การวิพากบทความ IT

นางสาวนารีลักษณ์  แสนดี  รหัสนักศึกษา  5129001

1.  นำเสนอ  3  ย่อหน้า

ตอบ  ข้อ  1  การเรียนหนังสือในสมัยก่อนเริ่มที่วัดผู้ที่ทำหน้าที่ครู  คือ  พระสงฆ์หรือพ่อหนานเป็นการสอนแบบทางเดียว  คือ  ครูสอนและนักเรียนนั่งฟัง  (Teacher  Teaching)

เป็นการสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง  โดยอาศัยปากสู่ปาก  อาจจะมีสื่อเป็นกระดานชนวน  แผนภาพ

ตอบ  ข้อ  2  แต่ปัจจุบันการเรียนไม่ง่ายอย่างแต่ก่อน  เพราะครูต้องเตรียมสื่อมากมาย  เพราะการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเปลี่ยนไป  โลกเปลี่ยนไป  ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  การสื่อสาร  การเดินทางสะดวก  เด็กนักเรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเองทางห้องสมุด  อินเทอร์เน็ต

ตอบ  ข้อ  3  เห็นด้วยในการที่การเรียนไม่จำเจอยู่กับครู  เด็กมีการค้นคว้า  เห็นโลกก้าว  เพราะโลกมี  IT  ที่ก้าวหน้า 

ขัดแย้ง  ที่  IT  ในยุคนี้มีทั้งคุณและโทษ  Web  Sile  บาง  Wbe  Sile  ไม่สมควรดู  ให้ข้อมูลเป็นเท็จ  เสี่ยงต่อ  เพศ  และ  วัย

แก้ไข  ครูต้องคอยสอดส่องดูแล  ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตให้ความรู้ในการใช้ว่ามีทั้งคุณและโทษ

สรุป  แม้การศึกษาปัจจุบันจะเปลี่ยนไปจากอดีต  โดยมี  IT  เข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้ของนักเรียน  แต่ครูก็ยังเป็นบุคคลสำคัญในการชี้แนะ  แนะนำนักเรียนอยู่นั่นเอง  ให้ความสำคัญของครูเป็นปูชนียบุคคลที่มีพระคุณยิ่ง  รองจากคุณพ่อคุณแม่  เป็นต้น

2.  ตามประเด็นที่พบ

     ระบบอีเลินนิ่งให้เข้าไปศึกษาตามบทเรียนที่วางแผนไว้  ครูบางท่านอาจบันทึกเสียง  หรือวีดีโอให้นักเรียนได้เรียนซ้ำจนเข้าใจหรือช่วยนักเรียนที่ขาดเรียนได้

การศึกษายุคใหม่

เพื่อให้มีการพัฒนาคนไทยยุคใหม่  เพื่อมีชีวิตที่มีคุณภาพในสังคมไทยยุคใหม่  ภายใต้บริบทสังคมโลกใหม่  การศึกษาไทยยุคใหม่มีลักษณะที่สำคัญ  ดังนี้

1.       การศึกษาไทยยุคใหม่เป็นการศึกษาที่มุ่งสร้างคน  สร้างงาน  และสร้างชาติ  เป็นการศึกษา

แบบองค์รวมและบูรณาการ  เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรม  ศาสนา  และการเมือง  เพื่อพัฒนาประเทศยั่งยืน

2.       การศึกษายุคใหม่  ต้องมู่งสั่งสมทุนปัญญาไทยและทุนปัญญโลก

3.       การศึกษาไทยยุคใหม่  ต้องเน้นผลต่อผู้เรียนทั้งในระดับนดยบายและระดับการเรียน

การสอน  โดยกำหนดนดยบายการศึกษาที่ทำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนเป้นสำคัญ  เปิดโอกาส

ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามวิถีที่ถนัดและสนใจ  เรียนอย่างสนุก  เล่นให้ได้ความรุ้  และมีความสุขกับ

การเรียน  ครูสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์  คิดสร้างสรรค์ 

เกิดความเชื่อมั่นในตนเองและมีความสุขกับการทำงาน

4.       การศึกษาไทยยุคใหม่  ต้องมุ่งยกระดับงาน  ให้เป้นแรงงานคุรภาพ  (Knowledge  Workers)

ที่เข็มแข็งและแข่งขันในมาตรา  8  ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2542  ได้ยึดหลักสามประการในการจัดการศึกษา  คือเป้นกากรศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน  ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง  อีกทั้งมาตรา  9  ได้กำหนดหลักการสำคัญเปิดดอกาสในการจัดระบบโครงการสร้างและกระบวนการจัดไว้  6  ประการ  คือ

(1)    มีเอกภาพด้านนโยบานและมีความหลากหลายในการปฏิบัติ

(2)    มีการกระจายอำนาจสู่เขตพื้นที่กากรศึกษา  สถานศึกษา  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(3)    มีการกำหนดมาตรฐานการสึกษา  และจัดระบบประกันคุรภาพการศึกษาทุกระดับ  แล

ประเภทการศึกษา

(4)    มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู  คณาจารย์  และบุคลากรทางการศึกษา  และกา

พัฒนาครูคณาจารย์  และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

(5)    ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง    มาใช้ในการจัดการศึกษา

(6)    การมีส่วนร่วมของบุคคลครอบครัว  ชุมชน  องค์ชุมชน  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เอกชน  องค์เอกชน  องค์กรวิชาชีพ  สถาบัน  ศาสนา  สถานประกอบการ  และสถาบันสังคมอื่นจะเห็นได้ว่า  หลักการจัดการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2532  สอดคล้องกับหลักการ

จัดการศึกษายุคใหม่  เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป้นคนไทยยุคใหม่ที่มีคุณภาพ  คุณธรรม  และคุณค่าแก่สังคมไทย  และสังคมโลก  มีชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ประเทศไทยมีประชากรประมาณร้อยละ  80.8  ที่อาศัยอยู่ในชนบท  (สำนักงานสถุติแห่งชาติ.  2526  :  7)  และประมาณร้อยละ  90  มีอาชีพทางการเกษตร  (สุเทพ  เชาวลิต.  2526  :  6)  ประชากรเหล่านี้มี

ความเป็นอยู่ที่ยากจนขาดแคลนอาหาร  เจ็บป่วย  ด้อยการศึกษา  ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต่างก็ทราบดี  และทุกรัฐบาลต่างก็พยายามที่จะพัฒนาชนบทเพื่อแก้ไขปัญหาในชนบทประสบอยุ่ตลอดเวลา