สสส. ประกาศว่าจะใช้เงินที่ตนได้รับประมาณปีละ 2,000 ล้านบาทเป็น "น้ำมันเครื่อง" ในการสร้างเสริมสุขภาวะในสังคมไทยเพื่อหล่อลื่น สร้างความเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. มีงบประมาณ (น้ำมันเบนซิน) ปีละเป็นแสนล้านบาทสำหรับกิจกรรมด้านสุขภาพ
จะเป็นน้ำมันเครื่องได้ต้องมุ่งเป้าหมายอันยิ่งใหญ่อันเป็นเป้าหมายของสังคมไทย คือ "สุขภาวะของสังคมไทย"
สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชนของ สสส. ต้องการทำงานเป็น "น้ำมันเครื่อง" ในการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชนจะทำงานอย่างไร
สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบก็คือ ในพื้นที่และชุมชนมีการดำเนินการโครงการต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้เกิดสุขภาพ/สุขภาวะอย่างไรบ้าง ผลการตรวจสอบในปัจจุบันคือมีโครงการมาก สนับสนุนจากหลายแหล่ง ดำเนินการโดยหลายกลุ่ม หลายหน่วยงาน และที่สำคัญบางพื้นที่/ชุมชนเกิดผลดีต่อสุขภาพ/สุขภาวะในระดับหนึ่งแล้ว
ดังนั้น วิธีหนึ่งที่จะเป็น "น้ำมันเครื่อง" คือการเข้าไปค้นหาชุมชน/พื้นที่ที่มีผลสำเร็จ เชื้อเชิญให้มาเล่าเรื่องเพื่อ ลปรร. ว่าทำอย่างไรจึงสามารถบรรลุความสำเร็จในระดับดังกล่าวได้ และคิดจะพัฒนาต่อเนื่องอย่างไร
การเป็น
"น้ำมันเครื่อง" หมายถึง
-
การส่งเสริมการต่อยอด ยกระดับความรู้ (ปฏิบัติ)
-
การอุดช่องโหว่
-
การสนับสนุนให้เกิดแนวทางการดำเนินการใหม่ ๆ
วิจารณ์ พานิช
4 พ.ค.49
ดร.เสรี พงศ์พิศ เคยเล่าทำนองว่า ความสำเร็จควรมาจากระบบ ที่พัฒนาก่อตัว ซึ่งค้นคิดเชิงระบบแล้ว จะคิดใช้จ่ายอย่างประหยัด ได้ผลคุ้มค่า (ชุมชนเข้มแข็ง จะเป็นอย่างนี้ ) มากกว่า ผลจากโครงการที่เร่งรีบ ( ระบบราชการ จะเป็นอย่างนี้ เพราะงบประมาณพอจะมี แต่เวลา ไม่มีพอให้ระบบก่อตัว เพราะนโยบายมาก่อน งบประมาณมาทีหลัง และต้องใช้ให้หมดให้ทัน 3 กย.)
ดังนั้นความสำเร็จ เชิงระบบ และ ใช้งบประมาณประหยัด มักสะท้อนความยั่งยืนได้
สสส. น่าจะคิดใช้เงินทุน ช่วย เสริมสร้างศักยภาพ คนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าราชการระดับกลาง ที่ ต่อไป จะเป็นผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบาย (ผู้กำหนดทิศทางการใช้งบประมาณ ) สำหรับชุดโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการอุบัติเหตุ โครงการลดการดื่มสุราในระยะยาวในสังคมไทย
สสส.สนับสนุนงานรณรงค์(มากเกินไป) ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เคยมีตัวอย่างงานหนึ่งของจังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพได้งบประมาณมา 17 ล้านบาท แต่โครงการนั้นเน้นการรณรงค์มากเกินไป เงินจำนวนมากจึงละลายไปอย่างน่าเสียดายเพราะ"จิตสำนึกไม่เกิด
ระดับมหภาคนั้น ใช้สื่อโทรทัศน์เหมาะสมแล้ว
แต่ระดับพื้นที่ ต้องเคลื่อนตัวแบบซึมลึก และสร้างจิตสำนึกโดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า รูปแบบ การสนับสนุนของ"งานวิจัยท้องถิ่น" ของ สกว. จะเกิดผลระยะยาวและยั่งยืนมากกว่างานรณรงค์แบบไร้ทิศทาง