช่น กาแฟหอมอร่อย สตอร์เบอรี่-กีวีปั่นใส่วิปครีมกับสปาเกตตี้(ของโปรดของผักบุ้ง)  ข้าวผัดกุ้ง  แต่วันนั้นไปกันสองคนกับคนรู้ใจนั่งทานกันไปคุยกันไปร้านเงียบดี มีหนังสือใหม่ให้เลือกอ่านเยอะเลย ทานเสร็จเกิดอยากกินไอศครีมเลยลุกจากโต๊ะมาเลือกเพื่อจะไปกินในรถระหว่างกลับบ้าน เช็คบิลเสร็จออกจากร้านเราก็ไปซื้อโจ๊ก 2 ถุงเอาไว้กินตอนเช้าร้านบริเวณใกล้เคียงกัน ร้านโจ๊กนี้เรากินมาตั้งแต่เด็กๆ จนปัจจุบันขณะนั่งรอก็กินไอศครีมไปจนหมด เพราะคิวเยอะมาก หลังจากที่ได้โจ๊กก็คุยกับแฟนว่ายังพอมีเวลาขอไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง รับบัตรรถ หาที่จอดจะเก็บบัตรรถไว้ในกระเป๋า ตาย!..ตาย! ไม่มีกระเป๋าตังค์  โอ๊ย...มันอยู่ไหนกันละเนี่ย! ใจมันหายแวบเลย นึกโมโหคนรู้ใจมากๆทำไมไม่คอยดูแลให้ดี  นั่งเถียงกันว่าใครจะรับผิดชอบเรื่องนี้ ถึงจะเป็นกระเป๋าตังค์เราก็ตาม แต่เราก็ใช้ตังค์ร่วมกันนี้เค้าจะต้องรับผิดชอบ สักพักนึงเริ่มได้สติเริ่มคิดทบทวนประมาณ 2-3 ชั่วโมงที่ผ่านมา ถ้าเป็นละครตอนนางเอกคิดจะมีภาพซ้ำเหตุการณ์ให้คนดูเห็นว่านางเอกคิดอะไร  แต่คนรู้ใจเค้ามองไม่เห็นว่านางเอก..ฮ่ะ ฮ่ะ เราเองว่าคิดอะไร(ระหว่างคิดหน้าตาคงจะกวนประสาทเค้าเอามากๆ ถึงมากที่สุด เลยโดนต่อว่า จริงๆแล้วเค้าน่าจะรู้เพราะเราชอบทำหน้าตากวนๆ เวลาคิดแก้ปัญหาอะไรออก แล้วเค้ายังคิดไม่ได้) ถ้าเค้าเห็นภาพเหมือนในทีวี เค้าจะเห็นภาพเราลุกไปเลือกไอศครีมที่ตู้(ตะกละ) รุมเลือกกับเด็กเล็กคนนึงที่มากับพ่อแม่ และเด็กร้องจะกินไอศครีมเหมือนเรา เหลืออันเดียวด้วย...
  • แฮะ ...แฮะ..ขอไปตากผ้าก่อนน่ะตัวเองงงง